25/10/2021

หนังน่าดูHD แนวซอมบี้ คลั่งจาก Netflix และแพลตฟอร์มอื่น ๆ

l, Ana de la Reguera

แนวซอมบี้ หลังจากต้นปี 2021 แซค สไนเดอร์ (Zack Snyder) สร้างความฮือฮากับโปรเจกต์มหาชนอย่าง ‘Zack Snyder’s Justice League’ ที่ได้กลายเป็นคอนเทนต์เด็ดของเอชบีโอ แม็กซ์ (HBO MAX) ไปแล้วก็ไม่ปล่อยให้แฟน ๆ รอนานแต่คราวนี้สไนเดอร์ไม่ได้มากับยอดมนุษย์คนไหนและไม่ได้พะยี่ห้อดีซี (DC) ตอนต้นเรื่องแต่กลับเป็นการย้อนสู่รากเหง้าอย่างหนังซอมบี้ที่มี ‘Dawn of the Dead’ หนังเปิดทางอาชีพผู้กำกับหนังที่น่าจับตามองให้เขาเมื่อปี 2004

แต่แน่นอนว่า 17 ปีผ่านไปหนังซอมบี้ได้ถูกตัดปะเอาไปผสมแนวต่าง ๆ จนแทบไม่มีจุดให้ดิ้นหรือฉีกแนวไปทำอย่างอื่นได้แล้วดังนั้น Army of the Dead เลยกลายเป็นงานที่ท้าทายสไนเดอร์ไม่น้อยเลยทีเดียวว่าคนที่เคยปลุกกระแสหนังซอมบี้เมื่อร่วม 2 ทศวรรษก่อนจะมีแง่มุมอะไรใหม่ ๆ มาบอกเล่าในหนังซอมบี้รวมทีมปล้นเรื่องนี้

หนังจะเล่าถึง สก็อต วอร์ด (เดฟ บอทิสตา – Dave Bautista) อดีตทหารรับจ้างที่ปัจจุบันกลายเป็นพ่อครัวในร้านอาหารที่วันดีคืนดีเขาก็ได้รับงานจาก บลาย ทานากะ (ฮิโรยูกิ ซานาดะ – Hiroyuki Sanada) เศรษฐีที่เสนอเงินก้อนโตแลกกับการพามาร์ติน (แกร์เร็ต ดิลลาฮันต์ – Garret Dillahunt) คนของเขาไปที่ลาส เวกัสเพื่อขนเงินสดก้อนโตจากตู้เซฟในคาสิโนก่อนรัฐบาลจะปูพรมทิ้งระเบิด งานนี้เขาได้รวมทีมระดับพระกาฬอาทิ มาเรีย ครูซ (อนา เด ลา เรกูเอรา – Ana De La Reguera) อดีตคนรัก เคต วอร์ด (เอลลา เพอร์เนล – Ella Purnell) ลูกสาวที่เขาห่างเหินมานาน ลิลลี (นอรา อาร์เนเซเดอร์ – Nora Arnezeder) ไกด์หญิงสุดแกร่ง และสหายศึกสุดระห่ำฝ่าดงซอมบี้ในลาส เวกัส แต่สิ่งที่พวกเขาไม่คาดคิดนอกเหนือจากเหล่าซอมบี้ที่มีความฉลาดและระบบสังคมที่ซับซ้อนแล้วบางทีแผนปล้นครั้งนี้อาจแฝงอันตรายจากมนุษย์ด้วยกันเองก็เป็นได้

แนวซอมบี้ Army of the Dead นี้ก็จะเป็นหนังเรื่องแรกที่เขาได้มาเป็นผู้กำกับอย่างเต็มตัวหลังจากที่โดนปลดออกจากการทำหน้าที่ในการคุมโปรเจกต์จักรวาล DC Extended Universe หลังจากที่เขาได้กำกับ Man of Steel และ Batman v Superman: Dawn of Justice และมันก็จะเป็นผลงานการกำกับหนังซอมบี้ของเขาอีกครั้งหลังจากที่ Dawn of the Dead ที่ออกฉายเมื่อปี 2004 ที่ในตอนนั้นเขาได้ทำงานร่วมกับทาง James Gunn ซึ่งเป็นผู้เขียนบทให้กับหนังเรื่องนั้นอีกด้วย

โดยมีข่าวลือว่า Dave Bautista ดาราหุ่นหมีจาก Guardians of the Galaxy และ Avengers นั้นอาจจะได้มาร่วมโปรเจกต์หนังเรื่องนี้ด้วย ซึ่งตัวหนังนั้นยังไม่มีกำหนดฉายอย่างเป็นทางการ แต่เป็นที่ยืนยันแล้วว่ามันจะเป็นหนังที่จะลงให้กับทาง Netflix อย่างแน่นอนและยังใช้ทุนสร้างที่สูงถึง 90 ล้านเหรียญอีกด้วย

[[รีวิวหนังสยองขวัญ แต่ไม่สปอย]] 30 Days Of Night 30 ราตรีผีแหกนรก

แนวซอมบี้ ความมืดมิด.. เป็นสิ่งที่มนุษย์นับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันหวาดกลัวเป็นอย่างมาก

แนวซอมบี้ เพราะไม่มีใครสามารถที่จะตอบได้ในความมืดมิดที่ไม่สามารถมองเห็นได้แม้แต่ปลายเท้าของตัวเองตรงหน้า มันมีอะไรบางสิ่งที่เหนือกว่าความเข้าใจทางวิทยาศาสตร์ซ่อนตัวอยู่หรือเปล่า!? แล้วถ้าหากต้องทนอยู่ในสถานที่มืดมิดนานนับเดือน ในพื้นที่ที่ไม่สามารถขอความช่วยเหลือได้จะยิ่งสยองขวัญเพียงใด!? ลองมาติดตามประสบการณ์แสนสยองขวัญดังกล่าวกันจากรีวิวหนังสยองขวัญ 30 Days Of Night 30 ราตรีผีแหกนรก จากบทความชิ้นนี้ ร่วมกับเหล่าตัวละครเอกในเรื่องราวกัน…

หนังสยองขวัญ 30 Days Of Night 30 ราตรีผีแหกนรก เป็นเรื่องราวอันแสนสยองขวัญของเมืองเล็กๆแห่งหนึ่งในอลาสก้าที่ต้องตกอยู่ในความมืดมิดเป็นเวลา 1 เดือนเต็ม ท่ามกลางความมืดมิดเหล่าแวมไพร์ได้พากันเข้าโจมตีเมืองและทิ้งศพเอาไว้ทุกหนแห่ง มีเพียงนายอำเภอผู้มุ่งมั่นเท่านั้นที่กล้าหาญออกมาต่อกรกับปีศาจกระหายเลือดเหล่านี้

หนังสยองขวัญ 30 Days Of Night 30 ราตรีผีแหกนรก มีจุดเด่นที่น่าสนใจในเรื่องของบรรยากาศที่สมเหตุสมผล หนังเรื่องนี้ช่วยเปลี่ยนบรรยากาศของเรื่องราวหนังสยองขวัญที่ซ้ำซากจำเจไปสู่ความสดใหม่ที่น่าสนใจได้มากกว่าการพยายามหนีจากบางสิ่งที่เลวร้ายในหมู่บ้านธรรมดาไกลจากเมืองทั่วไป กลายมาเป็นเมืองที่เต็มไปด้วยความมืดมิดทั้งวันทั้งคืนนานนับเดือน แน่นอนว่าคงจะไม่สถานที่ใดเหมาะสมกับการเป็นสนามแห่งการล่ามากเท่านี้มาก่อน ในส่วนของการพัฒนาตัวเองเพื่อรับมือกับสถานการณ์เลวร้ายก็ทำออกมาได้ดี รวมไปถึง CGI ที่ยอดเยี่ยม จนทำให้รู้สึกเหมือนกับกำลังได้ไปเยือนเมืองแห่งหิมะอย่างอาลาสก้าของจริงกันเลยทีเดียว

จุดด้อยที่เห็นได้อย่างชัดเจนในหนังสยองขวัญ 30 Days Of Night 30 ราตรีผีแหกนรก มากที่สุดคือ นอกเหนือจากตัวละครพระเอกแล้ว คนที่เหลือไม่สามารถสร้างบทบาทที่น่าสนใจได้เลย แถมบางคน (โดยเฉพาะผู้หญิง) ยังแสดงราวกับกำลังท่องบทของตัวละครแบบบรรทัดต่อบรรทัด นั่นทำให้การแสดงดูไม่เป็นธรรมชาติไปอย่างน่าเสียดาย

ส่วนตัวของผู้เขียน หนังสยองขวัญ 30 Days Of Night 30 ราตรีผีแหกนรก เป็นหนังที่ค่อนข้างสนุกมากเรื่องหนึ่งเลยทีเดียว เพราะมีการผสมผสานระหว่างความน่ากลัวและเอาชีวิตรอดภายใต้สถานการณ์ที่เรียกได้ว่าถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสิ้นเชิง สิ่งที่เหล่าตัวละครทำได้คือการพยายามมีความหวัง ในสถานการณ์ที่เรียกได้ว่าสุดแสนสิ้นหวัง ในขณะที่บรรยากาศ การถ่ายทำและการเล่าเรื่องราวเองก็ถือว่าทำได้ดี มีความน่าสนใจตั้งแต่ต้นจนจบ ดังนั้น ถ้าหากใครกำลังมองหาหนังสยองขวัญแนวเอาชีวิตรอดที่น่าสนใจสักเรื่องหนังสยองขวัญ 30 Days Of Night 30 ราตรีผีแหกนรก เป็นตัวเลือกที่ควรใส่เอาไว้ในรายการรับชมอย่างแน่นอน.

ดูหนัง Quarantine ปิดตึกสยอง

แนวซอมบี้ Quarantine เป็นหนังแนวสยองขวัญจากประเทศหรัฐอเมริกา

แนวซอมบี้ ผลิตขึ้นเมื่อปี 2008 เป็นการนำเนื้อหาภาพยนตร์เรื่อง REC จากประเทศสเปนมาทำใหม่ เนื้อหาของเรื่องเริ่มต้นโดย มีนักข่าวสาวสมัครเล่น (แองเจลลา) และตากล้องหนุ่ม (สก๊อต) เข้าไปทำข่าวคล้าย ๆ กับการเกาะติดชีวิตนักดับเพลิงแบบเรียลลิตี้ ในเมืองลอสแอนเจลิส ทุกอย่างดูราบรื่นดี จนกระทั่งในตอนดึก มีสายด่วนเข้ามาที่สถานีดับเพลิง ให้ไปควบคุมเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันในอพาร์ทเม้นท์แห่งหนึ่ง เพราะมีรายงานว่ามีหญิงชราส่งเสียงโหยหวนด้วยความเจ็บปวดอยู่บนชั้น 3 นักดับเพลิงอธิบายให้นักข่าวได้ทราบว่า นักดับเพลิงนอกจากจะมีหน้าที่ป้องกันไฟแล้ว ยังสามารถช่วยปฐมพยาบาลอีกด้วย ดังนั้นแองเจลลา กับ สก๊อต จึงขอติดตามเหล่านักดับเพลิงไปทำข่าวด้วย

สิ่งที่นักผจญเพลิง ตำรวจ รวมไปถึงตัวละครหลักอย่าง แองเจลลา และ สก๊อต ได้เจอในตึกนั้นคือ หญิงชราคนหนึ่งในชุดนอนเปรอะไปด้วยคราบเลือดที่ยืนซ่อนตัวอยู่ในความมืด เธอตัวซีด มีน้ำลายฟูมปาก พูดจาไม่รู้เรื่อง ในขณะที่ทุกคนจะเข้าไปช่วยเหลือเธอ หญิงชราคนนั้นก็ใช้ฟันของเธอกัดไปที่คอของหนึ่งในตำรวจ ทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ ทุกคนจึงช่วยกันพยุงผู้บาดเจ็บออกมา หวังว่าจะนำออกจากตึกไปรักษา แต่หารู้ไม่ว่าอพาร์ทเม้นต์แห่งนี้ถูกปิดตายจากภายนอก ศูนย์ควบคุม และป้องกันโรคของสหรัฐอเมริกา (Centers for Disease Control and Prevention) ก็ได้ประกาศให้ตึกนี้เป็นเขตกักกันที่ไม่ว่าใครก็ไม่สามารถออกจากตึกไปได้ แองเจลลากับสก๊อตจึงตัดสินใจบันทึกทุกอย่างลงในกล้อง

โชคดีที่มีสัตวแพทย์อาศัยอยู่ภายในตึก เขาจึงช่วยดูแลผู้บาดเจ็บ และสิ่งที่เขาวิเคราะห์ได้จากโรคที่หญิงชรา และตำรวจเป็น อาจคล้ายกับโรค Rabies ที่เกิดขึ้นในกระต่าย คือจะมีอาการน้ำลายฟูมปาก ตัวสั่น และกัดกินทุกสิ่งที่ขวางหน้า โรคนี้สามารถติดเชื้อโดยการสัมผัสน้ำลาย และการถูกกัด ว่ากันง่าย ๆ คือ โรคนี้คล้าย ๆ กับการกลายเป็นซอมบี้นั่นเอง

ในระหว่างที่ตำรวจนำทุกคนในตึกมารวมตัวกัน ทั้ง ๆ ที่เกิดการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ ลูกบ้านแต่ละคนก็เริ่มมีอาการติดเชื้อ และกลายเป็นซอมบี้ คนที่เหลือจึงพยายามหนีเอาชีวิตรอด ก่อนที่ผู้ดูแลอพาร์ทเม้นต์จะเสียชีวิต เขาได้บอกทางหลบหนีให้กับ แองเจลลา สก๊อต และนักดับเพลิงหนึ่งนาย แต่แล้วเมื่อพวกเขาไปเอากุญแจที่ห้องผู้ดูแลก็ได้เจอกับซอมบี้ จึงถูกต้อนให้ไปอยู่บนชั้นดาดฟ้า ซึ่งนั่นจะเฉลยสาเหตุการแพร่กระจายของโรคระบาดนี้ ว่าเกิดจากการทดลองของนักวิจัยไวรัสวิทยาที่มาจากบอสตัน แถมในห้องแล็บบนหลังคายังมีเซอร์ไพรส์รอพวกเขาอีกด้วย

แนวซอมบี้ Overlord เป็นเรื่องราวของกลุ่มทหารอเมริกา ที่อยู่ฝ่ายสัมพันธมิตร ในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 พวกเขาได้รับมอบหมายให้ไปถล่มหอส่งวิทยุที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งหนึ่งในฝรั่งเศส ที่ทหารเยอรมันยึดครองอยู่ ความโชคร้ายเกิดขึ้น เมื่อพวกเขาเข้าไปในหมู่บ้านท่ามกลางสมรภูมิที่กำลังเดือด และพบว่าใต้ฐานทัพนั้นเองมีการทดลองลับของฝ่ายนาซีอยู่ นำพาความสะพรึง สยดสยองมาสู่คนดู ถ้าหากอยากสนุกจงหลบสปอยล์ไว้ให้มั่น เข้าไปดูแบบไม่รู้เรื่องอะไรทั้งสิ้นจะเพิ่มดีกรีความผวาเข้าไปอีกขั้น

zombieland double tap

เรื่องย่อ เรื่องราวของโลกที่ได้ล่มสลายลงจากการที่มนุษย์ติดเชื้อซอมบี้ และตัวหนังเป็นเรื่องราวการเอาชีวิตรอดด้วยกฎสุดฮาของกลุ่มคนกลุ่มหนึ่งที่ไม่เคยรู้จักกันมาก่อน หลังเหตุการณ์ซอมบี้ระบาดในภาคแรก สหรัฐฯกลายเป็นเมืองที่รกร้างไร้ผู้คน เหล่าแก๊งซ่าส์ล่าซอมบี้ได้ออกเดินทางไปตามสถานที่ต่าง ๆ ร่วมผจญภัยและพบผู้รอดชีวิตอื่น ๆ ที่นำมาซึ่งความฮาแบบขั้นสุด ภารกิจล่าซอมบี้มาพร้อมกับเสียงหัวเราะ ความป่วน และอาวุธครบมือกลับมาอีกครั้ง

หนังภาคต่อที่ห่างจากภาคแรกอย่าง Zombieland (2009) ถึง 10 ปีเต็ม โดยได้ทีมงานสร้างและนักแสดงชุดเดิมกลับมาพร้อมหน้า ไล่ตั้งแต่ผู้กำกับ รูเบน เฟลชเชอร์ (Ruben Fleischer) ที่หลังจากหนังภาคแรกผ่านไปเขาก็ไปจับหนังแนวอาชญากรรมสนุก ๆ ทั้ง 30 Minutes or Less (2011) และหนังแก๊งสเตอร์ดราม่ารวมดาวอย่าง Gangster Squad (2013) ตลอดจนได้ไปจับหนังซูเปอร์ฮีโรวายร้ายอย่าง Venom (2018) มาแล้ว ก่อนจะวกกลับมาสานต่อหนังที่สร้างชื่อให้เขาอีกครั้งใน Zombieland Double Tap นี่เอง

ซึ่งเราก็ได้เห็นถึงพัฒนาการเล่าเรื่องของเขาที่ดูแน่นขึ้นมีการวางจุดพลิกผันที่สนุกขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งว่าภาคแรกใช้เวลาแนะนำคาแรกเตอร์ตัวละครไปจนชัดเจนแล้ว พอมาภาค 2 นี้ก็เลยไม่ต้องเยิ่นเย้ออีกต่อไป เรียกว่าดันเรื่องลุยกับจักรวาลที่ลงตัวมากขึ้นแล้วให้สนุกใส่อีสเตอร์เอ้ก ใส่มุกเล็กมุกใหญ่ได้สบายมือ โดยหนังยังคงเล่นกับกฎของการเอาตัวรอดที่กลุ่มตัวละครบัญญัติกันขึ้นมา และชื่อของหนังภาค 2 นี้ก็เอามาจากกฎข้อ 2 ในหนังภาคแรกที่ว่า “Double Tap จงยิงย้ำ 2 นัดถ้าไม่แน่ใจว่าซอมบี้ตายจริงหรือไม่” นั่นเอง

World War Z  มหาวิบัติสงคราม Z

เรื่องย่อ
ในวันธรรมดาวันหนึ่ง เจอร์รี่ เลน (แบรด พิตต์) และครอบครัว พบว่าการเดินทางบนท้องถนนที่เคยเงียบสงบของพวกเขา ต้องเผชิญหน้ากับการจราจรติดขัดกลางเมือง เลน ที่ในอดีตเคยเป็นเจ้าหน้าที่สืบสวนขององค์การสหประชาชาติ รู้สึกว่านี่ไม่ใช่รถติดธรรมดา และเมื่อมีเฮลิคอปเตอร์ของตำรวจบินอยู่ร่อนอยู่เหนือท้องฟ้า และมีมอเตอร์ไซค์ของตำรวจวิ่งไปมาอยู่เบื้องล่าง ทั้งเมืองต้องเผชิญกับเหตุโกลาหล