23/10/2021

หนังสงครามยอดเยี่ยมตลอดกาล ทั้งการกำกับ และการถ่ายภาพ

หนังสงครามยอดเยี่ยมตลอดกาล
หนังสงครามยอดเยี่ยมตลอดกาล

หนังสงครามยอดเยี่ยมตลอดกาล ทั้งการกำกับ และการถ่ายภาพที่ถ่ายทอดความน่าสะพรึงกลัว ให้สัมผัสได้ถึงความโหดร้ายของสงคราม หนังสงครามเป็นแนวที่ฮอลลีวู้ดขยันสร้างกันมาก แม้จะเป็นหนังที่ใช้ทุนสูงในการสร้างภาพระเบิดและทำลายพาหนะ ทำลายสิ่งก่อสร้างให้ได้สมจริง รวมถึงทุนในการทำสเปเชี่ยลเอฟเฟกต์ แต่นับถึงวันนี้ฮอลลีวู้ดก็สร้างออกมาแล้วหลายร้อยเรื่อง ในบทความนี้ได้รวบรวมหนังสงครามจากหลายสมรภูมิทั้งสงครามเวียดนาม สงครามตะวันออกกลาง สงครามโลกครั้งที่ 2 โดยคัดที่ว่ายอดเยี่ยมขึ้นหิ้งหนังอมตะ และไม่ควรพลาดมาได้ 15 ชื่อ เผื่อว่าใครได้ไปดู Dunkirk แล้วยังประทับใจ อารมณ์ค้างอยากจะหาหนังสงครามดี ๆ มาดูให้อารมณ์ต่อเนื่องและลองเปรียบเทียบงานกับของผู้กำกับรุ่นเก่า ๆ ดูซิ ดูหนังออนไลน์

We Were Soldier ตลอดชีวิตการแสดงที่ยาวนานของเมล กิ๊บสัน หนึ่งในผลงานที่น่าจดจำของเขาก็คือบทผู้พันฮาล มัวร์ จาก We Were Soldier เนี่ยแหละ หนังสร้างจากหนังสือที่เขียนโดยตัวผู้พันฮาลเอง “We Were Soldiers Once… And Young” หนังและหนังสือเล่าภารกิจสุดหินของผู้พันฮาลที่ต้องเคลื่อนทัพจากเครื่องบินไปสู่หุบเขา”ลาดรัง” และต้องเผชิญหน้ากับกองทหารเวียดกง หนังนำเสนอความโหดร้ายของสงครามผ่านภาพที่สยอดสยองน่ากลัว ที่เกิดจากการประทะกันทั้งสองฝ่าย หนังยังนำเสนออีกมุมมองผ่านสายตาของโจ กัลลาเวย์ ช่างภาพสงคราม ที่เห็นสภาพความเสียเปรียบของทหารอเมริกันที่ไม่มีความพร้อมกับการรบในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ และส่งผลให้เกิดการสูญเสียชีวิตทหารจำนวนมาก

 

LETTERS FROM IWO JIMA (2006) ผู้กำกับ : คลินต์ อีสต์วู้ด
นักแสดง : เคน วาตานาเบ้ , คาซูนาริ นิโนมิยะ , ซึโยชิ อิฮาร่า
หนึ่งในสองหนังแพคคู่ของผู้กำกับคลินต์ อีสต์วู้ด ที่สร้างหนัง 2 เรื่อง 2 มุมมอง ที่พูดถึงเหตุการโจมตี”อิโวจิม่า” เรื่องแรกคือ “Flags of our Fathers” ที่ดัดแปลงมาจากนิยายชื่อเดียวกัน แต่หนังก็ล้มคว่ำทางด้าน แต่กับ LETTERS FROM IWO JIMA ที่เล่ามุมมองจากทางฝั่งทหารญี่ปุ่น หนังใช้ทุนสร้างน้อยกว่าหลายเท่าแต่กับทำเงินนอกอเมริกาได้ดี ได้กำไรมากกว่า

หนังเล่าเรื่องผ่านตัวพลทหารไซโกะ หนึ่งในทหารผู้ประจำการอยู่บนเกาะอิโวจิม่า และ นายพลคูริบายาชิ ผู้วางแผนรับมือการจู่โจมจากทหารอเมริกัน หนังใช้เวลาทั้งเรื่องเล่าเหตุการณ์อยู่บนเกาะอิโวจิม่าเพียงอย่างเดียว บทหนักตกไปอยู่ที่ เคน วาตานาเบ้ ผู้รับบทเป็น นายพลคูริบายาชิ เป็นนายพลที่มั่นใจว่าตนเองรู้ทันกลยุทธของฝ่ายอเมริกันเพราะเคยใช้ชีวิตอยู่ที่นั่น หนังค่อนข้างเล่าเรื่องแบบให้เกียรติทหารฝ่ายญี่ปุ่น ไม่ได้ทำให้ภาพของทหารญี่ปุ่นเป็นตัวร้ายเหมือนในหนังสงครามเรื่องอื่น ๆ แต่ให้มองว่าเขาก็รักและทำหน้าที่ปกป้องมาตุภูมิเช่นเดียวกับทหารอเมริกัน

 

THE GREAT ESCAPE (1963)

ผู้กำกับ : จอห์น สเตอร์เจส
นักแสดง : สตีฟ แม็คควีน , เจมส์ การ์เนอร์ , ริชาร์ด แอทเธนเบอร์เรอห์ , ชาร์ล บรอนสัน
หนังรวมดาราแถวหน้าในยุคนั้น ที่มีสตีฟ แม็คควีน ที่ดังสุดในบทนำ เป็นหนึ่งในนักโทษฝ่ายสัมพันธมิตรที่ถูกจับไปขังไว้ในค่ายเชลย Stalag Luft III เป็นค่ายที่ขึ้นชื่อว่าออกแบบมาดีที่สุด เพราะรวบรวมเหตุการณ์ผิดพลาดที่เป็นเหตุให้นักโทษหลบหนีมาจากทุกค่ายมาดัดแปลงแก้ไข จนมั่นใจว่าจะไม่มีนักโทษคนไหนสามารถหลบหนีจากค่ายนี้ได้อีก ส่งผลให้ถึงวีกรรมสำคัญตามชื่อเรื่องนั่นแหละ คือการวางแผนหลบหนีครั้งใหญ่ที่สามารถแหกค่ายออกไปได้ถึง 76 คน แม้จะเป็นหนังสงคราม มีฉากยิงกันตาย แต่โดยรวมก็ยังถ่ายทอดมาในอารมณ์เบา ๆ ไม่เครียดเกินไปนัก มีมุกขำขันพอประมาณ และยังมีตัวละครจิตใจดี ๆ ทางฝั่งเยอรมันให้ได้เห็น

 

THE HURT LOCKER (2008)

ผู้กำกับ : แคทธรีน บิเกโลว์
นักแสดง : เจเรมี เรนเนอร์ , แอนโธนี แมคกี , กาย เพียซ
หนึ่งในหนังสงครามที่ประสบความสำเร็จมากสุดในยุคหลังนี้ เพราะกวาดไปถึง 6 รางวัลออสการ์ ผลงานของผู้กำกับหญิงเหล็ก แคทธรีน บิเกโลว์ ที่เล่าถึงวีรกรรมของหน่วยกู้ระเบิดในสงครามอิรัก และเป็นหนังแจ้งเกิด เจเรมี เรนเนอร์ ในบทวิลเลียม เจมส์ ทหารหน่วยกู้ระเบิด ที่ถูกส่งมาแทนคนก่อนหน้าที่ตายในระหว่างปฏิบัติหน้าที่ หนังตามติดการทำงานของเจมส์ ที่ชอบลองผิดลองถูก และมีเทคนิคใหม่มาเล่นในระหว่างกู้ระเบิดที่ทำเอาเพื่อนร่วมทีมอกสั่นขวัญแขวนกันอยู่บ่อย ๆ

แม้เจเรมี เรนเนอร์ ได้รับเสนอชื่อในบทนำยอดเยี่ยมแม้จะพลาดไป แต่ผลงานการแสดงในเรื่องนี้ของเขาก็น่าจดจำ ถ่ายทอดความรู้สึกตึงเครียดและหวาดระแวงในระหว่างการทำงานออกมาให้ผู้ชมได้รู้สึกตามไปด้วย บทวิลเลียม เจมส์ เป็นตัวแทนของทหารผู้ประสบปัญหาชีวิต กับโรคที่ยึดติดอยู่กับสงคราม เมื่อกลับมาบ้านก็ไม่สามารถใช้ชีวิตกับสังคมปกติได้ ก็นับเป็นอีกสารสำคัญที่ส่งให้ Hurt Locker เป็นหนังสงครามยอดเยี่ยมอีกเรื่อง

 

THE BRIDGE ON THE RIVER KWAI (1957)

ผู้กำกับ : เดวิด ลีน
นักแสดง : วิลเลียม โฮลเด็น , อเล็ค กินเนส , แจ๊ค ฮอว์กกินส์
หนังเล่าเรื่องเหล่านักโทษในค่ายเชลยที่ถูกทหารญี่ปุ่นจับมาคุมขังไว้ที่กาญจนบุรี และใช้แรงงานนักโทษในการสร้างสะพานข้ามแม่้น้ำแคว เพื่อลำเลียงเสบียงคลังมากจากพม่า อเล็คกินเนส มารับบทพันโทนิโคลสัน เป็นหัวหน้าของเหล่านักโทษที่ยึดมั่นในศักดิ์ศรีนายทหารไม่ยอมลงมือทำงานแรงงานแต่ยอมโดนคุมขังแทน จนกระทั่งกำหนดเสร็จของการสร้างสะพานใกล้ถึงเส้นตาย ผู้พันไซโตะหัวหน้าผู้คุมจึงต้องยอมอ่อนข้อให้นิโคลสันมาเป็นผู้ควบคุมงานเอง กลับกลายเป็นว่านิโคลสันมุ่งมั่นสร้างสะพานให้สำเร็จเพื่อพิสูจน์ศักดิ์ศรีตนเองจนลืมไปว่าเขากำลังสร้างสะพานให้พวกญี่ปุ่นอยู่ และที่นิโคลสันไม่รู้ก็คือทหารที่หนีค่ายออกไปได้ กำลังนำทัพคอมมานโดมาระเบิดสะพานทิ้งเสีย หนังประสบความสำเร็จอย่างสูงบนเวทีออสการ์ คว้าไปถึง 7 รางวัล ซึ่งรวมถึงดารานำชายยอดเยี่ยมของ อเล็ค กินเนส ที่ส่งให้เขาได้รับบท โอบีวัน เคโนบี ในStar wars อีก 1 ตัวละครอมตะของโลกภาพยนตร์

 

The Thin Red Line (1998) ผู้กำกับ : เทอเรนซ์ มาลิค
นักแสดง : จิม คาวีเซล , ฌอน เพนน์ , นิค โนลตี้ , จอร์จ คลูนีย์ , จอห์น ทราโวลต้า , วูดดี้ ฮาเรลสัน
อีกหนึ่งผลงานของผู้กำกับทำหนังดูยาก เทอเรนซ์ มาลิค ที่หนังสงครามเรื่องนี้ของเขาออกตามหลัง Saving Private Ryan เพียงไม่กี่เดือน และได้ดาราชายแถวหน้ายุคนั้นมาร่วมจอกันมากหน้า แต่บทสำคัญตกเป็นของจิม คาวีเซล ในบทพลทหารวิตต์ ที่หนีทหารมาใช้ชีวิตเพลิดเพลินอยู่ในหมู่บ้านชาวเกาะ แต่ก็โดนเหล่าทหารอเมริกันมาลากตัวกลับไปเข้าสนามรบที่กัวดาคานาล ฟิลิปปินส์ เพื่อยึดเนินเขา 210 ที่เป็นยุทธภูมิสำคัญของทหารญี่ปุ่น งานของมาลิคมักจะโดดเด่นในเรื่องการถ่ายทอดรายละเอียดเนื้อหาลงบนแผ่นฟิล์ม และโดยเฉพาะในเรื่องนี้มาลิคก็สามารถถ่ายทอดความรู้สึกถึงความอันตรายรอบตัวจากสงครามท่ามกลางคาบสมุทรแปซิฟิคแห่งนี้ให้สัมผัสได้ ฉากสงครามนำเสนอความเชี่ยวชาญในการรบของทหารญี่ปุ่น ขณะเดียวกันก็ตั้งคำถามผ่านตัวละครของพลหทารวิตต์ ว่าชีวตทหารรายหนึ่งมีค่าน้อยนิดเพียงใดกับการต้องมาสละชีวิตในสมรภูมิแห่งนี้

 

Glory (1989)

ผู้กำกับ : เอ็ดเวิร์ด ชวิก
นักแสดง: เดนเซล วอชิงตัน , แมทธิว บรอเดอริค , มอร์แกน ฟรีแมน
สงครามกลางเมืองอเมริกาเป็นจุดมืดมนในประวัติศาสตร์ชาติอเมริกา ที่ถูกหยิบมาทำเป็นหนังไม่บ่อยนัก ซึ่งหนึ่งในนั้นก็มีGlory ผลงานของผู้กำกับ เอ็ดเวิร์ด ชวิก นี่ล่ะที่น่าพูดถึง หนังเล่าเรื่องกองทหารผิวดำกองแรกในประวัติศาสตร์ที่ถูกตั้งขึ้นโดยกองทัพฝ่ายเหนือ กองทหารผิวดำถูกส่งมาประจำการที่ฟอร์ตแวกเนอร์ ซึ่งชวิกก็จัดเต็มกับภาพความโหดร้ายของสงครามให้ผู้ชมได้สัมผัสถึงความทุกข์ยากที่ทหารกองนี้ต้องเผชิญ ไม่ว่าจะทั้งการฝึก การรบจริง แม้กระทั่งการถูกเหยียดผิวจากผู้บังคับบัญชา ในเรื่องนี้เดนเซล วอชิงตัน รับบทเป็นพลทหารทริป ผู้ไม่มีความไว้เนื้อเชื่อใจทหารผิวขาวเขาฝากการแสดงที่โดดเด่น จนคว้าออสการ์ตัวแรกในชีวิตการแสดงกับรางวัลสมทบชายยอดเยี่ยม ซึ่งการแสดงของเดนเซล สัมฤทธิ์ผลในการสื่อ”สาร”สำคัญของเรื่องถึงวีรกรรมของกองทหารผิวสีที่มีส่วนในชัยชนะของกองกำลังฝ่ายเหนือ และเกียรติภูมิของชายชาติทหารก็ไม่จำเป็นที่จะต้องจำกัดไว้เฉพาะแค่คนผิวขาวเท่านั้น