หนัง The Prestige ในมุมเล็กๆ ของแฟนหนังโนแลน moviefree8k

ทั้งชีวิตเคยดู หนัง มายากลมาแค่เรื่องเดียวคือ Now you see me ซึ่งก็รู้สึกอัศจรรย์ใจ ทึ่งไปหมด สนุกมากๆ คราวนี้ได้ยินคำกล่าวขานถึง The prestige มาเยอะว่าเป็นสุดยอดหนังมายากลในตำนาน ปรากฏว่าคนละฟีลกับ Now you see me เลยนะ ไม่เหมือนกันเลย เรื่องแรกจะเน้นความอลังการงานสร้างของกล การหลอกซ้ำหลอกซ้อน บู๊แหลก บลาๆๆ แต่เรื่องที่สองมีความเป็นหนังชีวิตกว่า จะว่าเรียลก็ไม่เต็มปากเต็มคำ แต่ที่แน่ๆคือสนุกไม่แพ้เรื่องไหนแน่นอน

เรื่องย่อ

หนัง ภาพยนตร์เปิดมาด้วยฉากการตายของ Angier นักมายากลชื่อดังแห่งยุค โดยมี Borden นักมายากลคู่แข่งของเขาเป็นพยานรู้เห็น และถูกจับขึ้นศาลเพราะเชื่อกันว่าเป็นฆาตกร ไม่ใช่แค่ Borden อยู่ในสถานที่เกิดเหตุ แต่ยังเป็นเพราะ Borden อดีตนักมายากลร่วมสำนักกับ Angier นั้น เคยมีเรื่องบาดหมางใจกันมาก่อน เพราะความหมกมุ่นกับการคิดค้นทริคมายากลใหม่ๆ

ของเขาเป็นสาเหตุให้คนรักของ Angier ต้องตายระหว่างการแสดงบนเวที เหตุการณ์ดั่งชนวนระหว่างการแข่งขันกันเองของทั้งคู่ ต่างฝ่ายต่างต้องการจะเป็นนักมายากลที่เก่งกาจที่สุด โดยพยายามเหยียบอีกฝ่ายจมดินไปพร้อมๆกัน ไม่ว่าจะเป็นการแฉทริค การทำลายการแสดง การเล่นสกปรกเพื่อให้มาซึ่งความลับของคู่แข่ง ฯลฯ ไม่ใช่เพียงการฝึกแสดงมายากลที่ยากขึ้นเรื่อยๆ แต่เรื่องราวก็ขมวดปมซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆเช่นกัน จนสุดท้ายทางออกที่เหลือก็เจ็บปวดกับทุกๆฝ่าย

ตัวละคร

ให้คะแนนเต็ม คือไม่มีที่ติ ไม่ว่าจะเป็น Angier หรือ Borden ล้วนก็มีลักษณะนิสัยที่ชัดเจน เต็มไปด้วยความทะเยอทะยานและจิตวิญญาณของนักมายากล รวมถึงปมแค้นระหว่างทั้งสองก็สมเหตุสมผล ยิ่งเหตุการณ์ดำเนินไป ความเป็นคู่อริของทั้งคู่ก็ยิ่งเข้าใจได้ เพราะพฤติกรรมต่างๆล้วนวางฐานอยู่บนสิ่งที่หนังอธิบายคนดูกลายๆอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นความรักที่พวกเขามีต่อมายากล ความรักที่ข้องเกี่ยวกับผู้ช่วยสาวที่ไม่สามารถยอมแพ้กันได้ หรือแม้แต่ตัวละครอื่นๆที่มีส่วนช่วย เช่น ฟาลลอนหรือคัตเตอร์ ก็ยังมีมิติ มีความคิดเป็นของตัวละคร ไม่ใช่สักแต่จะแสดงตามบทบาท ทุกอย่างสมจริงสมจัง ไหลลื่น และมีความสลับซับซ้อนในแง่ของจิตใจตัวละคร ไม่ต่างจากกลสารพัดที่ได้เห็นเลย ดูหนังออนไลน์ฟรี

ส่วนตัวแล้วชอบฉากแลกไดอารี่กันมาก (รู้น่ะว่าไม่ได้แลก เป็นการแย่งชิงยื่นเงื่อนไขโกลาหลวุ่นวาย) นั่นเป็น Point ในการดำเนินเรื่องที่โคตรเจ๋ง ค่อยๆสลับมุมมองผู้เล่าเรื่องอย่างนิ่มนวล เป็นธรรมชาติ แถมยังแอบสอดแทรกคาแรกเตอร์ที่ต่างฝ่ายต่างเปลี่ยนไปตามผู้เล่าเรื่องด้วย

ในด้านการแสดงเองก็ทำให้เราอิ๊นนนนนนนอินโดยเฉพาะ Borden รู้สึกกรี๊ดเป็นพิเศษ เราเป็นโอลิเวียก็หลงรักอะ เค้าน่ารักจัง ;__; แถมเรายังแยกออกระหว่าง Borden กับฟาลลอนด้วยเห้ย! เราว่าเขามีความแตกต่างกันเบาๆ อ้อ อีกจุดที่ต้องชื่นชมคือตัวละครเรื่องนี้สีเทาอึมครึม ไม่มีใครดี ไม่มีใครเลว ทุกคนต่างเป็นทาสของความทะเยอทะยานและความผูกใจเจ็บเคียดแค้น

พล็อต
การวางบทที่ระดับปรมาจารย์ คือวางได้แยบคายมาก ไดอะล็อกเท่ การดำเนินเรื่องสามารถทำให้ระยะเวลาหลายปีจบลงได้โดยไม่อืดหรือกระชับจนเกินไป ไม่คิดว่าเข้าใจยากด้วย กลต่างๆมีการอธิบายในตัวมัน เหมาะกับคนที่สมองคิดไม่ค่อยทันอย่างเรา และไม่เว่อร์วังอลังการเท่า Now you see me สมกับที่แบ่งโฟกัสไปยังโทนดราม่าบ้าง ซีนอารมณ์บ้าง จะแตกต่างจาก Now you see me ที่โฟกัสแอคชั่นอย่างเห็นได้ชัด

จะมีช่วงที่เราหลุดสมาธิไป คือ เกี่ยวกับเครื่องจักรตัวปัญหาที่เทสล่าประดิษฐ์ ทำให้ตอนจบพีคเกินกว่าที่ควรจะเป็น เราไม่ได้สังเกตแต่ละฉากละเอียดดีเองแหละ orz ทำให้ได้รู้ว่าผู้เขียนบท ผู้กำกับ ใครก็แล้วแต่ หย่อนปมปลีกย่อยระหว่างทางเต็มไปหมด ถ้าดูประมาณสองรอบคงจะได้ขบคิดเยอะมากๆ

สุดท้ายนี้ ชอบฉากจบไม่ไหวแล้ว พีคในพีค แม้จะเดาได้รางๆแหละว่าฟาลลอนน่าจะมีบทบาทซัมติง แต่คิดไม่ถึงในประเด็นการตายของ Angier มากกว่า หรืออย่างวิธีที่ Borden ทำทำให้สามารถเล่นกลมนุษย์สลับที่ได้ สรุปแล้วคือเรื่องนี้มีดีที่พล็อต สนุก ครบรส สมเหตุสมผล ถ้ามีข้อเสียบ้างก็คงถูกความลื่นไหลของบทกลบไปหมดแล้ว

ฉาก

ไม่ใช่หนังใหม่มาก แต่ไม่ได้ทำให้รู้สึกตะขิดตะขวงใจเหมือนดูหนังเก่า ถ้าเทียบกัน อย่าง Visual effects นี่เราว่าดีกว่าหนังในยุค 2006 มากแล้ว มุมกล้องก็ดี รู้สึกว่าซื่อสัตย์ผิดกับหนังมายากลมากๆ เพราะว่ามุมกล้องไม่ได้ปิดบังอะไรเราเลย แค่ทำให้เรา ‘รู้ไม่หมด’ เหมือนเวลาที่นักมายากลแสดงบนเวทีเบอร์นั้นเลย

ภาพรวม

I just have to watch it ;-; I would have guessed that this was another favorite as soon as I finished watching it. because all the time watching is very exciting It’s such a magic movie that hits all the problems and gets all excited. even though it didn’t break any crazy corners But with the climb to the climax until the knot unravels The movie is really well done. It’s a movie worth watching no matter what genre you like. Because we ourselves are not particularly fond of this genre. But I have a good feeling for director Christopher Nolan because of The prestige. The movie is really influential. So the most powerful thing is magic, science, or people’s endless obsession?

P.S. Sorry that this review is very sloppy, sleepy. It’s been a week since I finished watching it. I just got a beat to write orz.

9/10 คะแนนหนึ่งในไม่กี่เรื่องที่ให้คะแนนสูงเท่านี้ ลำเอียงมะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *