03/12/2021

ส่องคอนโด Duplex แบบห้อง 2 ชั้น พื้นที่กว้าง สบายเหมือนอยู่บ้าน

คอนโดห้อง Duplex กำลังเริ่มเป็นที่สนใจและนิยมมากขึ้นในปัจจุบัน ด้วยการออกแบบที่แบ่งออกเป็น 2 ชั้นภายในห้องเดียว ทำให้มีพื้นที่ใช้สอยมากกว่าห้องไทป์อื่น ๆ ดูโอ่โถง กว้างขวาง แถมเพดานสูงโปร่ง ช่วยให้บรรยากาศดูสบายราวกับอยู่บ้าน แต่ห้องไทป์นี้จะเหมาะกับเราหรือไม่ มีข้อดี-ข้อด้อยตรงไหนบ้าง ตามไปดูกันพร้อมแบบห้อง Duplex ไว้เป็นไอเดียแต่งคอนโดตัวเอง

ห้อง Duplex คืออะไร

ห้อง Duplex เป็นรูปแบบห้องคอนโดประเภทหนึ่ง ที่มีการแบ่งพื้นที่ออกเป็น 2 ชั้น โดยส่วนที่เป็นพื้นที่ห้องนอนจะอยู่ด้านบน และด้านล่างจะเป็นพื้นที่ส่วนกลางทำกิจกรรมต่าง ๆ เช่น มุมทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องครัว และห้องน้ำ เป็นต้น

นอกจากนี้ Duplex ยังเป็นรูปแบบของบ้านขนาดใหญ่ แต่ละห้องจะมีประตูทางเข้า-ออกที่แยกกันอย่างชัดเจน เหมาะสำหรับ 2 ครอบครัวที่ต้องการมีพื้นที่ส่วนตัว แต่ยังอยากอยู่รวมกัน

ข้อดีของห้อง Duplex

  • จัดสรรพื้นที่การใช้งานอย่างเป็นระเบียบและชัดเจน และอยู่ในบริเวณเดียวกันทุกห้อง
  • ได้ห้องที่มีเพดานสูง ทำให้ห้องดูโปร่ง โล่งสบาย และยังให้ความรู้สึกโอ่อ่า
  • สามารถแบ่งพื้นที่ส่วนตัวกับพื้นที่ส่วนกลางออกจากกันอย่างชัดเจน
  • มีพื้นที่ให้ปรับเปลี่ยนหรือตกแต่งมากมายตามความต้องการ

ข้อเสียของห้อง Duplex

  • เสียพื้นที่ในการทำบันได รวมถึงอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้จากการขึ้น-ลงบันได
  • ค่าใช้จ่ายเรื่องค่าไฟฟ้าที่เพิ่มขึ้น เช่น แอร์ เพราะเป็นพื้นที่เปิดกว้างทั้งห้อง
  • ห้องสไตล์นี้มักจะมีหน้าต่างสูง ทำให้มีแสงส่องเข้ามามาก อาจจะทำให้ภายในห้องร้อนได้

ไอเดียการแต่งคอนโดห้องDuplex

อย่างที่บอกไปว่าห้องDuplexจะเป็นการแบ่งพื้นที่ระหว่าง 2 ชั้น โดยชั้นล่างสำหรับพื้นที่ส่วนกลาง เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องทำงาน ห้องกินข้าว และห้องครัว ในขณะที่ชั้นบนจะเป็นพื้นที่ส่วนตัว ห้องนอน มีไอเดียการตกแต่งเบื้องต้นง่าย ๆ ดังนี้

1. สร้างเลย์เอาต์แบบเปิด

เลย์เอาต์แบบเปิดโล่งหรือ Open Plan เป็นการรวมพื้นที่ส่วนกลางทั้งหมดของห้องเข้าด้วยกัน ไม่มีผนังและประตูห้อง ทำให้ได้พื้นที่เป็นห้องขนาดใหญ่ 1 ห้อง ที่กว้าง โล่ง และโปร่ง ทำให้จัดวางเฟอร์นิเจอร์ได้อย่างยืดหยุ่น

2. แบ่งโซนพื้นที่

แบ่งแยกพื้นที่ภายในบ้านให้ชัดเจน ว่ามุมไหนจะเป็นมุมทำงาน โซนนั่งเล่น ห้องกินข้าว ห้องเก็บของ ห้องแต่งตัว และห้องนอน

3. ออกแบบบันไดขึ้นชั้น 2

เอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่นของห้องแบบDuplexคือ บันได ซึ่งเป็นการเชื่อมต่อพื้นที่ระหว่างชั้นล่างและชั้นบน โดยสามารถออกแบบให้เข้ากับพื้นที่ห้องทั้งแบบตรงธรรมดา แบบบันไดวน รูปตัวยู (U) หรือรูปตัวแอล (L) ตามชอบ

4. สร้างจุดเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอก

ควรมีหน้าต่างขนาดต่าง ๆ ทั้งใหญ่-เล็ก และกระจกเงา เพื่อให้ห้องดูกว้างขวางและโล่งโปร่ง รวมถึงเพื่อให้มีแสงธรรมชาติส่องเข้ามาในห้อง ทำให้ห้องดูสว่างมากขึ้น

5. ตกแต่งห้องนั่งเล่นในความสูงที่มากกว่าปกติ

ห้องสไตล์Duplexมักจะมีผนังส่วนกลางที่สูงกว่าห้องปกติ ซึ่งถือเป็นจุดเด่นอีกอย่างที่เหมาะสำหรับผู้ที่ชอบการตกแต่งห้อง เป็นพื้นที่เสมือนผืนผ้าใบขนาดใหญ่ในการแสดงศิลปะ เราสามารถเลือกของมาประดับห้องได้ ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพวาด เครื่องประดับ หรืองานศิลปะชิ้นต่าง ๆ รวมถึงโคมไฟ หรือแชนเดอเลียร์สวย ๆ

1. ห้องDuplexสไตล์โมเดิร์นลอฟท์

ห้องกว้างขนาดใหญ่พร้อมชั้นลอย แบ่งพื้นที่ส่วนตัวและพื้นที่ส่วนกลางออกจากกัน เชื่อมต่อด้วยบันไดตรงโปร่ง เพิ่มความโล่งให้ห้อง และเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์โทนสีน้ำตาลอ่อนและขาวเป็นหลัก เข้ากับผนังห้องปูนเปลือยสไตล์ลอฟท์

2. แต่งห้องDuplexโทนสีดำ

ห้องเพดานสูง แบ่งระดับเป็น 2 ชั้นด้วยบันไดลอยตัว ชั้นบนเป็นพื้นที่ส่วนตัวและมุมชั้นหนังสือ ด้านล่างเป็นโซนนั่งเล่นและห้องครัว เพิ่มความโล่งสบายด้วยกระจกบานใหญ่สูงจรดเพดาน ตกแต่งด้วยโคมไฟเล่นระดับและเฟอร์นิเจอร์คุมโทนสีเดียวกับผนัง ทำให้ได้ห้องDuplexในโทนสีดำที่เรียบหรู ดูดีมาก ๆ เลย

3. แต่งห้องDuplexสไตล์หรู

ห้องDuplexที่หรูหราด้วยพื้นหินอ่อนสะอาดตา โดยใช้พื้นที่ชั้น 2 เป็นมุมพักผ่อนส่วนตัว เชื่อมต่อกันด้วยบันไดลอยตัว ด้านล่างทำเป็นโซนห้องครัว โต๊ะกินข้าว และมุมนั่งเล่นกับโซฟารูปตัวแอล มีประตูกระจกบานเลื่อนมองเห็นด้านนอกได้อย่างชัดเจน

4. แบบแต่งห้องDuplexสไตล์เอิร์ธโทน

แบ่งพื้นที่ห้องทำงาน มุมที่ต้องการความเงียบสงบให้อยู่บริเวณชั้นบน และจัดวางโซนผ่อนคลายไว้ด้านล่างทั้งโซฟานั่งเล่น มุมห้องครัว ช่วยจัดสรรห้องขนาดใหญ่ให้ตอบโจทย์การใช้ชีวิตในช่วง Work from Home ได้อย่างลงตัว ทั้งนี้ ยังเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ในโทนสีอ่อนเพื่อทำให้ห้องดูกว้างขวางและอบอุ่นขึ้นด้วย

5. แต่งห้องDuplexโทนสีดำ-ขาว

ให้บรรยากาศโปร่ง โล่งมาก ๆ สำหรับห้องสไตล์นี้ ด้วยการทำชั้นลอยขนาดกำลังดี เป็นมุมทำงานส่วนตัว ให้ความสงบ ไม่โดนรบกวน และมีพื้นที่กิจกรรมด้านล่างที่เป็นโซฟาสีเทาอ่อนชุดใหญ่ ถัดเข้าไปอีกนิดเป็นเคาน์เตอร์และโซนครัว เรียกว่าในห้องห้องเดียวก็สามารถจัดสรรพื้นที่ต่าง ๆ ได้อย่างลงตัวเลย

6. แบบแต่งห้องDuplexสไตล์โมเดิร์น

โดดเด่นด้วยโซฟาสีส้มอิฐรูปตัวแอลตรงกลางของชั้นล่าง ที่เป็นเหมือนส่วนกิจกรรมกลางห้อง ด้านในเป็นโซนห้องครัวและโต๊ะกินข้าวขนาดกำลังดี สำหรับรองรับเพื่อนฝูงที่แวะมาเยี่ยมเยียน มีบันไดโปร่งชิดผนังเชื่อมต่อชั้นบนซึ่งเป็นมุมส่วนตัวทั้งห้องนอนและมุมทำงาน ทั้งนี้ ยังเพิ่มความสว่างให้ห้องด้วยหน้าต่างบานใหญ่ด้วย

7. แต่งห้องDuplexในโทนสีเทา

ถ้าไม่บอกว่านี่เป็นห้องห้องเดียว จะคิดว่ากำลังเดินเข้ามาในบ้านหลังใหญ่เลยนะเนี่ย ตั้งแต่เปิดประตูเข้ามาเจอมุมรับแขกกับโซฟาสีเทาแสนนุ่มน่าทิ้งตัว หน้าต่างบานกว้างที่มองออกไปเห็นวิวทิวทัศน์ข้างนอก และจัดพื้นที่ห้องทำงานไว้ด้านบนเพื่อแยกเป็นสัดส่วน ทำให้เงียบสงบและเป็นส่วนตัวมากขึ้น

8. แต่งห้องDuplexสไตล์ลอฟท์

ห้องเดี่ยวขนาดใหญ่ สามารถทำเป็นห้องDuplexได้โดยแบ่งพื้นที่ออกเป็นมุมต่าง ๆ โดยให้ห้องนอนมุมส่วนตัวอยู่ชั้นบน ตรงกับโซนครัวด้านล่าง ส่วนพื้นที่ตรงกลางก็ทำเป็นมุมนั่งเล่น มีหน้าต่างเรียงรายกันอยู่ถี่ ๆ เพื่อให้แสงแดดส่องเข้ามาได้สะดวก และสามารถมองเห็นทิวทัศน์ที่สวยงามด้านนอกได้ด้วย เสริมด้วยชั้นวางของประดับตกแต่งที่สูงสุดผนัง ก็ถือเป็นความเก๋และเสน่ห์เฉพาะตัวของห้องแบบนี้ดีนะ

9. แต่งห้องDuplexสไตล์สแกนดิเนเวีย

ห้องDuplexสไตล์สแกนดิเนเวีย เน้นการตกแต่งของเฟอร์นิเจอร์ที่เรียบง่ายในโทนสีขาวสว่าง ช่วยสร้างบรรยากาศที่สงบและผ่อนคลาย แม้จะมีพื้นที่จำกัด แต่ด้วยลักษณะเฉพาะของห้องแนวนี้ก็ทำให้ได้พื้นที่ห้องที่แยกชัดเจนระหว่างมุมส่วนตัวและโซนส่วนกิจกรรมออกจากกันอย่างชัดเจนเลย

ห้องDuplexนับเป็นกระแสที่กำลังมาแรงในการตกแต่งคอนโด อพาร์ตเมนต์ หรือบ้านหลังใหญ่ในขณะนี้ ใครที่ชอบและอยากตกแต่งห้องแนวนี้ ลองเอาไอเดียที่เรานำมาฝากไปปรับใช้ให้เข้ากับห้องกันดูนะคะ

แต่งคอนโด 36 ตร.ม. สไตล์ Modern Luxury ดูดี เรียบหรู น่าอยู่ทุกมุม

หลังจากซื้อคอนโดมา สิ่งแรกที่เจ้าของห้องอยากทำคือตกแต่งห้องให้ตรงกับไลฟ์สไตล์มากที่สุด คุณ kkitti91 สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ซึ่งเป็น Interior อยู่แล้วก็อยากได้ห้องในฝัน มี Function ที่อยากได้ ก็เลยต้องลงมือออกแบบเอง โดยเน้นคอนเซ็ปต์แนวเดียวกับโครงการ ซึ่งก็คือ Modern Luxury ใครอยากแต่งคอนโดสไตล์นี้ตามมาส่องกันเลย

หลังจากส่งมอบห้อง อันดับแรกก็เริ่มวาง Layout Plan ห้องก่อนเลย ดูว่าห้องนี้เราต้องการ Function อะไรบ้าง ห้องนี้ขนาด 36 ตารางเมตร 1 ห้องนอน 1 ห้องน้ำ ผมตั้งโจทย์ให้กับตัวเองว่าอยากให้ห้อง Concept แนวเดียวกับโครงการ ซึ่งก็คือ Modern Luxury เน้นวัสดุกระจกเงาทอง สเตนเลสสีทอง โทนออกดำทองเข้ม ๆ มีห้องนั่งเล่น ห้องครัว

และสามารถนั่งทำงานบริเวณห้องนั่งเล่นได้ (เพราะส่วนใหญ่ผมทำงานออกแบบที่บ้านอยู่แล้ว) ส่วนห้องนอนอยากได้เตียงแบบวางพื้น แต่เป็นพื้นยกเหมือนญี่ปุ่น เพราะเราเอาเตียงวางพื้นก็จะได้นอนกันสบาย ๆ 3 คน พ่อ แม่ ลูก (ซึ่งความจริงมันอบอุ่นจนเกือบร้อนเลย) มาถึงห้องน้ำ คอนโดให้มาแบบเรียบ ๆ แต่ผมอยากได้ Modern Luxury ส่วน Function คงทำอะไรมากไม่ได้ ห้องเล็กอยู่แล้วขยับอะไรไม่ได้แน่ ๆ

เริ่มจากการ Layout Plan เพื่อวางพื้นที่ห้อง โดยจัดวางเฟอร์นิเจอร์ต่าง ๆ ดูก่อนว่า Function ครบตามที่ต้องการหรือเปล่า โดยดูพื้นที่และทางเดินให้สามารถใช้งานได้สะดวก ส่วนเฟอร์นิเจอร์ที่โครงการให้มาดูแล้วไม่น่าเกลียด สามารถเข้ากับ Concept ที่เราอยากได้พอดีเลยคงสภาพไว้ อาจจะปรับบางจุดเพื่อให้เข้ากับรูปแบบและเครื่องใช้ไฟฟ้าที่อยากใช้งาน จาก Layout Plan ด้านล่างจะเป็นประตูทางเข้า เปิดมาเจอครัวอยู่ด้านขวา ส่วนนี้ผมคิดว่าจะวางตู้เย็นและไม่อยากให้เห็นด้านข้าง เลยจะทำแผงไม้ปิดเพื่อความเรียบร้อย ถัดมาด้านบน คิดว่าจะวางโต๊ะทำงานและโซฟา ส่วนด้านซ้ายจะเป็นตู้วางทีวี ออกแบบภายใน

ภายในห้องนอน ส่วนตู้เสื้อผ้าก็ยังคงใช้ของที่โครงการให้มา ส่วนเตียงอยากให้ดูกว้างเลยคิดว่าจะไม่ซื้อเตียง แต่จะใช้วิธีการยกพื้นและวางที่นอนขนาด 6 ฟุตแทน ปลายเตียงก็จะติดทีวีด้วย เพราะพ่อ แม่ ลูก ดูกันคนละอย่างจะได้ดูกันคนละห้อง และยอมเสียสละไม่ดูคนหนึ่ง ด้านบนที่ติดกับระเบียงทำเป็นชั้นวางของและชั้นโชว์เล็ก ๆ มาในส่วนห้องน้ำก็คงเปลี่ยนอะไรไม่ได้เพราะห้องเล็กมาก ตำแหน่งต่าง ๆ คงต้องคงไว้ตามเดิม แต่คิดว่าจะเปลี่ยนกระเบื้อง เปลี่ยนสุขภัณฑ์ เปลี่ยนหินอ่อน เปลี่ยนฝักบัว เปลี่ยนชักโครก (สรุป เปลี่ยนทุกอย่างนั่นแหละ)

หลังจากนั้นก็เริ่มคุยกับแฟนและลูกสาวว่าอยากได้ห้องประมาณไหน ให้แต่ละคนไป Research ภาพห้องที่ตัวเองชอบจาก Internet เพื่อจะดูแนวทางในการออกแบบ ทุกคนตกลงปลงใจว่าให้พ่อจัดการเองเลยแล้วกัน ไว้ใจฝีมือ (จริง ๆ ผมว่าขี้เกียจหากันนั่นแหละ) ผมเลยต้องตัดสินใจเอง

  • เริ่มจากห้องรับแขกก่อนเลย เปิดประตูเข้ามาด้านขวาเป็นครัวของโครงการ ผมคงไว้เหมือนเดิม เพิ่มเติมคือติดหินอ่อนสีขาวที่ผนังครัว และใส่เตาอบด้านล่างเตาไฟฟ้า (อยากมีเตาอบเป็นของตัวเองมานานแล้ว) มองตรงไปด้านบนฝ้าเพดาน ของเดิมเป็นฝ้าเรียบ ผมอยากได้ไฟซ่อนเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศของห้อง เลยทำเป็นฝ้า Drop แต่เนื่องจากทางโครงการทำฝ้าไว้สูง 2.70 เมตร และด้านบนคงเจาะเพิ่มขึ้นไปไม่ได้เพราะติดงานระบบ และระยะฝ้ากับท้องพื้นคงมีไม่เยอะ เลยใช้วิธี Drop ฝ้าด้านข้างแทนก็จะได้ฝ้าหลุมเช่นกัน
  • อีกฝั่งที่เป็นผนังทีวีก็ทำตู้เก็บของสูงเลย และฝังทีวีติดผนังเพื่อเพิ่มพื้นที่ในห้อง ส่วนประตูทางเข้าห้องนอน ทางโครงการให้เป็นประตู MDF พ่นสีเทา สูง 2 เมตร ธรรมดา ๆ ผมเลยจัดการทุบผนังส่วนประตูเพื่อเพิ่มความสูงของประตู และถือโอกาสเปลี่ยนบานใหม่ เป็นโครงไม้อัดกรุไม้อัดโอ๊กย้อมสีเข้ม ฝังเส้นสเตนเลส พร้อมทั้งทำซับวงกบใส่สเตนเลสสีทองเพื่อเพิ่มความหรูหรา
  • ผนังฝั่งทีวีเน้นตู้เก็บของสูง และฝังทีวีเข้าใน Frame ตู้เพื่อความเรียบร้อย ด้านบนพื้นที่เหลือเลยทำเป็นช่องโชว์ของติดกระจกเงาทอง ด้านล่างเป็นตู้เตี้ยยกลอยจากพื้น เพื่อความปลอดภัยของนิ้วก้อยเท้าที่จะชอบนัดเจอกับขอบตู้ตอนเจ้าของเผลอ
  • มาดูฝั่งที่วางโซฟากันบ้าง ส่วนนี้ผนังเรียบ ๆ ใส่อะไรไม่ได้มาก ผมตกแต่งกระจกเงาทอง รัดเฟรมด้วยสเตนเลสสีทองเพื่อให้ห้องดูกว้าง และด้านบนทำตู้แขวนสูง รูปแบบล้อเลียนกับ Pattern ของผนังนี้ เนื่องจากห้องมีพื้นที่ค่อนข้างน้อย ผมอยากได้พื้นที่เก็บของเยอะเลยต้องเพิ่มตู้แขวนด้านบน เน้นเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้เพราะอยู่ค่อนข้างสูง ส่วนโต๊ะทำงานคิดไว้ว่าอาจจะไปเดินดู แล้วถ้าถูกใจก็ซื้อมาวางเลย
  • จบส่วนห้องนั่งเล่น มาดูห้องนอนกันต่อครับ ส่วนนี้ผมทำเป็นพื้นยกระดับเพื่อวางที่นอนเลย ส่วนพื้น ไหน ๆ ก็ยกแล้วทำลิ้นชักด้านข้างสำหรับเก็บของและซ่อนไฟไปในตัวด้วยเลย บริเวณที่วางที่นอนที่เป็นพื้นยก เพื่อให้ใช้ประโยชน์ได้เต็มที่ ผมเจาะช่องทำฝาปิดเก็บของใต้ที่นอนได้อีกประมาณ 2 ช่อง แต่ต้องเก็บของที่ไม่ค่อยได้ใช้จริง ๆ เพราะการจะเปิดช่องนี้ต้องยกเตียงขึ้นมาก่อน
  • ผนังทีวีผมกรุหินอ่อน Black Maquina สีดำ เพื่อเพิ่มความหรูหรา และเจาะช่องสำหรับฝังทีวีติดผนังเสมอกับแนวขอบหินพอดี
  • ด้านซ้ายกรุกระจกเงาทอง เพื่อให้ห้องดูโล่งขึ้นด้วย ด้านบนทำเป็นชั้นวางของเพราะด้านล่างพื้นที่ไม่พอแล้ว จุดนี้ทำชั้นวางของให้สูงเกินความสูงผมไปนิดนึงเพื่อความปลอดภัย
  • ส่วนใกล้หน้าต่างทำชั้นวางของและชั้นโชว์เล็ก ๆ โดยทำเป็นซุ้มโครงไม้อัดกรุไม้อัดโอ๊กทำสีธรรมชาติ ฝ้าเพดานเจาะเซาะร่อง ซ่อนไฟ ใช้ฝ้าเพดานเดิม และเจาะช่องบาง ๆ สำหรับซ่อนไฟ LED เพื่อไม่ให้กระทบกับงานระบบบนฝ้า
  • มาดูอีกมุมกันครับ ด้านขวาเป็นชั้นโชว์กรุกระจกเงาทองและชั้นกระจกใสปรับระดับ ส่วนด้านซ้ายเป็นตู้เสื้อผ้าเดิมที่โครงการให้มา อันนี้ไม่ได้ทำอะไร ประตูเข้าห้องน้ำทางโครงการให้ประตูสูง 2 เมตร ธรรมดา ๆ มา ผมก็ทุบให้สูงจนเกือบชนตู้เก็บของด้านบน แล้วทำบานใหม่เป็นลามิเนตลายไม้สีขาวเพื่อกันชื้นและฝังเส้นสเตนเลสสีทอง ส่วนที่เป็นเส้นสีดำตรงขอบรอบหินอ่อนและขอบของชั้นวางของ ผมใช้เหล็กแผ่นทำสี Powdercoat สีดำ เพื่อป้องกันในกรณีที่แอร์รั่วจะได้ไม่หยดมาโดนเฟอร์นิเจอร์ไม้
  • มองย้อนกลับมาที่หัวเตียง ผมตกแต่งด้วยหินอ่อน Black Maquina และบุฟองน้ำหุ้มผ้าบุสีน้ำตาล ด้านเหนือเตียงทำเป็นตู้กระจกเงาทอง แบ่งเป็นช่องเล็ก ๆ สามารถเก็บของได้ทุกช่อง ห้องนี้เน้นเก็บของจริง ๆ ครับ
  • กมุมที่มองเห็นประตูสู่ห้องนั่งเล่น ด้านนอกใช้โทนสีดำ ด้านในเป็นโทนสีขาว ให้อารมณ์ต่างกัน บริเวณหัวเตียง ผมวางระบบไฟที่สามารถเปิด-ปิดได้ทั้ง 2 ฝั่ง เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
  • ภาพรวมห้องนอนอีกสักภาพครับ
  • บริเวณชั้นวางของที่พื้นด้านล่าง ผมทำเป็นบานเปิดสามารถเก็บของได้
  • มาต่อกันที่ห้องน้ำ ส่วนนี้ผมรื้อกระเบื้องโครงการทิ้งทั้งหมด เปลี่ยนสุขภัณฑ์ เปลี่ยนฝักบัวใหม่ โดยที่ยังใช้ Function เดิมของห้องน้ำ ส่วนตู้กระจกผมทำใหม่ พ่นทรายบริเวณรอบด้านข้าง ซ่อนไฟด้านหลัง และด้านในทำชั้นปรับระดับเต็มตู้ อ่างล้างหน้าผมใช้ของเดิมที่โครงการให้มาแต่ปูทับด้วยหินอ่อน Alabascato สีขาว ส่วนกระเบื้องโดยรวมของห้องน้ำเป็นโทนสีขาวครีม ผิวด้าน พร้อมทั้งเซาะร่องฝ้าซ่อนไฟด้วย
  • หลังชักโครก ผมปูด้วยหินอ่อน Alabascato สีขาว และเพิ่มชั้นวางของหินอ่อนด้วย ด้านขวาในส่วนอาบน้ำ ผมรื้อหินอ่อนของโครงการ และปูหินอ่อน Black Maquina แทน เพราะคิดว่าหินอ่อน Brown Emperador มันดูแก่ไปหน่อย
  • ส่วนกระจกอ่างล้างหน้าด้านซ้าย-ขวา ผมกรุกระจกเงาทั้ง 2 ด้าน เพื่อเพิ่มมิติในส่วนนี้ และกรุเฟรมสเตนเลสสีทองเพื่อเพิ่มความหรูหรา
  • ส่วนฝ้าบริเวณส่วนอาบน้ำ ผม Drop ฝ้าซ่อนไฟ และทำ Rainshower ไว้ตรงกลาง เดินระบบประปาใหม่ทั้งหมดในส่วนนี้ เพราะอยากให้สามารถเปิด-ปิดน้ำได้อย่างอิสระ สามารถเปิดน้ำฝักบัวสายอ่อนและ Rainshower ได้พร้อมกัน

หลังจากเสร็จสิ้นการออกแบบทั้งหมดแล้ว สมาชิกในครอบครัวโอเคกับแบบทั้งหมด ก็เริ่มเขียน Shop Drawing เพื่อใส่รายละเอียดของแบบ ขนาด วัสดุ และดีเทลต่าง ๆ เพื่อให้ช่างสามารถทำงานได้เมื่อแบบทั้งหมดเสร็จแล้ว ทีนี้ก็ให้ช่างเสนอราคา ผมให้ทีมช่างแต่ละส่วนเสนอราคาของแต่ละงานมา มีตั้งแต่ช่างเฟอร์นิเจอร์ ช่างไฟ ช่างกระจก ช่างสเตนเลส ช่างปูน ช่างประปา ได้ราคาแล้วก็ช็อกนิดหน่อย เกินงบไปพอสมควร ก็เลยต้องมีการตัดบางรายการออก แต่พยายามให้อยู่ในรูปแบบตามที่ได้ออกแบบมา

พอได้ราคาแล้ว สรุปตกลงกับช่างเรียบร้อย ก็เริ่มลงมือทำงานกันได้เลย งานนี้ใช้เวลาตกแต่งประมาณ 2 เดือน มาดูพัฒนาการของห้องนี้กันดีกว่าครับ

  • ทีมแรกที่เข้ามาทำงานก็คือ ช่างเฟอร์ ช่างไฟ และช่างปูน ช่างเฟอร์เข้ามาทำงานในส่วนงานตกแต่งผนังทั้งหมด ช่างไฟมารื้องานระบบ และกรีดสกัดผนังเพื่อฝังท่อร้อยสายไฟในจุดต่าง ๆ ช่างปูนเข้ามารื้อกระเบื้องห้องน้ำและทำระบบประปาในส่วนอาบน้ำใหม่ทั้งหมด
  • ส่วนแรกที่ทำคือ ช่างเฟอร์นิเจอร์จะกรุผนังด้านขวาเพื่อรองรับกระจกเงาทองก่อน ขั้นตอนนี้ถ้าผนังเรียบจะไม่กรุไม้อัดก็ได้นะครับ แต่เพื่อความชัวร์ผมให้ช่างกรุเพื่อความเรียบร้อยดีกว่า ส่วนฝ้าเพดานก็ Drop ด้านข้างลงมา ผมออกแบบให้แนวฝ้าลงมาชนกับฝ้าตรงหน้ากากแอร์ที่ทางโครงการทำไว้ให้แล้ว ส่วนชุดครัวผมใช้ของเดิมครับ
  • บริเวณหัวเตียงกรุผนังด้วยโครงไม้สะเดาเคลือบน้ำยากันปลวก ส่วนตู้เสื้อผ้าของเดิมโครงการ ไม่ได้ทำอะไรครับ
  • บริเวณท้ายเตียง ทางโครงการทำผนังปูนยื่นออกมา 10 เซนติเมตร ไม่ทราบเพราะอะไรเซลส์ก็ตอบไม่ได้ ผมเลยต้องทำผนังหินอ่อนปิดทับไป ส่วนแอร์ทางโครงการติดมาให้ก็เลยคิดว่าไม่ย้ายดีกว่า จุดอื่นก็ไม่มีให้ติดแล้ว
  • ส่วนผนังหัวเตียง ช่างไฟกับช่างเฟอร์ต้องคุยกันนะครับว่ามีสวิตช์ มีปลั๊กอะไรอยู่ตรงไหน เพื่อให้ช่างไฟสามารถทำงานได้อย่างไม่ติดปัญหาอะไร ส่วนงานระบบป้องกันอัคคีภัย ผมไม่ยุ่งอะไรเพราะการแก้ไขค่อนข้างยุ่งยาก และต้องให้ทางโครงการปิดระบบบางส่วนเพื่อทำงานด้วย จุดนี้ผมเลยผ่านดีกว่า
  • มาดูในส่วนห้องน้ำกันครับ อย่างที่บอก รื้อทิ้งทุกอย่างยังกับตอนสร้างใหม่ ๆ เลย สังเกตในส่วนอาบน้ำ ผมวางระบบประปาใหม่ ใช้ท่อ PPE และเดินระบบให้สามารถเปิดน้ำส่วนฝักบัวสายอ่อนและ Rainshower ได้พร้อม ๆ กัน และบริเวณหลังชักโครกก็ให้ช่างไฟเพิ่มปลั๊ก เผื่ออนาคตอยากใช้สุขภัณฑ์ที่เป็นฝารองนั่งไฟฟ้า
  • ส่วนอ่างล้างหน้าเดินระบบใหม่เหมือนกัน แต่อันนี้ไม่ซับซ้อนมาก แค่เปลี่ยนจากก๊อกที่ออกจากอ่างล้างหน้าเป็นก๊อกที่ออกจากผนัง เพื่อให้บริเวณอ่างล้างหน้ามีพื้นที่วางของเพิ่มขึ้นอีกนิดหนึ่ง
  • ระบบประปาส่วนอาบน้ำซ้าย-ขวา เป็นท่อน้ำร้อนและท่อน้ำเย็น ส่วนตรงกลางเป็นก๊อก Rainshower
  • ฝ้าเพดานต่อท่อ Rainshower รอไว้ก่อนเพื่อ Drop ฝ้าและติดตั้งทีหลัง
  • ตู้และผนังกรุเรียบร้อย รอติดกระจกและเฟรมสเตนเลส
  • บริเวณตู้ทีวี เริ่มทำบานและช่องต่าง ๆ สำหรับซ่อนร้อยท่อทีวี
  • ผ่านไปอาทิตย์หนึ่ง ช่างปูนก็เริ่มปูกระเบื้อง ผนังส่วนที่จะปูหินอ่อนก็ฉาบเรียบไว้ก่อน เวลาติดหินจะได้ระนาบและทำงานง่ายกว่าครับ
  • พื้นเริ่มปูไม้ปาร์เก้ไม้จริง ผมใช้ปาร์เก้ไม้สัก ส่วนฝ้าเพดานก็เริ่มปิดแผ่นฝ้าสำหรับซ่อนไฟแล้วครับ
  • ผ่านไปอีก 1 อาทิตย์ หินอ่อนก็เริ่มมาติด พร้อมทั้งติดสุขภัณฑ์ที่เปลี่ยนใหม่
  • อ่างล้างหน้าของเดิม กรุหินอ่อนทับ และติดก๊อกอ่างล้างหน้าติดผนัง
  • ผนังส่วนอาบน้ำ หินอ่อนก็เข้ามาติดตั้งแล้ว หินอ่อนแผ่นนี้เป็นแผ่นเต็ม แต่เนื่องจากการขนส่งขึ้นคอนโดชั้น 25 ทำได้ยากมากเพราะขนาดหินใหญ่กว่าลิฟต์ขนของ ผมเลยต้องจำใจตัดแบ่งเป็น 2 ส่วน อันนี้แอบเสียดายจริง ๆ อุตส่าห์หาลายนี้ตั้งนาน
  • ก๊อกฝักบัวและก๊อก Rainshower ที่สามารถเปิด-ปิดน้ำแยกอิสระ หลายคนอาจจะสงสัยว่าทำไมต้องเปิดพร้อมกัน อันนี้ถ้าเราติดแบบปกติต้องติดตัวเปลี่ยนทิศทางน้ำ และเวลาเปิดน้ำจะมีช่วงหน่วงนิดหนึ่งกว่าน้ำจะเปลี่ยนมาออกอีกทาง แต่ติดแบบนี้จะตัดปัญหานั้นไปได้เลยครับ
  • ห้องเริ่มเรียบร้อยขึ้นหลังจากปิดผิวต่าง ๆ แล้ว ช่วงนี้เป็นช่วงเวลาของช่างสีที่ต้องเข้ามาเก็บรายละเอียดต่าง ๆ และทำสีเพื่อเก็บความเรียบร้อยของงานครับ
  • เปิดมาที่รูปแรก มุมเดียวกับ 3d Perspective ที่ได้ออกแบบไว้แต่เปลี่ยนบางจุดนิดหน่อย โดยเฉพาะโซฟาและโต๊ะทำงานที่เดินหาซื้อกันอยู่หลายเดือนแล้วก็ไม่เจอตัวที่ถูกใจ จนได้มาเจอที่ DM Home เป็นโซฟานำเข้าจากอเมริกา SALE ลองนั่งแล้วดูดวิญญาณมาก ๆ จัดมาเลย
  • ส่วนโต๊ะทำงานเป็นแบบปรับได้ เผื่อว่านั่งนาน ๆ แล้วเมื่อยก็ยืนทำงานบ้างเปลี่ยนบรรยากาศกันไป ส่วน Layout ที่วางไว้ก็ปรับเปลี่ยนนิดหน่อย เพราะโต๊ะทำงานมีขนาดใหญ่เลยต้องวางเข้าผนังไป ไม่งั้นเดินเข้าไปนั่งไม่ได้ บรรยากาศห้องใช้ไฟโทน Warm Light เพื่อให้ดูอบอุ่น ในขณะเดียวกันก็สามารถเปลี่ยนไฟเป็น Cool White ได้สำหรับเวลานั่งทำงาน ด้วยหลอดเปลี่ยนสีของ Philips (ปัจจุบันน่าจะมีหลายยี่ห้อที่ทำแล้ว)
  • ผนังกระจกเงาทองรัดเส้นสเตนเลสสีทองก็เปลี่ยนเป็นสี Rose gold เพราะสีทองจ๋า ๆ มันดูแก่ไปหน่อย อยากให้ทันสมัยต้อง Rose Gold ทองชมพูนิด ๆ
  • ส่วนพื้นผมปูทับด้วยพื้นกระเบื้องไวนิลลายไม้ โดยก่อนปูก็ปูพลาสติกทับไปก่อนแล้วก็สามารถปูทับได้เลย พื้นหนาขึ้นมานิดหน่อย คาดเส้นบัวตัดขอบระหว่างพื้นกระเบื้องห้องครัวและคาดเส้นไม้จริงกับประตูห้องนอนก็ตัดปัญหาพื้นไม่เท่ากันไปได้
  • มุมมองจากโซฟา บริเวณผนังโดยส่วนใหญ่ก็กรุ Wallpaper ส่วนนาฬิกาได้มาจาก Room Interior Design ที่ Siam Discovery ซื้อตั้งแต่สมัยซื้อบ้านแล้วจะหาที่ติดก็ไม่มี แต่พอมาแต่งคอนโดเลยได้งัดมาใช้
  • มองกลับมาที่โซฟาอีกด้านหนึ่ง โคมดาวน์ไลท์ผมเปลี่ยนใหม่หมด อยากได้โคมสี่เหลี่ยมขอบขาว ด้านในเป็นโคมปรับทิศทางแสงได้แต่ก็ไม่ได้ปรับอะไร เพียงแค่ว่าเวลามองไปแล้วมันสวยดี
  • โซฟาดูดวิญญาณ…นั่งแล้วจะหลับทุกที
  • มุมมองจากโต๊ะทำงานบ้าง จริง ๆ อยากได้มุมที่นั่งหันหลังให้กำแพงมาก ๆ เพราะอยากนั่งทำงานไปดูทีวีไปด้วย แต่ด้วยเนื้อที่จำกัดเลยต้องดูทีวีผ่านกระจกแทน แต่หลัง ๆ ก็ไม่ค่อยได้ดูเท่าไรแล้วเพราะเวลาทำงานเหนื่อย ๆ ก็โดดลงโซฟาข้าง ๆ ได้เลย ได้ดูทีวีเต็ม ๆ ยาว ๆ (สรุปงานไม่เสร็จ)
  • มาดูมุมครัวกันบ้าง มุมนี้ผมไม่ได้ทำอะไรมากแค่เจาะช่องสำหรับใส่เตาอบเพิ่ม เนื่องจากช่องเดิมทางโครงการทำไว้สำหรับช่องวางไมโครเวฟซึ่งขนาดเล็กกว่า ก็เลยต้องดัดแปลงบางจุดเพื่อให้ใส่เตาอบได้ ส่วนหินที่จะติดตรงกำแพงครัวโดนตัดงบไปเรียบร้อย เอาน่า…กระจกสีทองของเดิมก็ดูโอเคอยู่ ตรงอ่างล้างจานผมเปลี่ยนก๊อกเป็นรุ่นที่มีตัวปรับทิศทางน้ำของน้ำกรองไว้ด้วย และซ่อนเครื่องกรองน้ำไว้ใต้อ่างล้างจาน
  • มาดูห้องนอนกันบ้าง เริ่มจากมุมตรงที่เป็นที่นอน สังเกตด้านขวาส่วนหัวเตียงมีสวิตช์ไฟค่อนข้างเยอะและสามารถเปิด-ปิดจากหัวเตียงของทั้ง 2 ฝั่งได้ ส่วนปริมาณสวิตช์ก็ควบคุมแยกหลายจุด ตั้งแต่ไฟซ่อนใต้เตียง ไฟดาวน์ไลท์ ไฟหัวเตียง ไฟซ่อนบนฝ้า ไฟดาวน์ไลท์ตรงชั้นวางของ ช่วงแรกอาจจะงงหน่อยว่าเปิด-ปิดอะไรบ้าง ใช้ไปสักพักก็จะจำได้เองครับ
  • มุมหัวเตียง โทนสีมีการปรับเปลี่ยนนิดหน่อย ก่อนทำงานผมให้ช่างทำตัวอย่างสีมาให้ดูแล้ว ถ้าเป็นโทนขาวกว่านี้มันจะดูจืดเกินไปเลยปรับมาเป็นโทนนี้แทน
  • มุมท้ายเตียงส่วนวางทีวี หินอ่อนสีดำต้องไปเลือกที่โรงงาน เพราะหินแต่ละแผ่นก็จะมีลวดลายตามธรรมชาติที่ไม่เหมือนกัน ใครอยากได้หินอ่อนอาจจะต้องยอมเสียเวลาไปเลือกนิดหนึ่งครับจะได้ลายที่ถูกใจ
  • ใต้ลิ้นชักที่ซ่อนไฟไว้ หลายคนอาจจะคิดว่าไม่ค่อยได้ใช้ แต่จริง ๆ มันมีประโยชน์มากเลยนะครับ บางทีเวลาอีกคนนอนอยู่แล้วเราไม่อยากเปิดไฟ ก็เปิดไฟซ่อนจุดนี้ สำหรับการเดินไปเข้าห้องน้ำยามค่ำคืนแสงก็ไม่กวนสายตาคนที่นอนอยู่ และคนที่จะเข้าห้องน้ำแสงก็ไม่แยงตา
  • บริเวณหน้าต่างวิวโล่ง ๆ
  • มุมอาบน้ำกับชักโครกครับ สังเกตตรงพื้นส่วนที่เป็น Floor Drain ผมใช้รุ่นที่เป็นรางสเตนเลสและวางทับด้วยกระเบื้องพื้นเพื่อไม่ให้เห็น Floor Drain เป็นจุดจุดเดียว แบบนี้ดูกลมกลืนไปกับพื้นได้ดีเลย
  • หมดกับค่าหินอ่อนไปเยอะมาก ๆ 555 แต่ก็ได้ตามแบบที่ต้องการเลยครับ
  • ก๊อก Rain Shower และก๊อกฝักบัวสายอ่อนที่แยกกัน ผมใช้ของ Grohe เพราะตัวนี้ตั้งอุณหภูมิค้างไว้ได้เลย ไม่ต้องมาคอยวัดดวงความร้อนของน้ำกันหลาย ๆ รอบ
  • มุมอ่างล้างหน้าที่ใช้อ่างล้างหน้าของเดิมแต่ปิดผิวด้วยหินอ่อนทับไป ส่วนตู้กระจกตรงกลางก็สามารถเปิดเก็บของได้ โดยรอบ ๆ พ่นทรายและซ่อนไฟไว้โดยรอบ สามารถ Maintanance ไฟได้จากการเปิดตู้เก็บของนั่นแหละครับ