23/10/2021

รีโนเวท ทาวน์โฮม 4 ชั้น แปลงโฉมใหม่สไตล์มินิมอล

บ้านที่ไม่มีคนดูแลก็ย่อมทรุดโทรมไปตามเวลา เช่นเดียวกับ ทาวน์โฮม 4 ชั้น อายุ 35 ปี หลังนี้ ก่อนหน้านี้มีสภาพไม่ต่างจากบ้านร้าง แต่ตอนนี้กลับมาน่าอยู่อีกครั้งหลัง คุณ NutSorayut รีโนเวท ทาวน์โฮม 4 ชั้น หลังนี้ใหม่ทั้งหมด แถมยังเป็นคนออกแบบและซื้อของเอง เพื่อให้ได้ของที่มีคุณภาพตามที่ต้องการ

การรีโนเวท ทาวน์โฮม 4 ชั้นครั้งนี้ มีจุดเริ่มต้นมาจาก คุณ NutSorayut อยากลองแปลงโฉมบ้านให้เป็นแบบที่ชอบ อยู่ในทำเลที่ใช่ และไม่ไกลจากรถไฟฟ้า ซึ่งบ้านหลังนี้ก็ตอบโจทย์ตรงสเปกทุกอย่าง แต่ด้วยความที่เป็นบ้านเก่า ทำให้มีจุดที่ต้องซ่อมแซมเยอะ ซึ่งยังถือว่าโชคดีที่โครงสร้างบ้านยังสมบูรณ์ แข็งแรง สามารถออกแบบแล้วรีโนเวทได้

จุดแรกเริ่มจากออกแบบระบบไฟฟ้าทั้งหมด เพราะมีความชอบด้านไฟฟ้าและ Lighting เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว โดยพยายามเก็บรายละเอียดให้ครบทุกจุด เพื่อให้แสงที่ได้ออกมาตามความต้องการ และมีความปลอดภัยตามหลักการไฟฟ้า

สำหรับห้องต่าง ๆ ตกแต่งใหม่สไตล์มินิมอล เน้นสีโทนสว่าง และวัสดุธรรมชาติ เช่น พื้นไม้ กระเบื้องลายหินอ่อน พร้อมเพิ่มพื้นที่สีเขียวด้วยการนำต้นไม้กระถางมาวางไว้ตามมุมต่าง ๆ อาทิ ต้นยางอินเดีย ต้นกวักมรกต เฟิร์น ซึ่งช่วยให้บ้านกลับมาน่าอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว

  • ภายในบ้านชั้น 1 มุมด้านหน้ากั้นส่วนเป็นห้องรับแขกและโซนทีวี
  • บันไดทางขึ้นชั้น 2
  • ห้องนอนชั้น 2
  • ห้องน้ำชั้น 2
  • ห้องโถง High Ceiling ของชั้น 3
  • ห้องทำงานชั้น 3 (ห้องหน้า)
  • ชั้น 4

รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น แปลงโฉมเป็นบ้านสไตล์มินิมอล กลิ่นอายคาเฟ่

รีโนเวทบ้าน 2 ชั้น เป็นบ้านสไตล์มินิมอล มีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่น สวยงามและอบอุ่น ใครชอบบ้านแบบเรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอย บรรยากาศสบาย ๆ ตามมาดูกัน

บ้านสไตล์มินิมอลยังคงเป็นแบบบ้านยอดฮิตในปัจจุบัน ใครที่ชอบบ้านแบบเรียบ ๆ วันนี้เราขอนำเสนอไอเดียแต่งบ้านสไตล์มินิมอล จาก เฟซบุ๊ก บ้าน MUJI Minimal Style by Sissay Group ที่มีการแปลงโฉมบ้านใหม่หมดทุกกระเบียด ตั้งแต่ระบบน้ำ ระบบไฟ ผนังยันเพดาน และยังเพิ่มความละมุนจากเฟอร์นิเจอร์ไม้และผ้าม่านอีกด้วย

Haru House บ้าน 2 ชั้น เนื้อที่ 18 ตารางวา พื้นที่ใช้สอย 120 ตารางเมตร ประกอบด้วย 2 ห้องนอน 2 ห้องน้ำ 1 ที่จอดรถ 1 ห้องครัว และ 1 ห้องรับแขก ตกแต่งด้วยสไตล์มินิมอล มีกลิ่นอายคาเฟ่ เน้นใช้สีขาว ๆ ไม้ ๆ เป็นบ้านที่ดูอบอุ่นให้เรารู้สึกอยากอยู่บ้านทุกวัน จุดเด่นคือ ประตู-หน้าต่างวัสดุเป็นไม้สักทั้งหลัง พื้นไม้ SPC 5.5 มิลลิเมตร แบบคลิกล็อก ทนน้ำ ปลวกไม่กิน ทนทาน และไม่ติดไฟ เพิ่มความเป็นส่วนตัวด้วยระแนงบังตาทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ครัวบิวต์อิน

หลังรีโนเวทบ้าน

หน้าบ้าน
ส่วนของหน้าบ้านมีระแนงบังตาเพื่อปรับลุคให้ดูทันสมัย เพิ่มความเป็นส่วนตัว และสิ่งสำคัญคือเพื่อให้อากาศภายในบ้านถ่ายเทได้สะดวก ราคาของระแนงบังตาจะขึ้นอยู่กับการเลือกใช้วัสดุ บ้านฮารุหลังนี้ใช้วัสดุเป็นเหล็ก ราคาจะสูงหน่อยแต่คงทนถาวร หรือจะเลือกเป็นไม้คอนวูดก็ได้ความสวยงามและคงทน แต่ระยะเวลาอาจจะสู้เหล็กไม่ได้ ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับงบประมาณในกระเป๋าเลย

สวนหน้าบ้าน
หน้าบ้านทำสวนเล็ก ๆ เพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้บ้านดูร่มรื่นขึ้น หากระบองเพชรน่ารัก ๆ มาปลูกจะช่วยให้บ้านดูคาเฟ่ด้วย

ห้องนั่งเล่น
ห้องนั่งเล่นหรือห้องรับแขก ตกแต่งด้วยเฟอร์นิเจอร์ไม้และเฟอร์นิเจอร์หวายโทนสีเดียวกัน วางกระถางต้นไม้เพิ่มพื้นที่สีเขียว

ห้องกินข้าวและห้องครัว

ห้องนอน
ห้องนอน Haru House เน้นโล่งโปร่งสบาย มีระเบียงสามารถเปิดรับลมได้เต็มที่ เพิ่มระแนงเหล็กสีขาวเพื่อบังตาให้ดูส่วนตัวมากขึ้น ประตูหน้าต่างใช้ไม้สักที่ระยะการใช้งานยาวนานและสวยทน เพิ่มความละมุนของห้องด้วยม่านโปร่งพลิ้ว ๆ และที่ขาดไม่ได้คือโคมไฟหัวเตียงกับไฟซ่อนหน้าผนังทีวี ทำให้กลางคืนไฟสวย บ้านดูอบอุ่นขึ้นเยอะเลย

รีโนเวทแฟลตข้าราชการ แปลงโฉมเป็นสวรรค์น้อย ๆ งบไม่ถึงแสน

แปลงร่างแฟลตในโรงพยาบาลอายุ 40 ปี เป็นห้องพักสไตล์มินิมอล โทนสีขาวอบอุ่น มีห้องแมวสุุดเลิฟ ด้วยงบไม่ถึงแสน

เมื่อแฟลตใหม่อยู่นอกโรงพยาบาล ไม่สะดวกเดินทาง และการเข้าเวรหรือออกเวรดึก ๆ ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนง่วง ๆ ดังนั้น คุณ โซมาโตฟอร์ม ดิสออร์เดอร์ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ได้ทำการหาแฟลตในโรงพยาบาลและได้สมใจ แต่เนื่องจากสภาพเก่าโทรมมากเพราะไม่มีคนอยู่ มีปัญหาน้ำรั่วซึม และแม้จะทำความสะอาดก็ไม่น่าอยู่เท่าไร ก็เลยต้องทำการรีโนเวท แปลงโฉมเป็นบ้านพักสไตล์มินิมอลพร้อมกับมีห้องแมว ทั้งหมดนี้ใช้งบไม่ถึงแสนด้วย ใครอยากดูเป็นไอเดียตามมาดูกัน

แชร์ไอเดียรีโนเวทแฟลตข้าราชการให้เป็นสวรรค์น้อย ๆ ด้วยงบมินิมอล
โดย คุณ โซมาโตฟอร์ม ดิสออร์เดอร์ สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

สวัสดีค่ะ วันนี้ตั้งใจจะมารีวิวการเมกโอเว่อร์ห้องเล็ก ๆ ในแฟลตโรงพยาบาลอายุกว่า 40 ปี ด้วยงบไม่ถึงแสน เผื่อไว้เป็นไอเดียให้เพื่อน ๆ ที่สนใจนะคะ ออกตัวก่อนว่าจริง ๆ แล้วโรงพยาบาลมีที่พักที่สร้างใหม่ให้อยู่แล้วค่ะ เพียงแต่ว่าตัวแฟลตใหม่จะอยู่นอกโรงพยาบาล ซึ่งตัวเราเองขับรถกลางคืนไม่ค่อยได้ค่ะ รวมถึงบางทีอยู่เวรดึก ๆ โดนตาม เดินทางก็ค่อนข้างอันตรายสำหรับคนง่วง ๆ แบบเรา ครั้นจะให้นอนห้องเวรก็ไม่ไหวค่ะ เพราะถือคติเวรเหนื่อยไม่ว่า ขอนอนสบายไว้ก่อน ดังนั้นจากการสอบถาม และความพยายามในการจะอยู่ในโรงพยาบาลให้ได้ สุดท้ายเลยได้ห้องที่แฟลตในโรงพยาบาลมา 1 ห้อง เป็นห้องที่ไม่มีคนอยู่มานาน สภาพค่อนข้างโทรม มีปัญหาน้ำรั่วที่ฝ้าเพดานห้องน้ำ โดยรวมที่แค่ทำความสะอาดก็ไม่พอจะอยู่อาศัยได้ แต่ว่าตอบโจทย์ทุกอย่างที่ต้องการค่ะ คืออยู่ในโรงพยาบาล อยู่ชั้น 1 เป็นแฟลตครอบครัวขนาด 2 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ เลยตัดสินใจเอาห้องนี้แหละ

(ก่อนที่จะรีโนเวทก็สอบถามไปทางพี่ ๆ ผู้ดูแลหอ กลุ่มงานช่าง เรื่องข้อจำกัดในการรีโนเวท สรุปเขาตอบมาว่าอยากทำอะไรทำเลย ได้เต็มที่)

มาเริ่มที่ Floor Plan ก่อนนะคะ เป็นภาพที่ลอกมาจาก map ของหุ่นยนต์ดูดฝุ่นอีกที่ ให้ได้เห็นภาพคร่าว ๆ ค่ะ

  • เป็นห้องขนาด 50 ตารางเมตร มี 2 ห้องนอนเล็ก ๆ 1 โถงกลาง 1 ห้องน้ำ และระเบียงค่ะ
  • เริ่มจากประตูทางเข้า ประตูเป็นประตูที่พี่คนก่อนหน้าเปลี่ยนลูกบิดใหม่ ส่วนกุญแจได้สูญหายตามกาลเวลาไปแล้วค่ะ
  • เปิดห้องมาก็จะเจอกับโถงกลาง เป็นส่วนของห้องนั่งเล่น ยาวต่อไปถึงส่วนเตรียมอาหาร มีหน้าต่างกับมุ้งลวดและเหล็กดัดเรียบร้อย สภาพยังดีอยู่เลยค่ะ
  • โซนด้านหลังจะเป็นส่วนเตรียมอาหาร ซ้ายมือเป็นห้องน้ำค่ะ มีเคาน์เตอร์ไม้อัดพร้อมซิงค์ สภาพตัวท็อปผุไปเยอะค่ะ แต่ตัวโครงตู้ยังแข็งแรงดี ก๊อกน้ำน้ำไหลดีค่ะ แต่ตัวซิงค์ท่อตันไปแล้ว
  • ลักษณะผนังเป็นไม้อัดกั้นห้อง เห็นโครงไม้เป็นซี่ ๆ อยู่เลยค่ะ ไม่สวย แต่ว่าโครงสร้างทั้งหมดแข็งแรงดีมากค่ะ
  • ตัวพื้นเป็นกระเบื้องยางสีฟ้า ๆ เขียว ๆ หลุดเด้งออกมาแล้วเป็นส่วนใหญ่ ตรงนี้ถามฝ่ายงานช่างและอาคารสถานที่แล้ว รื้อได้ค่ะ
  • ตรงส่วนนี้ก็คือรื้อตัวกระเบื้องยางเก่าออกแล้วปูใหม่ ตัวกระเบื้องยางเป็นแบบลอกกาว หนา 2 มิลลิเมตร สั่งจาก LAZADA ตารางเมตรละ 180 บาท ค่าปูไม่มี เพราะแปะกันเองกับพ่อและน้องชาย ใช้เวลาปูช่วงหลังเลิกงาน 3 วันก็เสร็จเรียบร้อย ตรงผนังใช้แผ่นไม้อัดตีทับตัวไม้เดิมแล้วทาสีทับ ให้เนียนเป็นผนังเรียบ ๆ ค่ะ มุมนี้มองย้อนมาทางหน้าห้อง
  • ต้นเฟิร์นที่แขวนหน้าต่างด้านนอก พ่อเดินสายสปริงเกอร์พ่นน้ำให้เรียบร้อยค่ะ ตื่นมาเปิดตอนเช้าก็พอ
    ทั้งเฟิร์นที่แขวนและในกระถางเป็นต้นที่แม่เลี้ยงไว้ที่บ้านอยู่แล้ว ก็ขอมาเฉย ๆ ไม่เสียเงินค่ะ
  • ตรงผนังฝั่งตรงข้ามโซฟาก็ปล่อยเรียบค่ะ ปกติไม่ดูทีวีอยู่แล้ว ซื้อตัวมินิโปรเจกเตอร์จากช้อปปี้มาดูซีรีส์แทน
  • ตรงประตูทาสีใหม่ค่ะ เปลี่ยนลูกบิดเป็นแบบไฟฟ้า เพราะเป็นคนขี้ลืม ไม่อยากฝากชีวิตไว้กับกุญแจ ตัวนี้สั่งจากช้อปปี้ 1,000 กว่าบาท ใช้คีย์การ์ด กดรหัส และสแกนนิ้วมือได้ ค่าติดตั้งไม่มีค่ะ พ่อเปิดยูทูบแล้วติดเองเรียบร้อย
  • ของเดิมมีอ่างล้างมือทั้งด้านหน้าและในห้องน้ำ
  • ชักโครกใช้การไม่ได้แล้ว
  • ฝ้าห้องน้ำรั่ว มีน้ำซึมมาจากห้องด้านบนค่ะ
  • ตรงหน้าห้องน้ำติดอ่างล้างหน้าใหม่ เอากระจกเดิมออก (หลอน) กระจกใหม่ยังไม่ได้ติดค่ะ (หลอนเหมือนกัน) ตู้แขวนด้านข้างได้มาจากโกดังที่บ้าน (น่าจะซื้อมาตอนสร้างบ้านแล้วไม่ได้ใช้ค่ะ) ตรงหลอดไฟของเดิมเป็นแบบดึงเชือก ชอบความเก๋นี้มาก เลยไม่ได้เปลี่ยนค่ะ
  • ที่แขวนไดร์เป่าผมได้มาจากช้อปปี้ พอดีกับตัวปลั๊กไฟเดิมพอดีค่ะ
  • ถอยมาอีกนิด มีชั้นไว้วางของจุกจิก มีเตารีดไอน้ำ แต่ไม่เคยได้ใช้เพราะไม่มีเครื่องซักผ้า เลยไม่ได้ซักผ้าเอง ตรงใต้ชั้นวางเป็นฐานทัพของตัวหุ่นยนต์ดูดฝุ่นค่ะ
  • ในห้องน้ำรื้ออ่างเดิมออก กั้นผนังเตี้ย ๆ ไว้สำหรับแบ่งโซนเปียก-โซนแห้ง ชักโครกซื้อตัวใหม่เป็นตัวโชว์ AM จาก Global House ราคา 2,000 บาท ส่วนเรื่องน้ำรั่ว เชิญงานช่างมาช่วยดูก็ไม่ทราบสาเหตุ สรุปก็เลยเดินท่อใหม่ แล้วปูฝ้าทับอีกชั้นค่ะ (ส่วนนี้ไม่แน่ใจรายละเอียดจริง ๆ ค่ะ ฟังไม่รู้เรื่อง)
  • มีอารมณ์อยากแช่น้ำก็แช่ได้ อ่างน้ำจากช้อปปี้อีกแล้วค่ะ
  • ตรงนี้ท็อปไม้อัดเดิมใช้การไม่ได้แล้วเพราะผุมาก แต่ตัวโครงตู้เป็นไม้ยังแข็งแรงอยู่ เลยสั่งทำท็อปใหม่ราคาประมาณ 1,000 กว่าบาท วัดขนาดไปให้ร้านทำแล้วเอามาติดเอง
  • ตรงเคาน์เตอร์ครัวเดิมเปลี่ยนท็อปใหม่ ก๊อกน้ำใช้ของเดิม ตัวซิงค์เปลี่ยนใหม่ แต่เปลี่ยนแล้วก็ยังตันค่ะ ใช้ผงสลายท่อตันจนถึงงูเหล็กก็ไม่สามารถแก้ได้ สุดท้ายเลยบายพาสเดินท่อใหม่ออกไปตรงท่อน้ำทิ้งที่ระเบียงแทน
  • ชั้นวางจิ๋วได้มาจากช้อปปี้เช่นกันค่ะ
  • ครัวเล็กเกินไม่พอวางอะไร อีกฝั่งเลยวางตู้เย็น แล้วสั่งตู้ครัวจากช้อปปี้มาอีกเซต ขนาด 120 เซนติเมตร ราคา 2,650 บาท รวมส่ง ตัวเคาน์เตอร์บาร์ได้มาจากโกดังที่บ้านเช่นกันค่ะ อดีตเคยเป็นตู้ดิสเพลย์โทรศัพท์มาก่อน เลยมีปลั๊กพ่วงปริมาณมากซ่อนอยู่ เหมาะกับเอาไว้นั่งทำงานเก๋ ๆ ค่ะ
  • ตัวห้องนอนไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเลยค่ะ เพราะเน้นนอน การนอนของเราต้องมืดใกล้เคียงสนิท เลยติดม่านทึบแสงไว้ แอร์ต้องเย็น ที่นอนต้องนุ่มแต่แน่น ตัวเตียงได้มาจาก Index ชอบตรงเป็นเตียงที่ไม่มีหัวเตียง ซื้อเตียงแถมที่นอน ไม่แน่ใจว่า 7,9xx บาท หรือ 8,9xx บาท สั่งออนไลน์ให้มาส่งถึงที่ มาถึงแล้วที่นอนแถมคือไม่ไหวมาก หลังหนักเหมือนแบกโลกทั้งใบค่ะ เลยเอาท็อปเปอร์มาปูทับ ได้มาจากร้าน Pisanus หนา 5 นิ้ว ราคาโปร จำไม่ได้แล้ว น่าจะ 2,000 กว่าบาท เท่านั้นหลังก็เหมือนได้ไถ่บาปค่ะ
  • ฝั่งตู้เสื้อผ้า ในแปลนเดิมเป็นช่องเข้าไปพอดี ตรงนี้ชอบเป็นการส่วนตัวมากค่ะ สั่งชั้นแขวนผนังมาจากอิเกีย แล้วติดม่านแทนประตู ไม่ซีเรียสเรื่องฝุ่นค่ะ เพราะเสื้อผ้าที่ใช้ส่วนใหญ่คือชุดทำงาน ใส่ครบอาทิตย์ขนไปซักที่บ้าน เอาเซตใหม่มาเปลี่ยน ถ่ายรูปออกมายังไงก็ไม่สวย แต่มุมนี้คือชอบเองมาก ๆ เป็นความภูมิใจส่วนตัวจริง ๆ ค่ะ
  • ตรงนี้จริง ๆ คือเป็นห้องนอนอีกห้อง แต่อยู่ฝั่งหน้าตึก ติดถนน แพลนจะทำเป็นห้องทำงาน เพราะช่วงกลางวันสว่างดีมาก แต่ตอนนี้งบหมด ผ้าม่านก็ยังเป็นม่านที่ขนกลับมาจากหอสมัยเรียนต่อ เลยให้แมวอยู่ไปก่อนค่ะ

สุดท้ายแล้วค่ะ ก็เป็นอีกหนึ่งความภาคภูมิใจ ตรงระเบียงของเดิมก็มีตะแกรงและเหล็กดัดมาอยู่แล้ว แต่ว่าสนิมขึ้นไปหมดแล้ว

  • ปูพื้น ปลูกต้นไม้ ตอนแรกจะตั้งเครื่องซักผ้า กะว่าจะซักผ้า ตากผ้า ทำครัวไทยตรงนี้ แต่อยู่มา 3 เดือนยังพบว่าเสื้อผ้าส่งซักได้ ส่วนครัวไทยก็แทบไม่ได้ทำเลยค่ะ ใช้เตาไฟฟ้าทำในห้อง ก็ไม่ได้มีกลิ่นรุนแรงมาก เลยเอาไว้ก่อน ตอนนี้เลยเป็นที่อยู่ของห้องน้ำน้องแมว ขณะที่กำลังเก็บเงินซื้อห้องน้ำแบบอัตโนมัติ แก้ปัญหาเรื่องกลิ่นไปได้ดีมาก ๆ ค่ะ ออกแบบภายใน