ขั้นตอนการทำงาน ของ สถาปนิกก ที่หลายคนมักจะสงสัย

ทางสมาคม สถาปนิกก สยามในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้กำหนดแนวทางของการให้บริการในแบบพื้นฐานของ สถาปนิกก พร้อมเอกสารประกอบที่ทางลูกค้าพึงสมควรจะได้รับตามมาตรฐานในแต่ละขั้นตอนของการทำงาน ทั้งนี้เพื่อเป็นการขจัดปัญหาการทำงานระหว่างผู้ว่าจ้างและสถาปนิก และเพื่อใช้เป็นแนวทางปฏิบัติงานเบื้องต้นก่อนที่จะตกลงทำงานร่วมกัน โดยแบ่งออกเป็น 6 ขั้นตอนดังนี้

1. การวางเค้าโครงของการออกแบบและการออกแบบร่างขั้นต้น
ขั้นตอนแรกในการทำงานออกแบบเพื่อที่จะได้หาข้อสรุปเกี่ยวกับลักษณะสถาปัตยกรรมในเบื้องต้นนั้น จากข้อมูลที่ลูกค้าให้มาย่อมสามารถนำมาใช้กำหนดเป็นแนวคิดหลักของการออกแบบ และพัฒนาจนนำมาสู่แบบร่าง ซึ่งจะช่วยแสดงให้เห็นถึงสัดส่วน ขนาด ความสัมพันธ์กันขององค์ประกอบและวัสดุโดยสังเขป โดยในกระบวนการนี้ทางด้านสถาปนิกจะต้องทำการศึกษาข้อมูลตามที่ลูกค้ากำหนด และศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับบทบัญญัติทางด้านกฎหมายที่มีความข้องเกี่ยวกับโครงการร่วมด้วย นอกจากนี้ ยังควรจัดวางโค้าโครงของการออกแบบพร้อมทั้งลงมือออกแบบโดยการร่างแบบขั้นต้น เพื่อนำไปเสนอต่อเจ้าของงาน โดยมีเอกสารที่ควรใช้ประกอบการนำเสนอดังนี้

แบบร่างผังที่บ่งชี้ถึงบริเวณความสัมพันธ์ของอาคาร หรือกลุ่มอาคารกับในบริเวณที่อยู่ใกล้เคียง
แบบร่างของตัวอาคารซึ่งประกอบไปด้วยแบบแปลนอาคารคร่าวๆ ทุกชั้น รูปด้านและรูปตัดของอาคารโดยสังเขป
เอกสารจำเป็นอื่นๆ เพื่อประกอบการพิจารณาประเมินมูลค่าราคาการก่อสร้างเบื้องต้นตามขั้นตอนดังกล่าว

2. การออกแบบร่างครั้งสุดท้าย
เป็นการพัฒนางานออกแบบเพื่อให้ตรงความต้องการของลูกค้ามากที่สุด โดยสถาปนิกจะใช้ข้อมูลที่ผ่านการอนุมัติขั้นต้นข้อที่ 1 มาใช้ในการออกแบบร่างครั้งสุดท้าย สำหรับเอกสารที่สถาปนิกควรใช้ควบคู่กับผลงาน และเพื่อขออนุมัติตามขั้นตอนจะประกอบไปด้วย

แบบร่างผังที่บ่งชี้บริเวณความสัมพันธ์ของอาคารหรือกลุ่มของอาคารละแวกข้างเคียง และความสัมพันธ์ของระบบสาธารณูปโภคใกล้เคียงที่มีความจำเป็น
แบบร่างของตัวอาคารซึ่งประกอบไปด้วยรายละเอียดของแบบแปลนทุกชั้น รูปตั้ง รูปตัดและแบบร่างอื่นๆ ที่มีความจำเป็น
แบบร่างเพื่อแสดงถึงระบบวิศวกรรมทุกสาขาที่มีความข้องเกี่ยว
รายละเอียดเกี่ยวกับด้านวัสดุและอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในโครงการนี้โดยสังเขป
เอกสารจำเป็นอื่นๆ เพื่อใช้ประกอบการพิจารณา
ประมาณราคาของการก่อสร้างไปตามขั้นตอนที่ 2 โดยจะมีรายละเอียดที่มากยิ่งขึ้น

3. การพัฒนาแบบก่อสร้าง เอกสารขออนุญาติและการก่อสร้าง
เมื่อเจ้าของงานได้อนุมัติแบบร่างขั้นตอนสุดท้ายเป็นลายลักษณ์อักษรแล้ว สถาปนิกจะต้องลงมือจัดทำรายละเอียดเพื่อใช้เป็นเอกสารประกอบการขออนุญาตก่อสร้างต่อไป โดยแบบดังกล่าวนั้นจะต้องเป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบปฏิบัติ ข้อกำหนดของท้องถิ่นและองค์กรณ์ท้องถิ่นควบคุม อีกทั้งควรมีรายละเอียดของการก่อสร้าง รายการประกอบแบบและเอกสารที่ใช้เพิ่มเติมอย่างพอเพียง ที่สำคัญแบบดังกล่าวยังสามารถนำมาใช้เป็นเอกสารประกอบการประกวดราคาและการทำสัญญาว่าจ้างแก่ผู้รับเหมา โดยเอกสารที่ทางสถาปนิกจะต้องส่งมอบให้แก่ลูกค้านั้น ควรประกอบด้วย

แบบสถาปัตยกรรม ใช้สำหรับขออนุญาตก่อสร้าง
แบบแสดงถึงผังบริเวณและระบบสาธารณูปโภคในส่วนภายนอกอาคาร
แบบแสดงถึงแปลนทุกชั้น
แบบแสดงถึงรูปด้านทั้งหมด 4 ด้าน
แบบแสดงถึงรูปตัดอย่างน้อยจำนวน 2 รูป
แบบแสดงถึงรายละเอียดและแบบขยายต่างๆ ตามความจำเป็น
แบบวิศวกรรมโครงสร้าง รายละเอียดและรายการคำนวณสำหรับการขออนุญาตก่อสร้าง
แบบวิศวกรรมสาขาอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวข้องหรือสาขาที่ได้ตกลงกัน พร้อมแนบเอกสารที่จำเป็น
รายการประกอบแบบของการก่อสร้างทุกงาน (งานสถาปัตย์และวิศวระบบต่างๆ) อย่างละเอียด
ประมาณราคากลางสำหรับค่าก่อสร้างอย่างละเอียด

4. การประกวดราคาและการคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้าง
ทางด้านสถาปนิกจะให้ความร่วมมือเกี่ยวกับการประกวดราคาดังต่อไปนี้

จัดทำประมาณราคากลางสำหรับค่าก่อสร้าง (กรณีได้ทำการตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว)
จัดทำเอกสารสำหรับการประกวดราคา (กรณีได้ทำการตกลงกันไว้ล่วงหน้าแล้ว)
ให้คำแนะนำเพื่อการตรวจสอบใบเสนอราคาในส่วนของผู้รับจ้างก่อสร้าง
ให้คำแนะนำสำหรับการคัดเลือกผู้ที่จะเข้ามารับเหมาก่อสร้าง
จัดเตรียมเอกสารสัญญา
ในขั้นตอนระหว่าง 3-4 นี้ กรณีเป็นงานออกแบบเฉพาะ ที่มีลวดลายพิเศษ สถาปนิกอาจจะต้องมองหาบริษัทที่ทำชิ้นงานได้จริงก่อน เช่น การออกแบบลายฉลุ จำเป็นต้องมองหา บริษัทที่รับตัดเลเซอร์ลายฉลุเพื่อการออกแบบ เตรียมไว้ก่อน หากไม่มีบริษัทใดสามารถทำลายนั้นๆ ได้ ก็อาจจะต้องีการเปลี่ยนแปลงแบบงาน ก่อนที่จะมีการสร้างชิ้นงานจริงแบบ Final

5. การก่อสร้าง
ในการก่อสร้าง สถาปนิกจะให้ความร่วมมือร่วมด้วย เพื่อให้การก่อสร้างสามารถดำเนินไปตามความต้องการ และเป็นไปตามเอกสารสัญญาดังนี้

ตรวจสอบการปฏิบัติงานในส่วนของผู้รับจ้างก่อสร้าง ณ สถานที่ทำการก่อสร้างแบบเป็นครั้งคราวเพื่อรายงานให้แก่ลูกค้าทราบ
ให้คำแนะนำสำหรับผู้รับจ้างก่อสร้าง เพื่อให้การก่อสร้างนั้นสามารถดำเนินงานไปได้ด้วยความเรียบร้อย
ให้คำปรึกษาและแนะนำผู้ควบคุมงาน เพื่อให้การก่อสร้างดำเนินตามความประสงค์ของการออกแบบและเอกสารสัญญา
ให้รายละเอียดเพิ่มเติมไปตามความจำเป็น
ตรวจและอนุมัติแบบในการใช้งาน รวมถึงวัสดุอุปกรณ์ ตลอดจนตัวอย่างที่ผู้รับจ้างก่อสร้างนำมาเสนอ

6. การส่งมอบเอกสาร
สถาปนิกจะทำการส่งมองเอกสารให้แก่ลูกค้าประกอบการใช้งาน ตามข้อ 3 โดยจะมอบเป็นแบบพิมพ์เขียวในจำนวน 10 ชุด และเอกสารรายการประกอบแบบอีกจำนวน 10 ชุด เพื่อนำไปใช้ในการขออนุญาต ประมูลราคาก่อสร้าง แต่หากเจ้าของงานมีความต้องการเอกสารมากกว่าที่กำหนด ทางด้านสถาปนิกสามารถเบิกค่าใช้จ่ายเพื่อจัดทำเอกสารเพิ่มเติมจากลูกค้าต่อไป

7. งานที่ไม่ครอบคลุมค่าบริการของสถาปนิก
นอกจากงานดังกล่าวแล้ว ยังมีงานที่มีความเกี่ยวข้องกับการตระเตรียมเอกสารและการก่อสร้างอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในขอบเขตการให้บริการในส่วนของสถาปนิกแต่อย่างใด แต่หากลูกค้ามีความต้องการสถาปนิกก็สามารถช่วยดำเนินการให้ โดยคิดค่าใช้จ่ายตามความเป็นจริงหรืออาจเป็นราคาที่ตกลงกันเองระหว่างลูกค้ากับสถาปนิก ได้แก่

การขออนุญาตก่อสร้างกับทางราชการ สถาปนิกจะทำการเตรียมเอกสารและยื่นให้ลูกค้า แต่ในส่วนของค่าธรรมเนียม ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ ลูกค้าจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบด้วยตนเอง
การจัดทำหุ่นจำลองขนาดใหญ่ขึ้นโดยละเอียด
การออกแบบและการตกแต่งภายใน
การควบคุมงานด้านก่อสร้าง
การบริหารงานด้านก่อสร้าง
การรังวัดตรวจสอบที่ดินหรือการหาข้อมูลด้านต่างๆ ที่มีความเกี่ยวข้องกันกับที่ดินหรือทรัพย์สินในด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับที่ดินนั้นๆ
การขุดเจาะสำรวจคุณภาพของดินเพื่อการรับน้ำหนัก (soil Test)
นี่ก็คือแนวทางเพื่อใช้เป็นข้อมูลประกอบสัญญาหรือข้อตกลงในการว่าจ้างงานของสถาปนิกและลูกค้า เพื่อให้มั่นใจว่าจะได้รับงานและการบริการจากสถาปนิกอย่างไรบ้าง และเพื่อให้เกิดความสบายใจกับการทำงานร่วมกันของทั้งสองฝ่าย

วันนี้แอดมินมีกิจกรรมที่กำลังจะมาถึงในปี 2564 มาอัพเดททุกคนกันค่ะ กับ งานสถาปนิก ’64

งานแสดงสถาปัตยกรรมและวัสดุก่อสร้างที่ใหญ่ที่สุดในอาเซียน ครั้งที่ 34 จัดขึ้นภายใต้แนวคิด “มองเก่า ให้ใหม่: Refocus Heritage” ชวนผู้ชมมาปรับความคมชัด เรื่องราวมรดกสถาปัตยกรรม สานต่อคุณค่าภูมิปัญญาจากอดีต ร่วมรักษา ปรับใช้ และต่อยอด มรดกอันทรงคุณค่าเพื่อให้คงอยู่กับคนรุ่นต่อไป

ตื่นตาไปกับนวัตกรรมวัสดุก่อสร้างจากผู้แสดงสินค้ากว่า 850 แบรนด์ทั่วโลก นิทรรศการให้ความรู้ และกิจกรรมเพลิดเพลินมากมาย บนพื้นที่จัดแสดงรวมกว่า 75,000 ตารางเมตร ณ อิมแพ็ค ชาเลนเจอร์ ​ฮอลล์ เมืองทองธานี

สมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดงานเพื่อเผยแพร่วิชาชีพสถาปัตยกรรมมาตั้งแต่ปีพุทธศักราช 2529 โดยใช้ชื่องานว่า “สถาปนิก ’29” และได้จัดเป็นประจำทุกปี (ยกเว้นปีพุทธศักราช 2533) จนถึงปัจจุบัน ได้จัดไปแล้ว 33 ครั้ง โดยมีผู้เข้าชมปีละประมาณ 390,000 คน ในแต่ละปี

สำหรับปีพุทธศักราช 2564 นี้ คณะกรรมการบริหารสมาคมฯ ปีพุทธศักราช 2559-2562 มีมติเห็นชอบในการจัดงานสถาปนิก’64 ซึ่งจัดเป็นครั้งที่ 34 ในระหว่างวันที่ 27 เมษายน – 2 พฤษภาคม 2564 ณ อาคาร ชาเลนเจอร์ 1-3 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี ถนนแจ้งวัฒนะ ตำบลบ้านใหม่ อำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี

แนวคิดหลักในการจัด งานสถาปนิก ’64

ในสังคมของเราที่ผ่านมา ก็เป็นที่ยอมรับกันอยู่แล้วถึงคุณค่าของงาน สถาปัตยกรรมและ องค์ประกอบต่างๆที่เกี่ยวข้องที่ตกทอดสืบมาจากอดีต โดยใช้คำว่า โบราณสถานโบราณวัตถุ เรียกสิ่งเหล่านี้ที่ทำให้เรานึกถึงแต่เพียงความเก่าแก่ โบราณ ที่ใช้อายุสมัยมาเป็นเครื่องกำหนดคุณค่า หากแต่สาระสำคัญที่แท้จริงของคุณค่าน่าจะอยู่ที่ความตั้งใจในการสร้างสรรค์ขึ้นมาในอดีต เพื่อให้มีคุณค่าสำหรับการใช้สอยในช่วงเวลาใดเวลาหนึ่ง และเราได้ร่วมกันเห็นถึงคุณค่านั้นที่คู่ควรต่อการรักษาไว้เพื่อส่งต่อจากรุ่นของเราไปสู่คนในรุ่นต่อไป และนี่ก็คือความหมายของคำว่า HERITAGE หรือ มรดก

DESIGN BRIEF

นอกเหนือไปจากมรดกสถาปัตยกรรมกลุ่มที่มีความสําคัญอย่างยิ่งอันเป็นที่รับรู้กันโดยทั่วไป และเป็นที่ยอมรับอยู่แล้วว่าเป็นสิ่งที่สมควรอนุรักษ์โดยมิได้ต้องมีการทําความเข้าใจกันมากมายนัก อย่างเช่น โบราณสถานที่ขึ้นทะเบียนระดับชาติเป็นต้น ก็ยังมีมรดกสถาปัตยกรรมอันทรงคุณค่ากลุ่มใหญ่อีกกลุ่มหนึ่งซึ่งอาจเรียกได้ว่าเป็น ‘THE EVERYDAY HERITAGE’ ซึ่งบางครั้งสังคมอาจมองข้ามไปโดยมิได้ตระหนักถึงคุณค่าที่มีอยู่

ไม่ว่าอาจจะเป็นเพราะความใกล้ชิดคุ้นเคยมากจนมองผ่านมันไป ไม่ว่าอาจจะเป็นด้วยสถาปัตยกรรมนั้น แม้ว่ามีคุณค่าอันละเอียดแต่อาจเป็นสิ่งเรียบง่ายไม่ใหญ่โตไม่ได้มีสถานะที่สําคัญที่มีความเป็นพิธีการ ไม่ว่าอาจจะเป็นด้วยสถานที่นั้นอยู่ในสภาพชํารุดทรุดโทรมหรือรกรุงรังจนยากที่จะมองออกถึงคุณค่าที่ซุกซ่อนอยู่ ไม่ว่าอาจจะเป็นด้วยสถานที่นั้นเป็นร่องรอยทางประวัติศาสตร์ระดับชาวบ้านเป็นวิถีชีวิตจริงของผู้คนที่บางครั้งถูกมองว่าไม่สําคัญ

ไม่ว่าจะเป็นด้วยสถาปัตยกรรมนั้นมีอายุไม่มากนักไม่รู้สึกเก่าแก่พอที่จะถูกอธิบายได้โดยง่ายว่าเป็นมรดกที่สําคัญทั้งที่มันมีคุณค่าอย่างยิ่งในฐานะตัวแทนอดีตที่เพิ่งผ่านมาได้ไม่นานนัก หรือจะด้วยสาเหตุอื่นใดก็แล้วแต่ อันทําให้ผู้คนอาจไม่ตระหนักรู้ถึงคุณค่าของมรดกทางสถาปัตยกรรมเหล่านี้มากเท่ากับคุณค่าที่มันมี และเป็นที่น่าเสียดายที่ ‘THE EVERYDAY HERITAGE’ รอบๆ ตัวเราเหล่านี้หลายแห่งก็ถูกรื้อทําลายไป มันกําลังค่อยๆเลือนหายไปเรื่อยๆ อย่างน่าเสียดาย

แต่การอนุรักษ์มรดกทางสถาปัตยกรรมก็มิได้จําเป็นเสมอไปที่จะเป็นเพียงการซ่อมแซมให้กลับมาอยู่ในสภาพเดิม หรือกลับมาใช้สอยแบบดั้งเดิมแต่เพียงเท่านั้น อาจจะเป็นโอกาสอันดีเสียอีกสําหรับ ‘THE EVERYDAY HERITAGE’ ที่อาจจะถูกเปิดกว้างยอมรับอิสระทางความคิดสร้างสรรค์ที่จะเกิดการสร้างสรรค์ใหม่ๆ เข้าไปในพื้นที่ได้ง่ายกว่า เมื่อเทียบกับมรดกสถาปัตยกรรมแบบทางการที่ทุกคนจับตามอง หรือถูกกฎหมายควบคุมไว้แล้วอย่างเข้มข้น

การประกวดแบบครั้งนี้เป็นการชักชวนให้ผู้เข้าร่วมได้มาช่วยกันมองหา ‘THE EVERYDAY HERITAGE’ มรดกสถาปัตยกรรมที่อาจถูกหลายคนมองข้ามไป หรือถูกให้คุณค่าน้อยกว่าศักยภาพของมัน และนําเสนอพื้นที่จริงนั้น พร้อมเสนอการออกแบบทาง สถาปัตยกรรมเข้าไปในพื้นที่เดิม (architectural intervention) ในแนวทางที่เหมาะสม เพื่อวัตถุประสงค์ที่เหมาะสม และเกิดการต่อยอดคุณค่าในมรดกสถาปัตยกรรมที่ซ่อนเร้นอยู่เดิม ให้เกิดคุณค่าและความหมายใหม่ที่ร่วมสมัยอย่างสร้างสรรค์

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *