03/12/2021

สีตก แต่งห้องเล็ก ขยายพื้นที่ให้ดูกว้าง โดยไม่ต้องต่อเติม

แต่งห้องเล็ก ใช้สีอะไรดี ? มาดู 13 เฉดสีแต่งห้องขนาดเล็ก ช่วยเปลี่ยนพื้นที่จำกัดในบ้านให้กว้างขวาง สบายตา ไม่อึดอัด และน่าอยู่ยิ่งขึ้น บอกเลยงานนี้มีครบทั้งสีสว่างและสีทึบเลย

แต่งห้องเล็ก สำหรับการตกแต่งห้องขนาดเล็กหรือห้องพื้นที่จำกัด สิ่งสำคัญอันดับต้น ๆ ก็คือการขยายพื้นที่ให้กว้างขวาง สบายตา และน่าอยู่ขึ้น แต่แน่นอนว่าไม่ใช่ทุกที่ที่จะต่อเติมพื้นที่ได้ ดังนั้นวันนี้กระปุกดอทคอมมีทางลัดช่วยขยายพื้นที่ห้อง โดยการใช้เทคนิคสีเข้ามาช่วย จาก 13 เฉดสี ตกแต่งบ้าน แต่งห้องเล็ก ต่อไปนี้ที่จะช่วยพรางตา เปลี่ยนห้องหรือพื้นที่เล็ก ๆ ให้ดูกว้างขวางโดยไม่ต้องต่อเติม เพียงแค่เปลี่ยนสีทาภายใน ก็ช่วยเปลี่ยนมุมมองและบรรยากาศ จากที่เคยอึดอัดคับแคบ ให้น่าอยู่มากขึ้นกว่าที่เคย ออกแบบบ้าน

1. สีขาว

แน่นอนว่าถ้าอยากให้ห้องขนาดเล็กดูใหญ่ขึ้น สีขาวหรือสีขาวบริสุทธิ์ (Super White) ดูจะเป็นคำตอบที่ดีที่สุด เนื่องจากสีนี้สามารถสะท้อนแสงและพรางตาให้ผนังขยายออกไปได้ จึงช่วยเพิ่มความกว้างขวางได้อย่างยอดเยี่ยม ทำให้ห้องดูสว่าง สบาย และมีพื้นที่มากขึ้นแบบไม่โล่ง ไม่แข็ง และไม่น่าเบื่อเกินไปนั่นเอง

2. สีออฟไวท์

คล้ายกันกับสีขาวบริสุทธิ์ คือ สีออฟไวท์ สีขาวนวล หรือสีขาวที่มีสีอื่นผสมมาเล็กน้อย (Off-White) ช่วยให้ห้องกว้างขวางและสว่างขึ้นได้ ทว่าที่พิเศษเพิ่มเติมมาก็คือ สีนี้จะให้ความรู้สึกอบอุ่นและโปร่งสบายเพิ่มขึ้นในตัวด้วย

3. สีเบจ

สำหรับคนที่เบื่อสีขาวธรรมดาแล้ว แต่ก็ไม่ชอบสีจัด ๆ สีเข้ม หรือสีสันมากเกินไป ขอแนะนำให้ใช้สีเบจ (Beige) เลย เพราะสีนี้จัดอยู่ในโทนสีกลาง ให้ความรู้สึกสบายตา จับคู่กับสีอื่น ๆ ได้ง่าย โดยเฉพาะโทนสีกลาง อย่างสีขาว แถมยังดูสวย คลาสสิก ไม่มีวันตกเทรนด์ด้วยนะ

4. สีเทามุก

เราสามารถนำมาประยุกต์แต่งห้องขนาดเล็กได้ด้วยการเลือกใช้เฉดที่สว่าง เช่น สีเทามุก (Pearl Gray) โดยจุดเด่นของสีนี้ คือ จะให้ความรู้สึกแตกต่างกันไปตามแสงที่ส่องเข้ามาในแต่ละเวลา จึงทำให้ห้องมีความน่าสนใจเพิ่มขึ้น ยิ่งไปกว่านั้น ทุกวันนี้สีเทายังให้ความรู้สึกทันสมัย สวย เท่ แถมสบายตา เหมาะกับการพักผ่อนอีกด้วย

5. สีบลอนด์

สีบลอนด์ หรือสีน้ำตาลทอง (Soft Blonde) ช่วยให้ความรู้สึกอบอุ่น จึงเหมาะจะนำมาใช้แต่งห้องขนาดเล็ก โดยมีเคล็ดลับ คือ ให้จับคู่กับพรมหรือผ้าลายเก๋ และของตกแต่งจากธรรมชาติ เพราะจะทำให้บรรยากาศในห้องผ่อนคลาย สะดวกสบาย และน่าอยู่ยิ่งขึ้น

6. สีกาแฟ

หากอยากให้ห้องรู้สึกโคซี่ มีความสบายและอบอุ่น สีกาแฟ (Coffee) ถือเป็นตัวเลือกชั้นดีเลยทีเดียว เนื่องจากเป็นเฉดสีที่มีความเป็นสีเทาอยู่ในตัวไม่น้อย จึงช่วยให้บรรยากาศภายในห้องผ่อนคลายขึ้นได้มากเลยล่ะ

7. สีแทน

นอกจากสีกาแฟแล้ว สีแทน (Tan) ก็นำมาใช้แต่งห้องขนาดเล็กได้ดีไม่แพ้กัน ช่วยให้ความรู้สึกโคซี่ ๆ สบาย ๆ คล้าย ๆ กัน รับรองใครเพนต์ห้องพื้นที่น้อยของตัวเองด้วยสีนี้ละก็ จะทำให้รู้สึกผ่อนคลายเหมือนอยู่ในสถานที่พักผ่อนที่แปลกตาแต่น่าสนใจมากเลยทีเดียว

8. สีเหลือง

สีเหลืองหรือเหลืองอ่อน (Soft Yellow) ถือเป็นสีที่ให้ทั้งความสนุกสนานและช่วยให้เกิดพลังแห่งการสร้างสรรค์ แถมยังดูอบอุ่นกำลังดี เหมาะสำหรับทุกวัย ไม่ว่าจะเป็นเด็ก วัยรุ่น หรือผู้ใหญ่ที่ต้องการความสดใส จึงเหมาะจะใช้แต่งห้องขนาดเล็ก

9. สีชมพูอมส้มอ่อน

สาว ๆ คนไหนกำลังจะตกแต่งห้องขนาดเล็ก ขอแนะนำสีบลัช (Blush) หรือสีชมพูอมส้มอ่อน ๆ เลยค่ะ เพราะดีงาม ช่วยพรางตาให้กว้างและสว่าง อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความอบอุ่นให้กับห้อง ไม่ทำให้อึดอัดหรือแน่นทึบมากเกินไป ที่สำคัญหากลองจับคู่เข้ากับสีเทาหรือสีดำ จะช่วยให้สวยงาม ลงตัวมากเลยทีเดียว

10. สีฟ้าท้องฟ้า

สำหรับห้องนอนขนาดเล็ก บอกเลยว่าอย่ามองข้ามสีฟ้า (Sky Blue) เด็ดขาด เพราะนอกจากสีนี้จะช่วยพรางตา ขยายห้องให้กว้างขึ้นแล้ว ยังช่วยให้บรรยากาศผ่อนคลาย สบายตาเหมือนกำลังฝันอีกด้วย

11. สีเขียวมินต์

อีกหนึ่งสีในใจใครหลายคนอย่าง สีเขียวมินต์ (Mint Green) ก็สามารถนำมาแต่งห้องขนาดเล็กได้ เพราะให้ทั้งความคลาสสิกและความสดชื่นเหมือนอยู่ริมชายหาด ซึ่งถ้าหากใครเลือกใช้สีนี้แล้วอยากให้ห้องมีชีวิตชีวา สดใส เพลินตามากขึ้นละก็ ขอแนะนำให้จับคู่กับโทนสีที่แตกต่างกัน เช่น สีขาว หรือสีกลางอื่น ๆ เลยค่ะ

12. สีเขียวนกเป็ดน้ำ

แน่นอนว่าโทนสีทึบ ๆ ก็ใช้ตกแต่งห้องเล็ก ๆ ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสีเขียวนกเป็ดน้ำ (Dark Teal) หรือสีเขียวอมน้ำเงิน ที่จะช่วยทำให้ห้องดูลึกและกว้างขึ้น อีกทั้งยังเป็นโทนสีเย็น เปลี่ยนบรรยากาศให้เหมาะกับการนั่งชิลยามว่างที่บ้าน โดยไม่เบื่ออีกด้วย

13. สีม่วง

ใครชอบสีม่วง (Purple) ยิ้มได้เลย เพราะสีเข้ม ๆ หนัก ๆ สีนี้ก็เหมาะกับห้องขนาดเล็กเหมือนกัน ทว่าควรใช้แค่บางจุด เช่น โถงทางเข้า หรือผนังฝั่งใดฝั่งหนึ่งเท่านั้น เท่านี้ก็ช่วยให้บ้านดูมีสีสันขึ้นแบบไม่อึดอัด และทำให้บ้านไม่น่าเบื่ออีกต่อไปแล้ว

โอ้โห เรียกได้ว่ามีสีที่เหมาะสมกับการตกแต่งห้องขนาดเล็กให้เลือกเยอะเลยทีเดียว เอาเป็นว่าใครอยากลองเปลี่ยนบรรยากาศ เพิ่มสีสันและความสดใสให้กับชีวิต ก็เลือกเฉดที่ชอบ โทนที่ใช่ แล้วนำไปใช้กันได้เลยค่ะ

รีวิวตกแต่งบ้านเดี่ยว 2 ชั้น พร้อมแบบ 3D เปลี่ยนบ้านให้น่าอยู่สไตล์มินิมอล

รีวิวตกแต่งบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ทั้งภายในและภายนอกให้น่าอยู่ สวย เรียบง่าย สไตล์มินิมอล สำหรับคนที่กำลังมองหาไอเดียแต่งบ้าน บอกเลยว่าห้ามพลาดเด็ดขาด

หลังตระเวนตามหาบ้านในฝันมานาน ในที่สุด ก็เจอหลังที่ถูกใจ แต่กลับมาเจอปัญหาว่าจะตกแต่งอย่างไรดี แต่โชคดีที่มีพี่สาวเป็นสถาปนิกเลยให้ช่วยออกแบบ 3D ให้ วันนี้เลยขอนำประสบการณ์ของเธอจาก [CR] รีวิวบ้านของฉัน home sweet home ของ คุณ สมาชิกหมายเลข 5487169 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม มาให้ชมกันไว้เป็นแนวทางสำหรับคนที่กำลังมองหาไอเดียแต่งบ้านเดี่ยว 2 ชั้นของตัวเอง ซึ่งวันนี้ก็มาเล่าตั้งแต่ซื้อบ้าน จ้างผู้รับเหมา จนตกแต่งเสร็จเลยทีเดียว

เริ่มจากเรากับแฟนอยากมีบ้านสักหลังอยู่ในกรุงเทพฯ เลยเริ่มหาดูบ้านกัน ตัวเราทำงานอยู่นนทบุรี ส่วนแฟนทำงานแถวรามคำแหง แต่ว่าในอนาคตแฟนอาจจะเปลี่ยนที่ทำงาน แฟนเลยบอกให้หาบ้านแถวนนทบุรีที่ใกล้เราแทน เราคิดไว้ว่างบไม่เกิน 4 ล้านบาท เราก็เลยเริ่มหาดูบ้านแถวที่ทำงาน ซึ่งราคาเท่านี้จะได้แค่ทาวน์โฮม บ้านเดี่ยวแถวนี้ 10 ล้านบาทอัพทั้งนั้นนเลย ซึ่งเราก็ไปเจอหมู่บ้านนึง แบรนด์คือดี ทำเลก็ใกล้ที่ทำงาน แต่เป็นทาวน์โฮม ตอนนั้นคิดว่าเอาที่นี่แหละ ใกล้ดี เลยจ่ายเงินมัดจำจองไป 10,000 บาท และเตรียมเอกสารยื่นกู้จนผ่าน ไป ๆ มา ๆ เราไม่อยากได้ทาวน์โฮมแล้วอ่ะ อยากได้บ้านเดี่ยว ตอนแรกก็คิดไว้ว่าจะเอาบ้านเดี่ยว มาเปลี่ยนเป็นทาวน์โฮมได้ไง เลยโทรไปคุยกับเซลล์ของยกเลิกได้ไหม สุดท้ายก็ได้ แต่ว่าไม่ได้เงินมัดจำคืน เราก็ยอม ๆ ไป เพราะบ้านก็ไม่ใช่ถูก ๆ ซื้อแล้วเดี๋ยวมาเสียใจทีหลัง

หลังจากนั้นเรากับแฟนก็ไปตระเวนดูบ้านใหม่อีกครั้ง โดยยอมเขยิบทำเลออกมาไกลกว่าเดิม มีโครงการนึงที่เราคิดว่าทำเลก็โอเคนะ รถไม่ติด มีตลาดอยู่ใกล้ ๆ ด้วย แต่บ้านจะเป็นเฟสสุดท้ายของโครงการแล้ว ซึ่งอยู่ลึกจากป้ายโครงการไปประมาณ 1 กิโลเลย บ้านก็เหลือแค่ไม่กี่หลังแล้ว ต้องรีบตัดสินใจ แล้วราคาก็เกินงบเราไปด้วย เราก็เลยเก็บ ๆ ไว้ก่อน แต่สุดท้ายเราก็เลือกที่จะซื้อโครงการนี้แหละ เพราะเซลล์แจ้งว่าราคาต่อรองได้อีก เราก็จ่ายเงินมัดจำ และทำเรื่องกู้จนสำเร็จ บ้านที่เราจอง ตอนนั้นยังไม่เริ่มสร้างเลย เราก็โอเคไม่รีบอยู่แล้ว ตอนที่บ้านกำลังสร้างเราก็แวะเข้าไปดูบ้าง เท่าที่ดูภายนอกก็ไม่มีอะไร

พอบ้านสร้างเสร็จ เราก็จ้างคนมาตรวจบ้าน ก็ไม่ได้มีปัญหาใหญ่ ๆ อะไร มีแค่พวกความสวยงามเล็ก ๆ น้อย ๆ ทั่วไป จากนั้นเราก็เริ่มมาคิดไอเดียการแต่งบ้าน เรากับแฟนมีความชอบแบบเดียวกันคืออยากได้บ้านที่เป็นโทนแบบมินิมอลอบอุ่น ๆ ก็เริ่มหาดูตัวอย่างในอินเทอร์เน็ตไปเรื่อย ๆ บวกกับปรึกษาพี่สาวซึ่งเป็นสถาปนิกให้ช่วยออกแบบการตกแต่งบ้านให้ พี่สาวก็เลยร่างแบบ 3D ที่ออกมาแบบมาให้ดูประมาณนี้

พอได้แบบที่ต้องการก็เริ่มหาช่างบิวต์อิน เคยถามราคาช่างในกรุงเทพฯ แล้ว แต่สู้ราคาไม่ไหว พ่อเลยแนะนำมาว่าใช้ช่างจากลำปางไหม ใช้ได้อยู่ เราก็เลยให้พ่อไปคุยราคาให้ ช่างเสนอมาประมาณ 1.8 แสนบาท ไม้อัดด้วยนะ เราก็แบบโอเคเลย รวมราคาค่าเดินทางแล้วด้วย (บ้านเราอยู่ใกล้บ้านหลานช่าง เลยไม่มีาคาค่าที่พัก) แล้วพอดีช่างต้องมาซื้อของที่กรุงเทพ เลยแวะมาวัดหน้างาน เราก็ปรับ ๆ จากแบบที่พี่ออกแบบไว้อีกนิดหน่อย แล้วก็เลยให้บิวต์อินห้องครัวในบ้านไปด้วย ก็คุยแบบกับช่างตอนนั้นเลย อีก 3 วัน ช่างก็ส่งใบเสนอราคามาให้ใหม่ ราคารวมทั้งหมด 2.7 แสนบาท ใช้ไม้อัด และท็อปแกรนิตที่ห้องครัว เราก็เลยตกลงใช้ช่างเจ้านี้ ช่างก็เป็นช่างบ้าน ๆ จากต่างจังหวัด ไม่มีเฟซบุ๊กอีกตะหาก เราก็เอาวะ พี่กับพ่อบอกเคยเห็นผลงานแล้วใช้ได้ เราก็ตามนั้น

ตอนแรกนัดกันไว้ว่าจะมาติดตั้งที่บ้านช่วงต้นเดือนเมษา แต่ช่วงนั้นโควิด 19 ระบาดหนัก ทำให้คนจากต่างจังหวัดเข้ากรุงเทพไม่ได้ เลยต้องเลื่อนการติดตั้งไปแบบไม่มีกำหนด จนปลายเดือนมิถุนายน เริ่มปลดล็อคดาวน์บ้างแล้ว ก็เลยนัดให้ช่างเข้ามาทำงาน ช่างมาถึงวันเสาร์ ก็ขนของมากอง ๆ ไว้ในบ้านไว้ก่อน

  • วันจันทร์ช่างก็เริ่มเข้ามาประกอบ โดยเริ่มจากห้องนอน แล้วก็มาทำห้องนั่งเล่นต่อ
  • ต่อมาก็ห้องครัวในบ้าน ซึ่งเราได้ต่อเติมครัวไทยไว้หลังบ้าน เราเลยไม่ต้องมีเตาไฟในบ้าน ขอมีแค่ซิงค์กับช่องใส่เตาอบพอ กลายเป็นทำให้มีพื้นที่เก็บของเหลือน้อยมาก ๆ

หลังจากทุกอย่างเริ่มลงตัว ก็ต้องเก็บสี เก็บรายละเอียดกันต่อ แต่บอกก่อนว่าเรารู้สึกว่าช่างเก็บงานไม่ค่อยละเอียด ตรงขอบลามิเนตเขาก็เอาสีมาทา คอตู้เบี้ยวเล็กน้อย ซึ่งแก้อะไรไม่ทันแล้ว ตอนแรกเราไม่เห็นเอง ได้แต่ทำใจ แต่เราก็คิดว่าช่างต่างจังหวัด ราคาก็ไม่แพง ได้ไม้อัดแถมโครงไม้สักอีกก็โอเค ไม่สังเกตก็ไม่เห็น

ทุกอย่างเริ่มลงตัว ติดอยู่อีกอย่างคือเราอยากเปลี่ยนพื้นจากแกรนิโต้เป็นกระเบื้องยางลายไม้ เพราะเคยไปบ้านเพื่อนแล้วเค้าทำแบบนี้รู้สึกชอบมาก มันดูแบบบ้านอบอุ่น ๆ อีกอย่างพื้นแกรนิโต้ พอเห็นเศษเส้นผมนิดเดียวเห็นแล้วแบบมันขัดตา ดูเห็นสิ่งสกปรกง่ายมาก เลยเปลี่ยนพื้นด้วยดีกว่า ก็เลยไปดูสีกระเบื้องยางดู เราเลือกใช้กระเบื้องยาง SPC คลิกล็อค ก็นัดวันช่างมาติดตั้ง ครึ่งวันก็เสร็จแล้ว

  • เริ่มแรกเราเลือกสีเบอร์ 4 ไป ๆ มา ๆ รู้สึกว่ามันเข้มไป ออกแดงไปด้วย เราอยากให้บ้านออกเป็นแนวเหลือง ๆ มากกว่า เลยเปลี่ยนเป็นเบอร์ 2 แทน พอพื้นเสร็จแล้ว บ้านก็ดูอบอุ่นขึ้นในแบบที่เราต้องการ เราจะเริ่มพาไปทัวร์บ้านหลังทุกอย่างเสร็จเรียบร้อยแล้ว มาเริ่มที่ห้องแรกกันก่อนเลย
  • ตู้เก็บของไม่มีเงินแล้วเลยซื้อจาก Ikea มาประกอบเอง ที่เหลือข้าง ๆ จะซื้อตู้เตี้ยอีกตู้ แต่ตอนนี้ของหมด
  • ทีวีจะซื้อแบบ 55 นิ้ว แต่ว่าตอนนี้ยังไม่ได้ซื้อเลยเอา 40 นิ้ว มาแปะไว้ก่อน
  • ความฝันของผู้หญิงอย่างเราคือ Walk-in Closet แต่ด้วยข้อจำกัดของบ้านเลยทำตู้เสื้อผ้าได้แค่นี้ เป็นเศร้า