0

รีโนเวท คอนโดมือสอง แต่งห้องผีสิงริมทะเลหัวหินให้หรูด้วยงบยาจก

ใครกำลังมองหา คอนโดมือสอง วิวติดทะเลเหมือนกันบ้าง ส่วนใหญ่ราคาค่อนข้างแพงเพราะด้วยทำเล แต่สำหรับคนงบน้อยต้องใช้สอยอย่างประหยัดลองมองหาคอนโดเก่า ๆ หน่อยแล้วมารีโนเวทกันดีไหม เหมือนอย่าง ที่ไปซื้อคอนโดเก่าแล้วมาแต่งใหม่ด้วยไอเดียบรรเจิด โดยนำเฟอร์เก่า ๆ มาสร้างมูลค่าเพื่อแต่งห้องธีมทะเลให้ดูสวยเลอค่าน่าอยู่สุด ๆ สิบปากว่าหรือจะเท่าตาเห็น ลองเลื่อนลงไปดูภาพและไอเดียเจ๋ง ๆ พร้อมกันเลยจ้า

คอนโดมือสอง เรื่องราวในครั้งนี้เกิดขึ้นมาได้ร่วม ๆ สามสี่ปีมาแล้วครับ มันเป็นช่วงฤดูฝนที่อากาศแถบชายทะเลแรงลมพัดกำลัง เย็นสบาย นักท่องเที่ยวก็เบาบาง เหมาะแก่การพักผ่อนหย่อนใจเป็นยิ่งนัก หลังจากที่ผมได้ตัดสินใจขายบ้านริมหาดเจ้าสำราญ จังหวัดเพชรบุรีไป ด้วยเหตุผลต่าง ๆ ทั้งเรื่องของความสิ้นเปลืองในการดูแลรักษาโดยเฉพาะสวนรอบ ๆ บ้านที่ต้องต่อสู้กับความเค็มของไอทะเล และทำเลที่ออกจะเงียบเหงาไปสักหน่อยสำหรับหนุ่มโสด ปฏิบัติการนกน้อยย้ายรังจึงเริ่มต้นขึ้น พร้อมกับเป้าหมายการหารังใหม่กับทำเลที่สะดวก เหมาะกับสังคมยุคประชากรกำลังจะลด

ช่วงเวลานั้นทำเลแถบหัวหินชะอำกำลังบูม มีโครงการกำลังเปิดใหม่เป็นจำนวนมาก ราคาเสนอขายต่อตารางเมตรสำหรับยูนิตที่หน้าติดทะเลชั้นล่าง ๆ ไม่มีอะไรมาบดบังก็ร้อนแรงไม่แพ้กัน หลาย ๆ โครงการดันกันไปแตะแสนปลาย ๆ จนถึงสองแสนบาทต่อตารางเมตร โฆษณาสวยหรูถึงสิ่งที่จะมีพร้อมสรรพทั้งจริงและไม่จริง จนทำให้สิ่งที่น่ากลัวกว่าทนายและงูก็คือลมปากของเซลส์โครงการที่จะกล่าวอะไรก็ได้โดยไม่มีกระดาษ และเราก็ยังไม่เห็นห้องและวิวจริง ๆ จากห้องเลย ผมจึงเลือกที่จะดูทั้งโครงการเก่าและใหม่ไปพร้อม ๆ กัน

หลังจากตระเวนหารังใหม่ไปได้สิบกว่าที่ ผมก็เปิดไปเจอประกาศขายของธนาคารแห่งหนึ่งสีน้ำทะเล เนื้อที่ประมาณ 90 ตารางเมตร เลื่อน ๆ ดูรูปถ่ายและทำเลไม่น่าพิศวาสเอาเสียเลย มีแต่รูปห้องมืด ๆ และผนังโล่ง ๆ รายละเอียดก็ระบุเพียงเล็กน้อย แต่ยังไงเสียเพื่อไม่ให้เสียเที่ยวก็แวะดูเสียหน่อยก็แล้วกัน ช่วงหน้าฝนต้นไม้ตามซอยริมทะเลทั่วไป ก็จะรกหน่อย แต่คอนโดแห่งนี้ค่อนข้างจะรกเป็นพิเศษ แต่นั่นก็ไม่ทำให้หนุ่มชาวป่าอย่างเราไหวหวั่น ระยะทางจากถนนใหญ่เข้าไปก็พอสมควรอยู่ ซึ่งข้อดีก็คือทำให้ทำเลเงียบสงบ ไร้เสียงรถยนต์วุ่นวาย มีเพียงเสียงคลื่นและลมโบกต้นไม้ ระหว่างทางที่ขับเข้าไป ในใจเราก็นึกว่าสงสัยคงเสียเที่ยวอีกเป็นแน่แท้ เมื่อมาถึงด้านหน้าโครงการ รปภ.ก็ถามไถ่และขอแลกบัตร พร้อมกับส่งยิ้มให้อย่างมีเลศนัยแบบว่า ไอ้ห้องนี้อีกละมาดูคนที่ล้านกว่า เดี๋ยวก็ไปมือเปล่า บริเวณรอบ ๆ เงียบเชียบเป็นยิ่งนัก แต่เราก็คิดใจดีสู้เสือไปเสียว่า “เอาน่า… คอนโดตากอากาศก็แบบนี้แหละ วันปกติคงไม่ค่อยมีคนอาศัยอยู่กัน” แต่ประเมินจากภายนอกแล้วอายุอาคารก็ประมาณ 20 ปีตั้งแต่ยุคฟองสบู่ มืดนิด ๆ เวลาเมฆมาก พอสร้างบรรยากาศวังเวงนิด ๆ หลอนหน่อย ๆ แต่เมื่อมาแล้วก็ต้องไปให้ถึงที่สุด เรื่องราวจึงดำเนินต่อไป

หลังจากรายงานตัวกับท่านนิติ ผมก็ได้พี่รปภ. นำพาเดินลัดเลาะผ่านล็อบบี้โถงสูงสามชั้น

ด้วยความเงียบเราก็ได้ยินเสียงฝีเท้ากันเองก้องไปก้องมาเป็นจังหวะ และแล้วเราก็มุ่งไปยังห้องที่ประกาศขายนั้นผ่านทางเดินสลัว ๆ ของอาคาร ทั้ง ๆ ที่เป็นเวลาราว ๆ เพียงบ่ายสี่โมง แต่ความมืดของเมฆฝนก็ทำให้บรรยากาศมันช่างขมุกขมัว กึ่งหลับกึ่งตื่นยิ่งนัก

และแล้วเราก็มาถึงที่หน้าห้องเป็นประตูไม้สักเก่า ๆ กระจกใสเจียปลี มีกระดาษลังปิดอยู่จากภายในไม่ให้มองเห็นเข้าไปในห้อง อารมณ์เหมือนมาดู crime scene ยังไงยังงั้น

  • เมื่อเปิดประตูเข้าไปก็เจอภายในห้องแบบนี้ครับ มันช่างวังเวงอ้างว้างยิ่งนัก
  • ที่มุมห้องมีหิ้งพระพร้อมกระถางธูปและดอกไม้ในตำแหน่งที่เด่นเกินปกติ
  • ข้าวของต่าง ๆ ก็กระจัดกระจาย เหมือนผู้อยู่เดิมจะย้ายออกไปอย่างเร่งรีบ
  • ปฏิทินบนผนังก็บ่งบอกปี 2544 ในใจเราก็คิดไปว่า ทำไมนะ มันนานขนาดนั้นเชียวหรือที่คอนโดแบบนี้มันจะไร้เนื้อคู่ หรือมันจะมีเหตุผลอื่นทำให้มันร้างมานานเสียขนาดนี้ ในใจก็คิด ขาก็ขยับก้าวเข้าไปภายในห้องด้วยแรงดึงดูดบางอย่าง แล้วผมก็ได้เห็นสิ่งหนึ่งที่ทำให้ขนลุกซู่
  • มันคือ วิวครับ วิวจากห้องนี้ที่มองเห็นชายหาด ทะเล ทิวต้นมะพร้าว และสระว่ายน้ำ ซึ่งมาพร้อมกับเอฟเฟกต์ ทั้งเสียงคลื่น และลมทะเล ถ้าอยู่ชั้นเสียงที่สูงกว่านี้ เราจะเห็นเพียงน้ำทะเลและขอบฟ้าเพียงอย่างเดียว ไม่มีหาด ไม่มีต้นมะพร้าว ไม่มีเสียงคลื่นคอยกล่อมอารมณ์ เหมือนไปทะเลแต่ลืมเอาลำโพงไปด้วย ประมาณนั้น

คอนโดมือสอง มาถึงจุดนี้จะหลอนขนาดไหนก็สู้ครับกับบรรยากาศแบบนี้ ระหว่างรอชวนไปเที่ยวหลังอื่น ๆ บ้างนะครับ

  • บ้านผีสิงริมแม่น้ำแควน้อย
  • บ้านผีสิงที่ดอยอินทนนท์

เมื่อวิวมันต้องมนตร์เสียขนาดนี้ มีหรือปากกาในกระเป๋าทำงานมันจะอยู่สุข มันก็ดิ้นขยุกขยิก อยากจะขีดเขียนตัวเลขให้มันรู้แล้วรู้รอดไป (งวดนี้ไม่เล่นเกมทายราคาซื้อแล้วนะครับเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง) ก็เลยเป็นอันว่าโทรหาธนาคารเจรจาต่อรองไป บอกว่าลดราคาให้ผมสิบเปอร์เซ็นต์แล้วโอนเลย โอนด่วน ไม่ต้องรอลุ้น เอาเงินฟาด ป๊าป ๆ ! เอ้ย จริง ๆ ก็เจรจาไปตามกระบวนการครับ ไม่มีอะไรมาก อย่างแย่ที่สุดธนาคารก็จะบอกว่าไม่ได้ต้องราคาเต็ม ก็ตามน้ำไป ส่วนใหญ่ธนาคารจะเป็นผู้ออกค่าภาษีต่าง ๆ ประมาน 3-4% ส่วนเราก็รับผิดชอบค่าโอน 2% ยกเว้นเวลาธนาคารมีโปรโมชั่น ก็อาจจะแถมค่าโอนให้เรา อันนี้ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับ

หลังจากติดต่อวางเงินมัดจำและนัดโอนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ก็กลับมาที่ฐานบัญชาการครับ ไอเดียคราวนี้ไม่มีอะไรมาก จะแต่งให้หรูด้วยงบยาจกครับ กระเป๋าแบน ๆ กลัวแฟนจะทิ้ง ก็เลยกลับมาบ้านจัดการรื้อ ๆ ค้น ๆ อะไรที่มันพอจะนำมาดัดแปลงตกแต่งห้องได้ ก็จัดมาครับ

แต่ก่อนอื่นเลย ก่อนที่จะเริ่มลงมือต้องตามหาแรงบันดาลใจก่อนครับ เด็กอินดี้อย่างนี้มีหรือจะตามกระแสลอฟท์เลิฟอะไรไม่สนครับ นั่งระลึกถึงอารมณ์แรกที่เราไปเจอกับทรัพย์ตัวนี้ มันให้ความรู้สึกแบบงานสถาปัตย์หลักของอาคารที่เป็นอยู่ ค่อย ๆ นั่งระลึกชาติไปก็ตกผลึกครับ อารมณ์นี้มันต้อง American East Coast แบบพวก Cape Cod, Nantucket, Martha’s Vineyard ประมาณนั้น แต่ที่น่าแปลกที่สุดคือ ห้องนี้ อารมณ์นี้มันทำให้เรานึกถึงคุณแม่ขึ้นมาเฉยเลย อบอุ่น เรียบ ๆ สบาย ๆ มันช่าง Nantucket อะไรเช่นนี้ เมื่อพอจะมีแรงบันดาลใจแล้วเราก็พยายามหาข้อมูลเพิ่มเกี่ยวกับสไตล์ที่เหมาะกับห้องครับ อารมณ์ก็จะประมาณนี้

  • เมื่อได้แรงบันดาลใจแล้ว เราก็มาจัดการหาซากแห่งอารยธรรมที่บ้านครับ แล้วก็เจอนี่ ตู้ไม้อัดยุค 80’s ปลาย ๆ ที่น่าเอาไปบูชายัญในกองไฟเสียนี่กระไร แต่ที่ไม่เคยได้ทิ้งไปก็เพราะตู้รุ่นนี้อย่างน้อยโครงด้านในก็เป็นไม้สักครับ ไม่ใช่ไม้สนหรือไม้ยางจ๊อยท์อย่างตู้รุ่นหลังถัดจากนั้นมา
  • รื้อไปเรื่อย ๆ ก็มาเจออีกชิ้นหนึ่งครับ โต๊ะยุค 90’s รุ่นราวคราวเดียวกันที่สภาพยับเยิน ขนาดมหึมาดีมาก คู่ควรแก่คุณค่า American ที่ต้องใหญ่ไว้ก่อน
  • ตามมาด้วยเตียงอาบแดด งานชาวบ้านริมสระว่ายน้ำตัวเก่าที่มองกี่ทีก็ขัดหูขัดตา เลยเอามันไปทิ้งไว้ในห้องเก็บของเสียนาน จะว่าไปจริง ๆ แล้วของทุกชิ้นสวยงามหมดครับ เพียงแต่มันจะเหมาะในสถานที่ของมันเท่านั้นเอง
  • ตามมาด้วย sideboard บ้า ๆ บอ ๆ ที่ใครก็ไม้รู้ต่อไว้ใช้เก็บของในครัวเก่าของคุณย่า
  • และอีกชิ้นหนึ่งตู้ไม้ยางกร่อน ๆ บุสังกะสีธรรมดาที่ขี้เหร่เสียนี่กะไร

มาถึงตอนนี้ หลาย ๆ คนก็คงคิดว่า โอ้พระเจ้า ถ้าเอามันไปตั้งรวมกันเลยนะตอนนี้ในห้องที่คอนโด มันจะต้องเป็นห้องยาจกไปเลยเสียจริง ๆ ด้วย มันเละเทะมาก แต่ช้าก่อนครับ ถึงเราจะอยู่ในสังคมสมัยนี้ที่แม้แต่ทีวีหรือวิทยุเสียแล้วต้องทิ้งเลย ไม่ซ่อมใหม่ แต่เราจะสวนกระแสครับ นำมันกลับมา Upcycle แล้วทำให้ตู้ที่ขายทิ้งสามร้อยคนซื้อยังบังคับให้แถมไปส่งให้ฟรี กลายเป็นตู้ 30,000 ที่เห็นตามพวก Design Square หรือ Living Mall กันดีกว่า

เมื่อเราเลือกวัสดุต่าง ๆ มาได้แล้ว ต่อไปก็ต้องมาทำให้ชิ้นงานต่าง ๆ เข้ากับคอนเซ็ปต์ของห้องครับ การทำให้เข้าคอนเซ็ปต์มีสองแบบครับ ไม่ว่าเราจะทำมันขึ้นมาเองหรือจะไปซื้อมาจากที่ไหนก็แล้วแต่ เราดึงชิ้นงานให้ไปด้วยกันได้หลาย ๆ แบบ นั่นก็คือโครงร่างและสีครับ

American East Coast แบบ Cape Cod หรือ Nantucket จะเป็นสไตล์แบบบ้านริมทะเลที่มีรากเหง้าของความเป็นยุโรปสูงกว่าดินแดนทางตะวันตกของ USA เนื่องด้วยมันเป็นพื้นที่แรก ๆ ที่มีการลงหลักปักฐานกันของชาวยุโรปที่อพยพมายังดินแดนแห่งใหม่ แต่ถึงกระนั้นมันก็มีสปิริตของความไม่ยึดติดในกฎเกณฑ์เดิม ๆ ที่มีอยู่อย่างชัดแจ้งในยุโรป ของแต่งบ้านและงานสถาปัตย์จึงสะท้อนออกมาด้วยการประยุกต์วัสดุพื้นถิ่น ความสะดวกสบายง่าย ๆ แบบอเมริกัน และความอยากเป็นผู้ดีแบบยุโรปปน ๆ กันไป จึงเป็นที่มาของรูปแบบการตกแต่งที่ใช้เฟอร์นิเจอร์แบบยุโรปคลาสสิก แต่จัดวางตามใจฉันแบบอเมริกันครับ ออกแบบภายใน