0

ต่อเติม ชั้นลอยโถงบันได เปลี่ยนเป็นห้องพระเล็ก ๆ ในบ้านทาวน์เฮ้าส์

รีวิวต่อเติม ชั้นลอยโถงบันได บ้านทาวน์เฮ้าส์ เป็นห้องพระเล็ก ๆ ไว้กราบไหว้บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์ นั่งสมาชิก และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในครอบครัว

อยากมีห้องพระแต่พื้นที่ในบ้านน้อย มาดูไอเดียต่อเติม ชั้นลอยโถงบันได ให้กลายเป็นห้องพระเล็ก ๆ จากความศรัทธา โดย จากทาวน์เฮ้าส์สองชั้น 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ ไว้สำหรับจัดสางสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทำสมาธิ และเป็นศูนย์รวมจิตใจของคนในบ้าน แถมยังเป็นคนออกแบบเองอีกด้วย

(1) ปฐมบทแห่งความคิด

ห้องพระสำหรับพุทธศาสนิกชนคนที่รักบ้านทุกท่าน ผมเชื่อว่าหลายท่านในนี้คงมี “ห้องแห่งศรัทธา” อันเป็นศูนย์รวมจิตใจของสมาชิกภายในบ้าน เพื่อใช้สร้างความสงบ นั่งสมาธิ หรือเจริญสติปัญญา รวมไปถึงใช้เป็นพื้นที่จัดเก็บวัตถุมงคลต่าง ๆ ผมเองก็เช่นเดียวกัน แต่ติดว่าบ้านทาวน์เฮาส์หลังเล็ก ๆ จะทำห้องพระสักห้อง คงต้องมีการเสียสละ 1 ห้องนอน ซึ่งปกติบ้านผมเอง ก็ใช้ห้องนอนเล็กที่ว่างอยู่ ทำเป็นห้องพระครับ (บ้านผมมี 3 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ)

พอมีโอกาสได้รีโนเวทบ้าน ผมจึงพยายามค้นคว้าหาข้อมูลว่า เราสามารถจัดวาง หรือสร้างห้องพระให้ในอยู่ส่วนไหนของบ้านได้บ้าง เนื่องจากข้อจำกัดของความเป็นทาวน์เฮ้าส์ อันมีพื้นที่ขนาดเล็ก และตัวบ้านเป็นแบบสำเร็จรูปตายตัวอีกด้วย ผลลัพท์ที่ได้คือ “บริเวณโถงบันไดทางขึ้น” อันเป็นตำแหน่งกึ่งกลางของตัวบ้าน และยังสามารถต่อเติมห้องให้อยู่สูงกว่าจุดอื่น ๆ ของบ้านได้

จากบทสรุปอันนี้นี่เอง ผมจึงพยายามหาแนวคิดเพื่อต่อยอดและค้นข้อมูลต่าง ๆ ในอินเตอร์เน็ตเพิ่มเติม จนนำมาสู่การออกแบบห้องพระชั้นลอยด้วยตัวเองในที่สุด

  • ภาพแสดงโถงบันไดทางขึ้นชั้นสอง ก่อนทำการรีโนเวท (1)
  • ภาพแสดงโถงบันไดทางขึ้นชั้นสอง ก่อนทำการรีโนเวท (2)

ซึ่งในการต่อเติมทั่ว ๆ ไปที่ผมทำการศึกษามานั้น พบว่าการต่อเติมห้องพระในบ้าน ในรูปแบบชั้นลอยบริเวณโถงบันไดนี้ โดยแบบที่มีกันอยู่ดาษดื่นในอินเทอร์เน็ตนั้น ถ้าไม่เป็นแบบโมเดิร์นจ๋า ก็ดูโบร๊าณโบราณเสียจนนึกว่าเป็นโบสถ์เก่าสมัยกรุงธนบุรีเสียอีก

แบบที่ผมเจอบ้างก็ทำกันเป็นชั้นลอยง่าย ๆ มีบันไดทางขึ้นไปแบบตัดตรงขึ้นไปดื้อ ๆ พิเคราะห์ดูแล้วไม่ได้คำนึงถึงจำนวนขั้นของลูกบันไดมากนัก หรือแม้กระทั่งความลาดเอียงของบันไดเองก็ตาม ทั้งยังมีรูปแบบการวางโต๊ะหมู่บูชา หรือหิ้งพระในแบบโล่ง ๆ ที่มักจะสามารถมองเห็นได้โดยง่ายจากส่วนอื่น ๆ ของบ้าน

(2) ตกผลึกกระบวนทัศน์

มันเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างมาก เพราะโจทย์คือผมต้องออกแบบขั้นบันไดให้ได้ทั้งสิ้น 7 ขั้น ความลาดชันของบันไดต้องเหมาะสม โครงสร้างหลักของห้องเป็นเหล็กกล่อง บานต่าง ๆ ที่ประกอบกันขึ้นมาเป็นตัวของห้อง ต้องสร้างมาจากงานไม้ที่ผมรัก อีกประการสำคัญอย่างหนึ่งคือ แม้จะมีพื้นที่อันจำกัดของโถงบันไดนี้ หากแต่ต้องสามารถเข้าไปยืนในห้องได้ นั่งสมาธิได้ รวมถึงต้องมีระยะพอที่จะก้มกราบองค์พระประธานของบ้านในแบบ “เบญจางคประดิษฐ์” (ศอกต่อเข่า) ได้ ซึ่งการกราบลักษณะดังกล่าวนี้ จะสูญเสียพื้นที่ในแนวยาวของห้องเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 5.23% เลยทีเดียว (คุณเชื่อผมปะ ?)

และต้องมี “ฝาไหล” ซึ่งเป็นบานไทยโบราณ อันเป็นภูมิปัญญาเฉพาะถิ่นทางภาคเหนือ ที่ผมชื่นชอบและหลงใหลเป็นการส่วนตัว เข้ามาประกอบเป็นส่วนหนึ่งของห้องพระนี้ด้วย (ฝาไหลนี้ผมได้รู้จักและเริ่มศึกษา รวมไปถึงออกแบบอย่างจริงจังมาก เมื่อเริ่มต้นโครงการห้องพระนี้)

ผมพยายามนึก และบรรจงเขียนมันออกมาจากความคิด มองย้อนกลับไปยังธรรมสถานต่างๆที่เรา(ผมและภรรยา)เคยไป ทั้งยังระลึกนึกถึงสิ่งที่เราศรัทธาที่มีต่อศิลปะไทยและพระพุทธศาสนา ตรึกตรองกลับไปยังจริตธรรม ครูบาอาจารย์ต่าง ๆ เพื่อกลั่นกรองและเรียงร้อยออกมาว่าแก่นแท้แล้ว ผมต้องการอะไรบ้างจาก “ห้องแห่งศรัทธา” แห่งนี้

  • คุณภรรยาขณะสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในห้องพระเดิม ที่อยู่ในห้องนอนเล็ก (เป็นห้องเก็บกระเป๋าและเก็บของทั่ว ๆ ไปด้วย)

(3) สถาปนึก(เอง) และวิศวกะ(เอา)

ผมใช้เวลาออกแบบอยู่ราว ๆ 2 สัปดาห์ พยายามกำหนดขนาดบันได ซึ่งเป็นงานที่ยากและซับซ้อนสำหรับผมมาก เพราะกลัวว่าจะเดินขึ้นไม่สะดวก ความลาดชันที่ถูกต้องของบันไดจะไม่เหมาะสม รวมไปถึงการที่ต้องคำนึงถึงขนาดห้องที่เล็ก แต่ต้องสร้างสรรค์พื้นที่ในการใช้สอยให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยขนาดพื้นที่ของห้องที่ผมกำหนดลงในโถงบันไดนี้คือ 1.7 ตร.ม.เท่านั้น (1.9×0.9 ม.) และในที่สุดผมก็ได้แบบโครงร่างของห้องออกมาเชยชมสมใจปอง….ซะที

  • แบบสามมิติที่วัดจากขนาดจริง เพื่อใช้ในการกำหนดตำแหน่งบันได และขนาดของห้องที่เหมาะสม
  • ห้องพระในจินตนาการที่ผมพยามวาดลงสู่กระดาษเป็นครั้งแรก เพื่อจะได้นำไปทำในคอมพิวเตอร์เป็นลำดับถัดไป
  • แสดงห้องพระในรูปแบบสามมิติ ที่พยายามวาดออกมาจากจินตนาการ ด้วยโปรแกรม สเก็ตซ์อัป (SketchUp)

การหาข้อมูลของขนาดลูกบันไดที่เหมาะสมควรต้องเป็นเช่นไร ผมถึงขั้นต้องตัดกระดาษแข็งมาจำลองการเดินขึ้น-ลงว่า เหยียบได้เต็มเท้ามั้ย จังหวะเลี้ยวขึ้น-ลงอันตรายมั้ย เป็นต้น การกำหนดขนาดของห้องลงไปใน “โถงบันไดที่จำกัด” ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ยาก..แต่มันคือหัวใจที่สำคัญของการสร้างห้องพระนี้เลยก็ว่าได้

  • รายละเอียดของบันไดที่ผมใช้ระยะเวลาออกแบบยาวนานที่สุด

(4) รักที่ออกแบบได้

และเมื่อผมดำดิ่งจมลึกลงไปในห้วงของโลกการออกแบบ ผมกลับพบว่ามันมีเสน่ห์น่าค้นหายิ่งนัก โดยเฉพาะการคิดออกแบบในสิ่งใหม่ ๆ หรือแม้แต่สิ่งที่เราไม่อาจหาได้จากโลกอินเทอร์เน็ต เช่น ฝาไหลโบราณ เป็นต้น ซึ่งหากเพื่อน ๆ ย้อนกลับไปดูในแบบสามมิติที่ผมออกแบบไว้ จะพบว่าไอ้ช่องที่อยู่หน้าห้อง ที่ออกจะดูโบร๊าณ โบราณ มันคือสิ่งที่เรียกว่า “ฝาไหล” นั่นเอง

นี่กระมังที่ฝรั่งมังค่า มักเรียกว่า “ธิงค์-เอ้าท์-อัฟ-เธอะ-บ๊อกซ์” (การคิดนอกกรอบ) เพราะเมื่อผมยิ่งคิด ยิ่งขีด ยิ่งเขียน ผมยิ่งถลำออกนอกกรอบเดิม ๆ ที่ผมเคยคิด เคยทำ และเคยเป็น มันทำให้ค้นพบแนวทางใหม่ ๆ วิธีคิดใหม่ ๆ เช่น การ “คำนวนช่องของฝาไหล” ขนาดตัวเลขที่สอดคล้อง แม้ว่าวงกบจะขนาดเท่าใด.. ผมสามารถออกแบบให้สมดุลได้ ด้วยสมการทางคณิตศาสตร์แบบง่าย ๆ รวมไปถึงสุนทรียภาพใหม่ ๆ ที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้นเป็นลำดับ ผมค่อนข้างทึ่งกับภูมิความคิดของคนโบราณ ในการออกแบบความลงตัวของเจ้าช่องฝาไหลแบบนี้มาก ผมไม่รู้หรอกว่า คนในยุคนั้นเขาใช้หลักคำนวณในแบบที่ผมคิดหรือไม่ แต่สำหรับผม “ผมเริ่มทำมันได้บ้างแล้วล่ะ”

  • ฝาไหลขนาดที่ผมต้องการไม่มีขาย – ผมอยากได้ลายแบบไหน จำเป็นศึกษาและต้องออกแบบเอาเอง
  • การออกแบบขั้นสุดท้ายก่อนส่งให้ “ร้านไม้เก่า” ตัดตามแบบ
  • อัตราส่วนและตัวเลชที่ผมบรรจงคิดและคำนวณ เพื่อสร้างความสมดุลให้กับลวดลายของฝาไหล

(5) เข้าที่-ระวัง-ไป !

เมื่อวันเริ่มงานมาถึง ผมเข้าใจเลยว่า การมีแบบมันสำคัญมาก ๆ เพราะช่างจะได้เห็นภาพ และลดปัญหาหน้างานลงได้พอสมควร รวมไปถึงช่างจะสามารถประเมินวัสดุที่ต้องใช้ ได้อย่างแม่นยำอีกด้วย

แต่เหนือไปกว่าสิ่งอื่นใด การบอกกล่าวและเคารพต่อสถานที่ยังเป็นความเชื่อ ขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงาม ของชาวพุทธเช่นเรา ๆ ท่าน ๆ มาอย่างช้านาน และนี่เป็นการสร้าง “ห้องพระในบ้าน” ซึ่งเป็นความศรัทธาในอานุภาพของพระพุทธศาสนาโดยตรง แม้ผมจะจัดเป็น “คนรุ่นใหม่ ไฟร้อนแรง แฝงในธรรม” ก็ตามที แต่ผมก็มิอาจละเลยที่จะทำพิธีเล็ก ๆ ด้วยตนเอง เพื่อสร้างความเป็นสิริมงคล และความสบายใจให้กับสมาชิกในครอบครัวครับ ออกแบบภายใน

  • ขณะที่ผมอาราธนาสิ่งศักสิทธิ์ เพื่อขออนุมัติเปิดกิจการ เอ้ย ! เปิด “โครงการสร้างห้องพระในบ้าน” อย่างเป็นทางการ (ติดตั้งวันแรก)
  • ก่อนเริ่มงาน ช่างมีการติดกระดาษลูกฟูกเพื่อป้องกันสะเก็ดไฟจากงานเชื่อมที่จะเกิดขึ้นในระหว่างการทำงาน
  • แผ่นเพลทเหล็กขนาด 4″ ที่ถูกยึดตรึงไว้กับผนังของบ้านชนิดแผ่นคอนกรีตสำเร็จรูป (Precast-พรีคาสท์) ด้วยพุกเหล็ก
  • ติดตั้งคานเหล็กกล่องขนาด 2″x4″ สำหรับเป็นพื้นห้องพระเรียบร้อยแล้ว
  • คานที่พร้อมสำหรับดำเนินงานในขั้นต่อไป

(6) ลงแรง-ลงมือ-ลงใจ-ลงตังค์

ก่อนการเริ่มงาน ช่างมีความกังวลใจอยู่พอสมควร อาจด้วยเพราะแกไม่ค่อยคุ้นเคยกับการต่อเติมอะไรประหลาด ๆ แนวนี้ ผมเองก็เช่นกัน ผมกังวลไม่ต่างอะไรกับช่างเลย แต่ผมบอกกับช่างว่า “ช่างวีไม่ต้องกังวล เราจะสู้ไปด้วยกัน” นี่คือสิ่งที่ผมพอจะทำได้ในวันเริ่มโครงการอันน่าตื่นเต้นนี้

  • ขณะเริ่มรื้อราวบันไดเดิมออก
  • เปิดแบบของห้องพระที่ผมเขียนจากโน๊ตบุ๊ก เพื่อใช้ในสื่อสารการทำงานกับช่างโดยตรง และทำให้ช่างเห็นภาพที่จะต้องลุยไปด้วยกันตลอดระยะเวลาของโครงการฯ นี้
  • ในคืนที่ 2 ของการเริ่มงาน ผมจำเป็นต้องนำโน๊ตบุคตัวเก่ง นั่งปรับปรุง แก้ไขแบบเพื่อความเหมาะสม ก่อนที่รุ่งเช้า ผมจะได้ลุยต่อกับช่าง
  • ภาพเขียนขาว-ดำของแนวลูกบันไดบนผนัง (ต้นศตวรรษที่ 21, ในยุคโควิดตอนกลาง) อันเป็นร่อยรอยทางอารยธรรมของช่างในตำนานที่บ่งชี้ว่าจะมีการวาง “เหล็กลูกตั้ง” ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า