03/12/2021

ธรรมนัส ส่งไลน์บอก “ส.ส.พปชร.” อย่าตกเป็นเหยื่อโซเชียล

“ผู้กอง ธรรมนัส” ส่งไลน์บอก ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ “อย่าตกเป็นเหยื่อของโลกโซเชียล” ยืนยันไม่ได้ทำโพลเพื่อกลั่นแกล้งใคร

แหล่งข่าวภายในพรรคพลังประชารัฐ เปิดเผยว่า เมื่อวานนี้ (22 ต.ค.) ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐได้ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ ส.ส.พรรค เพื่อชี้แจงกรณีพรรคทำโพล ส.ส. เพื่อประเมินผลงาน โดยข้อความดังกล่าวมีเนื้อหาดังนี้

“เรียน ท่าน ส.ส.พปชร.ทุกท่าน ท่านหัวหน้าฝากแจ้งท่าน ส.ส.ทุกๆ ท่านว่า อย่าตกเป็นเหยื่อของโลกโซเชียลนะครับ ตั้งใจทำหน้าที่ผู้แทนของพี่น้องประชาชนให้เต็มที่

ส่วนเรื่องการทำโพลเพื่อประเมินการทำหน้าที่ของ ส.ส.แต่ละเขต เป็นเรื่องที่ท่านหัวหน้ามีดำริให้ทำ แต่เป็นเรื่องภายในพรรค พปชร. ซึ่งจะต้องใช้สำนักโพลที่มีมาตรฐานและเป็นที่ยอมรับของสังคมเป็นผู้ทำ โดยไม่มีการกลั่นแกล้งท่าน ส.ส.ผู้ใดทั้งนั้น จึงฝากเรียนท่าน ส.ส.ทุกท่านด้วยความเคารพ และความห่วงใยครับ”

ส.ส.หวั่นขาใหญ่ในพรรคมีธง หวังใช้โพลกดดัน
ทั้งนี้ การที่ “ผู้กองธรรมนัส”ส่งข้อความในกลุ่มไลน์ของ ส.ส. พลังประชารัฐ ดังกล่าวนั้น เนื่องจากเมื่อวานนี้มีข่าวแพร่สะพัดออกมาว่า พรรคพลังประชารัฐมอบหมายหน่วยงานของรัฐบางแห่งในแต่ละพื้นที่ อาทิ หน่วยงานด้านการศึกษา และหน่วยงานความมั่นคง ดำเนินการทำโพลเพื่อวัดกระแสความนิยมของ ส.ส.ในพรรค บาคาร่า

ซึ่งมีกระแสข่าวว่า แกนนำในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสให้น้ำหนักกับพื้นที่ กทม. และภาคใต้ เป็นพิเศษ เนื่องจากมองว่า ส.ส.ในพื้นที่ดังกล่าวได้รับเลือกมาเพราะกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ไม่ใช่ได้เป็นส.ส. เพราะความสามารถและมีฐานเสียงเป็นของตัวเองแต่อย่างใด แตกต่างจาก ส.ส. ภาคเหนือและอีสาน ที่ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสซึ่งถูกมองว่าได้เป็น ส.ส. เพราะปัจจัยอื่นที่นอกเหนือจากกระแสของ พล.อ.ประยุทธ์

นอกจากนี้ ยังมีรายงานอีกด้วยว่า สำหรับผลโพลที่พรรคประชารัฐทำในพื้นที่ภาคใต้นั้น พบว่าจาก ส.ส.ของพรรคทั้งหมด 14 คน ปรากฏว่ามีผู้ที่ผ่านเกณฑ์เพียง 4 คนเท่านั้น ได้แก่ นายสัมพันธ์ มะยูโซ๊ะ ส.ส.นราธิวาส นายวัชระ ยาวอหะซัน ส.ส.นราธิวาส นายวันชัย ปริญญาศิริ ส.ส.สงขลา และนายรงค์ บุญสวยขวัญ ส.ส.นครศรีธรรมราช ซึ่ง ส.ส.ที่ไม่ผ่านเกณฑ์ ยังไม่ได้รับคำแนะนำใดๆ ในการเสริมจุดอ่อนของตัวเอง

ขณะที่ ส.ส.บางคนที่ทราบความเคลื่อนไหวของแกนนำพรรคกลุ่มดังกล่าว ต่างตั้งข้อสังเกตถึงเจตนาที่แท้จริงในการทำโพลครั้งนี้ รวมถึงความแม่นยำของการทำโพลลักษณะนี้ว่า มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นข้ออ้างในการไม่ส่ง ส.ส.เจ้าของพื้นที่เดิมลงเลือกตั้งในนามพรรคครั้งต่อไปหรือไม่ เนื่องจาก ส.ส. หลายคน ไม่ใช่คนในกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัสรวมถึงยังมีการตั้งข้อสังเกตอีกว่า การทำโพลดังกล่าวจะถูกใช้เป็นเงื่อนไขกดดันให้ ส.ส.มาขึ้นตรงกับกลุ่มของ ร.อ.ธรรมนัสมากขึ้น แลกกับโอกาสในการส่งลงสมัครรับเลือกตั้งในครั้งต่อไปหรือไม่อีกด้วย

“ธรรมนัส” ลงพื้นที่ช่วยชาวนนทบุรี ปัดไม่ได้แข่งกับ “บิ๊กตู่” โว พปชร. ขอกวาด ส.ส. 150 ที่

วันที่ 15 ต.ค. 2564 ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า เลขาธิการ พรรคพลังประชารัฐ ลงพื้นที่ช่วยเหลือและเยี่ยมเยียนชาวบ้านที่ได้รับผล จากสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณชุมชนวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ต.บางกระสอ อ.เมือง จ.นนทบุรี โดยได้นำถุงยังชีพกว่า 300 ถุงมามอบให้ชาวบ้าน ซึ่งบริเวณชุมชนวัดแจ้งศิริสัมพันธ์แห่งนี้เป็นชุมชนที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้รับผลกระทบจากมวลน้ำ ที่เอ่อล้นเข้ามาท่วมเป็นประจำทุกๆปี โดยจะได้รับความลำบากจากน้ำขึ้นตามช่วงเวลา

ร.อ.ธรรมนัสให้สัมภาษณ์ว่าการลงพื้นที่วันนี้ตั้งใจจะมาช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์น้ำท่วมในบริเวณแม่น้ำเจ้าพระยา โดยต้องการที่จะมองถึงการแก้ปัญหาทั้งในระยะสั้นและระยะยาวต่อไป

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงการลงพื้นที่ในทุกๆครั้งจะ มีวันเวลาที่ตรงกับการลงพื้นที่ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม จนถูกมองว่าเป็นการทับไลน์หรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสตอบว่า ถ้าเราทำใจให้เป็นกลางไม่มีเรื่องการเมือง ก็ถือเป็นเรื่องการบ้านที่ทุกภาคส่วนทั้งฝ่ายค้านฝ่ายรัฐบาลต้องช่วยกัน ช่วยเหลือประชาชนที่ประสบปัญหาและผลกระทบจากน้ำท่วม เราต้องมองข้ามเรื่องของการเมือง เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องของความเดือดร้อนของประชาชน และส่วนตัวก็ลงพื้นที่ทุกๆวันอยู่แล้วหากว่าไม่ติดภารกิจอย่างอื่น

เมื่อถามย้ำว่าหลายคนมองว่าเป็นการแข่งขันในการลงพื้นที่กับ พล.อ.ประยุทธ์ ร.อ.ธรรมนัสยืนยันว่าไม่มีเรื่องของการเมืองเป็นเพียงการช่วยเหลือประชาชน ตนลงพื้นที่ก็ทำในนามเลขาพรรคพลังประชารัฐและในฐานะ ส.ส. ที่เป็นตัวแทนของประชาชน ดังนั้นเวลาเดินไปที่ไหนก็จะเดินไปในนามพรรค ย้ำว่าไม่ได้มองในเรื่องอื่นเลย และสิ่งที่ทำทุกอย่างเป็นนโยบายที่หัวหน้าพรรคได้มอบหมาย ว่าต้องลงไปพบปะประชาชนให้เยอะที่สุดเพื่อที่จะนำปัญหาต่างๆกับไปเรียนหัวหน้าพรรค ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกสั่งการมา

เมื่อถามถึงความพร้อมในการเตรียมการเลือกตั้งเนื่องจากมีหลายพรรคการเมืองเริ่มที่จะลงพื้นที่กันแล้ว ร.อ.ธรรมนัสระบุว่า ที่ผ่านมาจะเห็นว่าตนลงพื้นที่และมีการประชุมสมาชิกพรรคในการสรรหาคัดเลือกตัวแทนเขตแต่ละภูมิภาคซึ่งเป็นสิ่งที่ทำต่อเนื่องมาโดยตลอด ไม่ใช่ว่าจะเป็นสัญญาณที่จะบอกถึงการยุบสภา แต่คือธรรมชาติของการเมือง สวนกันเตรียมความพร้อมจัดทำไพรมารี่โหวตพรรคพลังประชารัฐมีความพร้อมเกือบ 100เปอร์เซ็นต์แล้ว โดยการคัดเลือกตัวแทนผู้สมัครนั้นก็จะเป็นของแกนนำในแต่ละจังหวัดที่จะดำเนินการ

ในช่วงท้าย ร.อ.ธรรมนัสยืนยันว่าการเลือกตั้งครั้งต่อไปพรรคพลังประชารัฐ จะสามารถคว้าเก้าอี้ได้มากกว่า 150 ที่นั่งในสภาฯอย่างแน่นอน

หลากหลายบทบาท! “ธรรมนัส” โพสต์ภาพจับกระทะ ทำอาหาร 1,000 ชุด แจกชุมชนแออัด

วานนี้ (9 ต.ค.) ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า โพสต์ภาพตนเองขณะกำลังจับกระทะ-ตะหลิว ทำอาหารแจกประชาชน โดยระบุว่าได้ลงพื้นที่มอบสิ่งของช่วยเหลือ และทำอาหารกลางวันแจกประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อน ในพื้นที่เขตบางเขน โดยข้อความระบุว่า

“วันนี้ผมได้นำ สิ่งของช่วยเหลือและทำอาหารกลางวันจำนวน 1,000 ชุด มอบให้พี่น้องในชุมชนแออัดที่บางเขน จากที่มีพ่อแม่พี่น้อง ได้เล่าถึงปัญหาความยากลำบากของตัวเองและในชุมชน และขอความช่วยเหลือมาหาผมทาง เพจ ธรรมนัส พรหมเผ่า ผมจึงได้รับปากว่าจะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชน จึงนำอาหารสิ่งของพร้อมกับค่าโดยสารมอบให้ทุกท่านในวันนี้ หากพี่น้องประชาชนและชุมชนใดกำลังประสบกับปัญหาต้องการความช่วยผม พร้อมที่จะช่วยทุกท่านอย่างเต็มที่ครับ”

ธรรมนัสลงพื้นที่เมืองคอน ลั่นเป็นรัฐมนตรี จะ Work From Home ไม่ได้

วันที่ 5 ส.ค. 2564 ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รมช.เกษตรและสหกรณ์ พร้อมคณะลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมราชการ จ.นครศรีธรรมราช เพื่อเร่งช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนผลไม้ในพื้นที่ภาคใต้ ที่อยู่ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตตามฤดูกาล หลังได้รับการร้องเรียนจากชาวสวนว่า ได้รับผลกระทบหนักจากสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิค-19 ที่ไม่สามารถขายผลไม้ตามฤดูกาลได้ เนื่องจากประสบปัญหาด้านการขนส่งสินค้า ที่พ่อค้า แม่ค้า ไม่สามารถเข้าไปรับซื้อได้ตามปกติ พร้อมกันนี้ ยังติดตามความคืบหน้าการบริหารจัดการแก้ไขปัญหาปัญหาที่ดินทำกินและที่อยู่อาศัยจากประชาชนในพื้นที่อีกด้วย

ร.อ.ธรรมนัสพร้อมคณะเดินทางไปยังจุดรับซื้อมังคุด ภายใต้โครงการส่งเสริมการค้าเชิงพาณิชย์ครบวงจร SME นครศรีธรรมราช โอกาสนี้ ยังได้สั่งให้หน่วยงานสังกัดในพื้นที่ สนับสนุนซื้อมังคุดจากชาวสวน อ.สิชล อ.นบพิตำ อ.พรหมคีรี และ อ.ท่าศาลา เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของเกษตรกร และนำไปแจกให้แก่พี่น้องประชาชนในพื้นที่กรุงเทพฯ ที่ได้รับผลกระทบโควิดต่อไป

“สถานการณ์วันนี้ ไม่เอื้ออำนวยต่อการลงพื้นที่ แต่ในฐานะรัฐมนตรี จะเก็บตัว work from home คงไม่ได้ ผมยอมที่จะลงมาพบประชาชนในพื้นที่เพื่อแก้ปัญหาประชาชน ขณะเดียวกัน นายกรัฐมนตรี ได้กำชับให้ใส่ใจความเดือดร้อนของประชาชนในยามบ้านเมืองไม่ปกติ ซึ่งสถานการณ์การแพร่ระบาดเชื้อโควิด ทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งการแก้ปัญหาไม่ใช่ง่าย และทั่วโลกประสบปัญหาเหมือนกัน โดยเฉพาะการที่เชื้อไวรัสได้กลายพันธุ์เป็นสายพันธุ์ใหม่อีกหลายๆสายพันธุ์”

ร.อ.ธรรมนัสยืนยันว่า รัฐบาลได้สั่งการให้ผู้ว่าราชการทุกจังหวัดเร่งแก้ไขปัญหาในพื้นที่ จึงขอคนไทยรู้รักสามัคคีเดินหน้าแก้ปัญหาไปด้วยกัน ทราบดีว่าฝ่ายความมั่นคง บุคลากรทางการแพทย์ทำงานกันเหนื่อย แต่ทุกฝ่ายต้องทำงานร่วมกัน ส.ส.ต้องใส่ใจพื้นที่ตัวเอง เรื่องวัคซีนคงอีกไม่นาน จะได้ฉีดกันครบ

ร.อ.ธรรมนัสยังกล่าวว่า ได้สั่งการให้มีการปลูกพืชสมุนไพรในพื้นที่ ส.ป.ก.ทั่วประเทศ ซึ่งต่อไปแต่ละพื้นที่ จะมีฟ้าทะลายโจรทั่วถึง โดยพยายามเดินหน้ามา 2 ปีแล้ว เชื่อว่าภายในระยะเวลา 3 เดือนนี้สมุนไพรฟ้าทะลายโจรจะแพร่หลายและราคาไม่แพง เราจะต้องรอดไปด้วยกัน

“ธรรมนัส” จุดประทัด 5 แสนนัดบน “ไอ้ไข่” ช่วย พปชร.หาเสียง เผยไม่น้อยใจถ้าวืดเก้าอี้

เมื่อเวลา 14.50 น. วันที่ 5 มี.ค. ที่ จ.นครศรีธรรมราช ร.อ.ธรรมนัสพรหมเผ่า รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และรองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) ให้สัมภาษณ์ถึงการลงพื้นที่ จ.นครศรีธรรมราช ว่า ตลอด 2 วัน ได้ลงพื้นที่ปราศรัยหาเสียงช่วยผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ เราทำการบ้านและให้คนลงพื้นที่มาตลอด และในช่วงอาทิตย์สุดท้ายเราระดมสรรพกำลังลงมาช่วย และรับทราบว่าชาวบ้านต้องการอะไรและเวลานี้ ส.ส.พรรคพลังประชารัฐ ก็ลงพื้นที่มาช่วยกันจำนวนมาก ดังนั้นประเมินผลเบื้องต้นแล้วมั่นใจว่าจะชนะ

ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ส่วนการเดินทางไปวัดเจดีย์ (ไอ้ไข่) อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ได้จุดประทัด 5 แสนนัด บนไหว้ขอพรไอ้ไข่ พร้อมกับถวายไก่หนึ่งคู่ชื่อ “โชคดีและมาเฟีย” เพื่อขอให้ผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ ชนะการเลือกตั้ง และมีโอกาสทำงานให้บ้านเมืองเพื่อประเทศชาติและประชาชน และให้พรรคพลังประชารัฐจงเจริญ และไม่ได้ขอเรื่องการเป็นรัฐมนตรี

ผู้สื่อข่าวถึงกรณีที่ เทพไท เสนพงศ์ อดีต ส.ส.นครศรีธรรมราช พรรคประชาธิปัตย์ ตั้งข้อสังเกตเรื่องการใช้รถราชการ มาช่วยพรรคการเมืองหาเสียง ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ช่วงนี้ตนมาตรวจราชการ จึงความจำเป็นต้องใช้เพราะการเดินทางต้องเน้นเรื่องความปลอดภัยกับคณะ และจากนี้จะเดินทางไปตรวจราชการต่อที่จ.สงขลา

เมื่อถามถึงการปรับคณะรัฐมนตรีในครั้งนี้ มีโอกาสจะได้ขยับขึ้นเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ได้คาดหวัง ชีวิตที่ผ่านมาก็พอใจแล้ว ส่วนที่เหลือเป็นเรื่องของพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคพปชร. และพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชานายกรัฐมนตรี และรมว.กลาโหม เป็นผู้ตัดสินใจ

เมื่อถามว่าหากอยู่ในตำแหน่งเดิมจะน้อยใจหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า ไม่ วิถีการเมืองมีเป้าหมายคือทำงานเพื่อประเทศชาติและประชาชน ตราบใดที่ทำงานตอบโจทย์ประชาชนได้ก็มีความสุขอยู่แล้ว ที่ผ่านมาก็ไม่เคยไปพูดคุยกับผู้ใหญ่ในช่วงปรับครม.เพราะตนลงแต่พื้นที่ ไม่ให้ความสำคัญในเรื่องปรับ ครม.ส่วนที่มีข่าวมีชื่อของชัยวุฒิ ธนาคมานุสรณ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อและรองเลขาธิการพรรค และตรีนุช เทียนทอง ส.ส.สระแก้วขึ้นเป็นรัฐมนตรี ตนยังไม่ทราบ ขึ้นอยู่กับผู้ใหญ่พิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่าหากผู้สมัครของพรรคพลังประชารัฐ ชนะเลือกตั้งซ่อมเขต3 นครศรีธรรมราช พรรคจะมี ส.ส.ใต้เพิ่มเป็น 14 คน จะได้รับการพิจารณาเก้าอี้รัฐมนตรีหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัสกล่าวว่า เป็นดุลยพินิจของ พล.อ.ประวิตร และกรรมการบริหารพรรคที่จะช่วยกันพิจารณา