อันดับหนัง ที่มีคนค้นข้อมูลมากที่สุดใน IMDb ปี 2021 – หนังใหม่

The Hobbit: The Desolation of Smaug
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก The Hobbit

อันดับหนัง The Hobbit : The Desolation of Smaug เป็นการผจญภัยของตัวละครนำ บิลโบ แบ๊กกินส์ ที่ต่อเนื่องมาจากเมื่อครั้งที่เขาเดินทางร่วมกับพ่อมดแกนดัล์ฟและคนแคระทั้ง 13 คนที่นำโดย ธอริน โอเคนชีล์ด เพื่อภารกิจครั้งยิ่งใหญ่ของการทวงคืนหุบเขาเดียวดายและอาณาจักรเอเรบอร์ของคนแคระที่สูญหายไป

หลังจากรอดพ้นมาได้เมื่อตอนเริ่มต้นอย่างสุดคาดคิด เหล่าคณะยังคงมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ระหว่างทางได้พบกับโบออนผู้เปลี่ยนผิวได้และฝูงแมงมุมยักษ์ในป่าเมิร์กวูดที่อันตราย หลังหลบหนีจากการถูกเอล์ฟป่าที่อันตรายจับตัวไว้ พวกคนแคระเดินทางไปยัง Lake-town จนพบกับหุบเขาเดียวดายที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความอันตรายที่โหดร้ายมากที่สุดอย่างมังกรสมอว์ก ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวกว่าสิ่งอื่นใด มันไม่ได้มาทดสอบความกล้าหาญที่อยู่ในตัวพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิตรภาพของพวกเขาและไหวพริบแห่งการผจญภัยอีกด้วย

100 อันดับหนังที่มีคนค้นข้อมูลมากที่สุดใน IMDb ปี 2013

The Wolf of Wall Street คนจะรวย ช่วยไม่ได้
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก The Wolf of Wall Street

อันดับหนัง The Wolf of Wall Street ว่าด้วยเรื่องราวของ จอร์แดน เบลฟอร์ รับบทโดย ลีโอนาร์โด ดิคาปริโอ โบรกเกอร์ชาวนิวยอร์ก ปฏิเสธที่จะมีส่วนร่วมในแผนฉ้อโกงครั้งใหญ่ ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับบริษัท Wall Street ธนาคารแห่งใหญ่ของโลกที่มีเครือข่ายอยู่ทั่วทุกที่

โดยหนังดัดแปลงมาจากบันทึกส่วนตัวของอดีตโบรกเกอร์ชื่อดัง จอร์แดน เบลฟอร์ ในช่วงชีวิตตั้งแต่จุดสูงสุดไปจนถึงจุดตกต่ำของเขา ช่วงปี 1980 ซึ่งเราจะได้เห็นทั้งชีวิตการทำงานที่ต้องบริหารเรื่องการเงิน และไลฟ์สไตล์ส่วนตัวที่เต็มไปด้วยปาร์ตี้แสงสีวุ่นวายของเขา

100 อันดับหนังที่มีคนค้นข้อมูลมากที่สุดใน IMDb ปี 2013

American Hustle โกงกระฉ่อนโลก
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊กAmerican Hustle

อันดับหนัง ว่าด้วยเรื่องของนักต้มตุ๋น ไอร์ฟวิง โรเซนเฟลด์ และ ซิดนีย์ พอสเซอร์ ผู้เป็นทั้งชู้รักและคู่หูของเขา ที่ต้องมาทำงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อจับตัวนักต้มตุ๋นคนอื่น ๆ รวมไปถึงนักการเมืองผู้ทรงอิทธิพล จนกระทั่งโรซาลีนภรรยาของไอร์ฟวิงเป็นผู้ที่นำความเสี่ยงมาให้ และเธออาจเป็นตัวการทำให้ภารกิจนี้ล้มเหลว จนเกิดความปั่นป่วนไปทั่วโลกเลยทีเดียว

url9-419x600

Frozen ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ

เดือนหน้านี้… ชาวไทยเตรียมฉลองวันพ่อแห่งชาติกับอนิเมชั่นเรื่องเยี่ยมจากค่ายวอลท์ ดิสนีย์ แอนิเมชั่น สตูดิโอส์ ที่มาในแนวผจญภัยแฟนตาซีสุดอลังการและการันตีผลงานจากผู้สร้าง “ราพันเซล” ที่ครองใจแฟนพันธุ์แท้ค่ายดิสนี่ย์อย่างล้นหลาม การกลับมาในครั้งนี้ถือว่าอลังการงานสร้างและน่าติดตามไม่แพ้เรื่องอื่นๆเลยทีเดียว

“Frozen” ผจญภัยแดนคำสาปราชินีหิมะ เป็นเรื่องราวของ “เอลซ่า” ว่าที่ราชินีของอาณาจักรผู้มีพลังอำนาจแห่งหิมะ สามารถเยือกแข็งทุกสิ่งได้ ทว่าความหวาดกลัวในพลังนั้นทำให้เอลซ่าเก็บเงียบเอาไว้ตลอดมาด้วยความเจ็บปวด จนกระทั่งความจริงถูกเปิดเผยต่อหน้าประชาชนในอาณาจักร เอลซ่าซึ่งถูกตราหน้าว่าเป็นแม่มดจึงได้หนีหายไป ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมาอาณาจักรแอเรนเดลล์ก็ต้องตกอยู่ภายใต้คำสาปหิมะอันเยือกเย็นและโหดร้ายตลอดกาล

“แอนนา” สาวน้อยช่างฝัน น้องสาวของเอลซ่า จึงได้มีความพยายามที่จะพาเอลซ่ากลับมาเพื่อแก้ไขทุกอย่างให้กลับมาเป็นเหมือนเดิม เธอจึงร่วมมือกับ “คริสตอฟ” มนุษย์ภูเขาผู้กล้าหาญ และ “โอลาฟ” ตุ๊กตาหิมะตัวป้อมพูดได้ซึ่งถูกสร้างโดยเอลซ่า ทั้งสามร่วมผจญภัยในการเดินทางครั้งยิ่งใหญ่เพื่อที่จะตามหา “ราชินีหิมะ” และยุติคำสาปน้ำแข็งอันหนาวเหน็บที่ปกคลุมอาณาจักรแห่งนี้มาอย่างยาวนาน

การผจญภัยสุดหฤโหดภายใต้สภาวะอากาศอันโหดร้ายดั่งเทือกเขาเอเวอร์เรส การเผชิญหน้ากับสัตว์ในตำนานและมนตราในทุกย่างก้าว แอนนาและคริสตอฟต้องฝ่าฝันและเอาชนะทุกอย่างที่มาขัดขวางการปกป้องอาณาจักรจากการล่มสลาย และพาเอลซ่ากลับมาให้ได้

The Hunger Games: Catching Fire เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์

The Hunger Games: Catching Fire เกมล่าเกม 2 แคชชิ่งไฟเออร์

อีกขั้นแห่งการต่อสู้อันดุเดือด อีกระดับของภารกิจครั้งยิ่งใหญ่ อีกทางเลือกที่เธอต้องตัดสินด้วยหัวใจ อีกครั้งของเกมเดียวที่ทั้งโลกตั้งตารอ… “เกมล่าชีวิต” ปรากฏการณ์ภาพยนตร์ครั้งใหม่แห่งทศวรรษ กลับมาพร้อมความเข้มข้นไปอีกขั้น สมการรอคอยของผู้ชมทั้งโลกใน The Hunger Games : The Catching Fire ที่ครั้งนี้ได้ ฟรานซิส ลอว์เรนซ์ ผู้กำกับ I Am Legend และ Constantine เข้ามาถ่ายทอดเรื่องราวของเกมล่าชีวิตที่จะลุกเป็นไฟ

Catching Fire เริ่มต้นเมื่อ แคทนิส (เจนนิเฟอร์ ลอว์เรนซ์) และ พีตา (จอช ฮัทเชอร์สัน) เดินทางกลับสู่เขต 12 ในฐานะผู้ชนะเกมล่าชีวิตครั้งที่ 74 อย่างไรก็ตามประธานาธิบดีสโนว์ ที่พบว่าถูกกลุ่มคนเล็ก ๆ ท้าทายอำนาจ ตัดสินใจที่จะจัดเกมล่าชีวิตครั้งที่ 75 ด้วยการนำอดีตผู้ชนะจากทั้ง 12 เขตมาต่อสู้กัน ซึ่งก็รวมถึงสองตัวแทนคนสำคัญ ฟินนิก โอแดร์ (แซม คาฟลิน) และ โจแฮนน่า เมสัน (จีน่า มาโลน) ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้เอง ก็กลายเป็นชนวนครั้งสำคัญที่จะเปลี่ยนแปลงพาเน็มไปตลอดกาล!!!

Anchorman 2: The Legend Continues แองเคอร์แมน 2 ขำข้นคนข่าว Anchorman 2

Anchorman 2 : The Legend Continues

ข่าวสั้นทันโลก
หมื่นทิพเชื่อ! คนที่ชอบหนัง Anchorman ภาคแรกจะสนุกไปกับภาค 2 ได้ไม่ยาก

เรื่องเล่าเช้านี้
รอน เบอร์กันดี (Will Ferrell) นักข่าวระดับตำนานโดนเขี่ยออกจากสถานีเก่า ทำให้เขาต้องรวมทีมเพื่อนนักข่าวก๊วนเดิมไปสร้างชื่อยังสำนักข่าวแถวหน้าอย่าง GNN แล้วกลยุทธ์ในการทำข่าวให้ได้เรตติ้งของพวกเขาจะเป็นเช่นไร เราลองมาติดตามกันนะครับ

เรื่องเด่นเย็นนี้
+ ดาราจากภาคแรกยังขบวนกันมาฮาครบทีม ไม่ว่าจะ Ferrell, Paul Rudd, David Koechner, Christina Applegate และที่ลืมไม่ได้คือสุดยอดแห่งความบ้าอย่าง Steve Carell ที่แค่ฉากเปิดตัวก็เล่นเอาขำกลิ้งแล้ว
+ ดารารับเชิญในเรื่องมีอีกเพียบ โดยเฉพาะฉากเด็ดแบบภาคแรก (เมื่อนักข่าวแต่ละทีมมา “ปะฉะดะ” กัน) ภาคนี้ก็มี บ้าหนักกว่า และดาราที่มาแจมก็สุดติ่งกว่าเดิมด้วย!
+ ด้านความฮาถือว่ามาแนวเดียวกับภาคแรก ดังนั้นถ้าท่านดูแล้วเฉย ภาคนี้ก็อาจเฉยตาม แต่หากสนุกกับภาคแรก ฮาในความเพี้ยนความบ้าของรอนกับพรรคพวกแล้ว ภาคนี้ก็น่าจะตอบสนองความขำได้ไม่น้อยหน้า (แต่อาจน้อยกว่าภาคแรกเล็กน้อย หากเทียบโดยมวลรวม)

สรุปข่าวประจำวัน
ถือเป็นหนังฮาที่ดูสนุกกว่าที่คิด เพราะไม่กล้าคาดหวังว่าภาคต่อจะทำได้โอเคเท่าภาคแรกหรือไม่ แต่ผลที่ได้รับว่าน่าพอใจ ยังคงดูเพลิน ดูคลายเครียดได้ แต่ก็อย่างที่บอกครับว่าข้อแม้สำคัญคือต้องชอบมุขตลกแบบภาคแรก ประเภทมุขย้อนยุคกัดวงการข่าว มุขกัดสงคมอเมริกัน มุขเสี่ยวนิดๆ และมุขบ้าๆ ตามสไตล์ Ferrell และผองเพื่อน

100 อันดับหนังที่มีคนค้นข้อมูลมากที่สุดใน IMDb ปี 2013

Saving Mr. Banks สุภาพบุรุษนักฝัน
ขอขอบคุณภาพประกอบจาก เฟซบุ๊ก Saving Mr. Banks

อันดับหนัง ย้อนกลับไปเมื่อปี 1964 Disney ได้สร้างภาพยนตร์จากหนังสือที่เต็มเปี่ยมไปด้วยจินตนาการเล่มหนึ่งขึ้นมาโลดแล่นบนจอภาพยนตร์ โดยมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับพี่เลี้ยงเด็กที่ดูแปลกเสียจนน่าตกใจ ซึ่งมาพร้อมกับมนตร์วิเศษ ทำให้เรื่องที่ควรเป็นไปไม่ได้กลับเป็นไปได้ ก่อนจะจากไปพร้อมสายลมอย่างลึกลับไม่ต่างจากตอนที่เธอมา

เชื่อว่าหลายคนคงรู้จักเรื่องนี้กันดี หรืออย่างน้อยก็คงเคยได้ยินผ่านหูกันมาบ้าง และตอนแรกที่ วอลท์ ดิสนีย์ (Walt Disney) คิดจะสร้างนิยายเรื่องนี้ขึ้นมา เป็นหนังก็เพราะคำสัญญาที่ให้ไว้กับลูก ๆ ของเขานี่แหละ แต่เขาไม่เคยรู้เลยว่า กว่าจะทำคำสัญญาให้เป็นจริงได้ กลับใช้เวลาเกือบ 20 ปีเลยทีเดียว

ด้วยความที่ พี แอล เทรเวอร์ส (P.L. Travers) เจ้าของหนังสือเล่มนี้ ไม่ได้อยากให้งานเขียนของตัวเองกลายเป็นภาพยนตร์เลยสักนิด แต่เมื่อคนเริ่มหยุดซื้อหนังสือและเงินทองร่อยหรอ เธอจึงตัดสินใจมาที่ลอสแอนเจลิส สหรัฐอเมริกา เพื่อฟังข้อเสนอของ วอลท์ ดิสนีย์ ดูสักที

ทำให้เขาพยายามอย่างเต็มที่เพื่อโน้มน้าวเธอให้เปลี่ยนใจยอมรับข้อเสนอ ไม่ว่าจะโชว์สตอรี่บอร์ดให้เธอดู หรือเล่นเพลงประกอบที่แต่งโดยพี่น้องเชอร์ แมนให้ฟัง อย่างไรก็ตาม เธอกลับไม่มีทีท่าสนใจมันสักนิด จน วอลท์ ดิสนีย์ เกือบจะถอดใจยอมแพ้ซะแล้ว กระทั่งเขาเกิดระลึกถึงวัยเด็กของตัวเองขึ้นมาได้ และเข้าใจทันทีว่าอะไรคือสิ่งที่กวนใจนักเขียนสาวอยู่ ทั้งคู่จึงได้ทำงานร่วมกันในที่สุด

The Secret Life of Walter Mitty ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้ เรื่องย่อ

เรื่องย่อ ชีวิตพิศวงของวอลเตอร์ มิตตี้
(The Secret Life of Walter Mitty)

วอลเตอร์ มิตตี้ ที่ว่านี้เป็นคนช่างฝันรุ่นใหม่ เขาเป็นผู้ลำดับภาพนิ่งให้กับนิตยสาร ใช้วิธีผ่อนคลายจิตใจจากชีวิตที่จำเจด้วยการหายตัวไปอยู่ในโลกแห่งจินตนาการสุดตื่นเต้นอย่างเป็นผู้กล้าที่มีความมั่นใจ มีความรักที่ชวนหลงใหล และได้รับชัยชนะจากอุปสรรคขวากหนามต่าง ๆ แต่เมื่อ วอลเตอร์ และ เพื่อนร่วมงาน เชอริล เมลฮอฟฟ์ ที่เขาแอบชื่นชอบต้องตกในที่นั่งลำบากเพราะการตกงาน วอลเตอร์ ต้องลงมือทำสิ่งที่คาดไม่ถึงอย่างการเดินทางรอบโลกให้ยิ่งใหญ่อลังการเกินกว่าที่เขาจะนึกภาพจินตนาการได้

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

อันดับหนัง ที่มีคนค้นข้อมูลมากที่สุดใน movie24h ปี 2021 – หนังใหม่

The Shawshank Redemption (1994)

อันดับหนัง สร้างจากนวนิยายของเจ้าพ่อนิยายสยองขวัญอย่าง สตีเวน คิง ที่ว่าด้วยเรื่องราวของ แอนดี้ นายธนาคารที่โดนจับข้อหาฆาตกรรมภรรยา และชู้รักของเธอ ทำให้เขาต้องถูกคุมขังอยู่ที่เรือนจำชอว์แชงก์ ซึ่งที่นั่นเขาก็ได้พบกับ เรด ชายผิวสีที่อยู่ในเรือนจำแห่งนี้มานานหลายสิบปี ที่ภายหลังทั้งคู่ได้กลายเป็นเพื่อนสนิทกัน พร้อม]bทั้ง แอนดี้ก็ได้พบกับมิตรภาพมากมายของเพื่อนนักโทษ ที่เขาไม่ได้สัมผัสจากโลกภายนอก

หนึ่งในสุดยอดหนังดราม่า ที่แม้จะผ่านมานานกว่า 20 ปี แต่หลาย ๆ ฉากของหนังเรื่องนี้ก็ยังเป็นที่พูดถึง และตราตรึงต่อนักดูหนังหน้าเก่า หน้าใหม่ โดยเฉพาะประเด็นเรื่องมิตรภาพ และความหวังที่หนังถ่ายทอดออกมาได้ดีมาก ๆ ทำให้ไม่น่าแปลกที่หนังเรื่องนี้ จะกลายเป็นหนังโปรดของใครหลาย ๆ คนจนถูกโหวตให้เป็นอันดับ 1 ของเว็บ IMDB ด้วยคะแนน 9.3 คะแนน จากคนโหวตกว่า 2 ล้านคน

The Godfather (1972)

อันดับหนัง สุดยอดหนังมาเฟียในตำนาน ผลงานการกำกับของ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปล่า ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ มาริโอ พูโซ ที่เล่าเรื่องราวของ ดอน วีโต้ โคเลโอเน เจ้าพ้อชาวอิตาลีผู้ทรงอิทธิพลมาเนิ่นนาน จนกระทั่งเขาถูกเล่นงานจากแก๊งค้ายาเสพติด ทำให้ครอบครัว และแก๊งของเขาต้องมองหาคนที่จะมาสืบทอดเจตนารมณ์ของ ดอน นั่นก็คือ ไมเคิล ลูกชายของดอน ที่พึ่งกลับมาจากรับใช้ชาติ หลังจากนั้น ไมเคิล ก็ต้องก้าวเข้ามาสู่วงการเจ้าพ่อ และกอบกู้ศักดิ์ศรีของตระกูลให้กับมาอีกครั้ง

หนึ่งในหนังมาเฟียที่ยอดเยี่ยมที่สุดมาจนถึงทุกวันนี้ โดยหนังได้พาคนดูเข้าไปพบกับโลกของมาเฟียอิตาลีออกมาได้อย่างสมจริง ด้านตัวละครหนังก็ถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีมิติ โดยเฉพาะ ดอน และ ไมเคิล โคเลโอเน ที่หนังได้สะท้อนความสัมพันธ์ของพ่อลูก และอิทธิพลของตระกูลพวกเขาที่มีต่อผู้คนได้อย่างทรงพลัง และการแสดงของ มารอน แบรนโด ในบท ดอน ที่คว้ารางวัลออสการ์สาขานักแสดงนำชายมาได้ ยังคงเป็นที่ตราตรึงมาจนถึงทุกวันนี้ พร้อมประโยคเด็ดที่ว่า “ผมจะยื่นข้อเสนอ ที่คุณไม่อาจปฏิเสธ”

The Godfather – Part II (1974)

ภาคที่สองของหนังชุด The Godfather ที่จะพาทุกคนไปพบกับเรื่องราวของ ไมเคิล โคเลโอเน หลังจากที่เข้ามารับตำแหน่งหัวหน้าของตระกูลอย่างเต็มตัว เขาก็ต้องพบกับปัญหา และอุปสรรคใหม่ ๆ ที่ยาก และท้าทายกว่าเดิม ในขณะเดียวกันหนังก็จะพาทุกคนย้อนกลับไปยังจุดเริ่มต้นของตระกูลโคเลโอเน ในโลกมาเฟีย กับจุดเริ่มต้นของ ดอน โคลิโอเน ในวัยหนุ่ม ว่าแท้จริงแล้วเขานั้นได้กลายมาเป็นผู้มีอิทธิพลคนสำคัญได้อย่างไร และเขาต้องผ่านอุปสรรคอะไรมาบ้าง

หลังจากความประสบความสำเร็จในภาคแรก ในหนังภาคที่สองนี้เป็นการพาคนดูเข้าไปพบกับโลกของมาเฟียผ่านตระกูลโคเลโอเน ที่มาพร้อมเรื่องราวที่เข้มข้น น่าติดตาม นอกจากนี้หนังยังได้สองดาราตัวพ่อแห่งยุคมาร่วมงานกันครั้งแรก(แม้ในหนังทั้งสองจะไม่ได้เข้าฉากด้วยกันก็ตาม) อย่าง โรเบิร์ต เดอ นีโร และอัล ปาชิโน ที่ต่างถ่ายทอดบทบาทมาเฟียรุ่นพ่อ และรุ่นลูกออกมาได้อย่างทรงพลัง จนหลาย ๆ คนยกให้เป็น The Godfather ภาคที่ชอบที่สุดในทั้ง 3 ภาค

The Dark Knight (2008)

หลังจากที่ บรูซ เวยน์(คริสเตียน เบลล์) ได้กลายเป็นแบทแมน และปกป้องเมืองกอทแธม อย่างเต็มตัว เขาก็คอยจัดการกับเหล่าอาชญากรในเมืองนี้แม้ว่าจะถูกตำรวจ หมายหัวไปด้วยก็ตาม โดยเป้าหมายใหม่ของ แบทแมน คือการตามล่าตัว โจ๊กเกอร์ อาชญากรอัจฉริยะ ผู้อยู่เบื้องหลังการจราจลทั่วทั้งเมือง ในขณะเดียวกัน กอธแธม ก็ได้มี ฮาร์วีย์ เดนท์ อัยการไฟแรงผู้เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์ที่ต่อสู้เพื่อความยุติธรรม ที่ตัว บรูซ เองเชื่อมั่นว่าเขาจะสามารถเป็นฮีโร่คนใหม่ของกอทแธม แทนที่แบทแมน แต่พวกเขาหารู้ไม่ว่ากำลังได้ตกเป็นเป้าหมายสำคัญของ โจ๊กเกอร์ โดยไม่รู้ตัว

หากให้พูดถึงงานที่เป็นมาสเตอร์พีซที่สุดของ โนแลน หนังเรื่องนี้จะต้องถูกพูดถึงเป็นอันดับแรก ๆ อย่างแน่นอน และทุกวันนี้หนังเรื่องนี้ก็เป็นทั้งหนังแบทแมน และหนังอาชญากรรมที่ยอดเยี่ยมที่สุดอีกเรื่อง ที่โลกใบนี้มีมา หนังมาพร้อมโทนเรื่องที่มืดหม่น จริงจัง โดยเฉพาะการพาคนดูไปพบกับความดำมืดของเมืองกอทแธม หนังเรื่องนี้ก็สามารถถ่ายทอดออกมาชัดเจนกว่าภาคที่แล้วมาก และสิ่งที่แบกหนังเกือบทั้งเรื่องไว้คือการแสดงครั้งสุดท้ายในชีวิคของ ฮีท เลทเจอร์ ในบทโจ๊กเกอร์ ที่ถ่ายทอดความวิปลาส ความคลั่ง และความเป็นอัจฉริยะของวายร้ายผู้นี้ออกมาได้อย่างทรงพลัง หนังสามารถคว้ามาได้ถึง 2 รางวัลออสการ์ได้แก่ นักแสดงสมทบยอดเยี่ยม (ฮีท เลทเจอร์) และตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม(ริชาร์ด คิง)

Angry Men (1957)

เรื่องราวของ 12 ลูกขุน ที่กำลังประชุมเพื่อตัดสินคดีฆาตกรรม ที่มีผู้ต้องสงสัยคือเด็กชายคนหนึ่ง ท่ามกลางกระแสที่คนส่วนใหญ่ในห้องประชุมนี้ ต่างเตรียมตัดสินว่าเด็กชายดังกล่าว มีความผิดจริง ก็ได้มีชายคนหนึ่งลุกขึ้นมาโต้แย้งว่า บางทีเด็กคนดังกล่าวอาจไม่ได้เป็นคนลงมือ จนนำมาสู่ข้อโต้เถียงถึงคดีดังกล่าวอย่างเข้มข้นของคน 12 คน ที่มีชีวิตของคน 1 คนเป็นเดิมพัน

หนึ่งในผลงานขึ้นหิ้งของ ซิดนี่ย์ ลูเมตต์ เจ้าของผลงานสืบสวน ระทึกขวัญอย่าง Murder on the Orient Express และ Dog Day Afternoon ซึ่งความโดดเด่นของหนังเรื่องนี้ คือบทหนัง ที่ตลอดทั้งเรื่องเราจะได้เห็นคน 12 คนถกเถียงกันในห้อง ๆ เดียว โดยที่ไม่รู้สึกน่าเบื่อแม้แต่น้อย ด้วยความที่หนังพยายามหยิบประเด็นเรื่องศีลธรรม ความถูกต้อง และจิตสำนึกของคนมาเล่น ผสมกับการค่อย ๆ บอกใบ้วิธีการสืบสวน จากการอนุมานแบบต่าง ๆ ของตัวละคร ทำให้หนังเรื่องนี้น่าติดตาม และชวนลุ้นตั้งแต่ต้นยันจบ

Schindler’s List (1993)

หนังสร้างจากเรื่องจริงในช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ของ ออสการ์ ชินด์เลอร์ นักธุรกิจชายเยอรมัน ที่ได้เดินทางมายังประเทศโปแลนด์เพื่อสร้างโรงงานของเขา จนกระทั่งกองทัพนาซี ได้ทำการไล่ล่าชาวโปแลนด์ที่มีเชื้อสายยิว เพื่อนำไปขัง และสังหารอย่างโหดเหี้ยม ซึ่งเหยื่อหลาย ๆ คนของโศกนาฎกรรมครั้งนี้ก็เป็นคนงานของ ชินด์เลอร์เอง หลังจากที่ ชินด์แลนด์ ได้เห็นความโหดร้ายมากมายของทหารนาซี เขาก็ได้ตัดสินใจช่วยเหลือคนงานชาวยิวของเขา ด้วยการใช้อำนาจ และเส้นสายในการสร้างรายชื่อชาวยิว ที่เขาพอจะสามารถพาอพยพ และหนีพ้นจากการตามล่าของทหารนาซีในครั้งนี้

หนึ่งในผลงานที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลของพ่อมดแห่งวงการฮอลีวูดอย่าง สตีเวน สปีลเบิร์ก ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ โธมัส แคลเนียลลี่ โดย สปีลเบิร์กได้สะท้อนความโหดร้าย รุนแรงของสงครามโลกครั้งที่ 2 และทหารนาซี ออกมาได้อย่างหดหู่ น่าสะเทือนใจ แทบจะตลอด 3 ชั่วโมงของหนัง ประกอบกับการที่หนังใช้วิธีนำเสนอด้วยภาพขาวดำตลอดทั้งเรื่อง ที่ทำให้เรารู้สึกมืดหม่น และสะเทือนใจกับหนังเรื่องนี้ขึ้นไปอีก โดยเฉพาะฉากเด็กสาวชุดแดง ท่ามกลางสมรภูมิที่เต็มไปด้วยความตาย ได้เป็นฉากที่สะเทือนอารมณ์ และยากจะลืมเลือนของใครหลาย ๆ คน

The Lord of the Rings: The Return of the King (2003)

หนังภาคบทสรุปของมหากาพย์สงครามแหวนครองพิภพ เมื่อ อารากอนได้รวบรวมกองทัพ เพื่อที่จะถล่มมอร์ดอร์ และช่วย โฟรโด และแซม ที่กำลังเดินทางไปยังหุบเขาลาวาที่เป็นเตาหลอมสร้างแหวนขึ้นมา ท่ามกลางการนำทีมของ กอลลัม ที่ได้วางแผนร้ายเตรียมหักหลักพวกเขา และชิงแหวนกลับมาเป็นของตัวเองอีกคร้ง ท้ายที่สุดแล้ว โฟรโด จะสามารถทำลายแหวนได้หรือไม่ และอารากอนจะสามารถกอบกู้บัลลังก์ของ กอนดอร์ ในฐานะกษัตริย์ได้ไหม ไปลุ้นกันได้ใน The Lord of the Rings: The Return of the King

บทสรุปของหนังไตรภาค และหนังสงครามที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาล โดยหนังได้จัดเต็มด้วยฉากสงครามฟอร์มยักษ์ ระหว่างมนุษย์ และออร์ค ที่แม้ว่าจะผ่านเวลามาเกือบ 20 ปี แล้วก็ตาม ฉากสงครามในหนังเรื่องนี้ก็ยังยิ่งใหญ่ และน่าขนลุกทุกครั้งที่ได้ดู นอกจากนี้ พาร์ทดราม่าระหว่าง โฟรโด และแซม ที่แสดงโดย อีไลจาห์ วู้ด และฌอน ออสติน สามารถเรียกน้ำตาหลาย ๆ คนได้อย่างทรงพลัง การันตีคุณภาพด้วยการคว้ารางวัลออสการ์มาได้ถึง 11 รางวัล

Pulp Fiction (1994)

เรื่องราววุ่น ๆ ของโลกอาชญากรรม ที่นำทีมโดยสองนักฆ่าลูกน้องของเจ้าพ่ออย่าง วินเซนต์ และจูลส์ ที่คอยทำหน้าที่ตามทวงหนี้ และจัดการกับใครก็ตามที่คอยทรยศต่อแก๊ง นอกจากนี้ยังสอกแทรกไปด้วยความสัมพันธ์อันแสนวายป่วงมากมาย ไม่ว่าจะเป็น นักมวยที่ดันไม่ยอมล้มมวยตามที่ตกลงไว้ ,แฟนสาวของเจ้าพ่อที่ดันเสพยาเกินขนาด ไปจนถึงเจ้าพ่อที่ดันไปโดนเกย์จับข่มขืน

ผลงานลำดับที่ 2 ของ เควนติน ทารันทิโน ที่สร้างชื่อครั้งสำคัญให้เขา ด้วยความที่หนังเลือกที่จะฉีกทุกขนบของหนังที่ผ่านมาด้วยการเล่าเรื่องแบบไม่ลำดับเวลา พร้อมบทหนังสุดกวนที่จัดเต็มด้วยคำด่า F*ck ต่อเนื่องแบบไม่มีกั้ก ซึ่งแม้หนังจะเต็มไปด้วยบทพูดเกือบตลอด 2 ชั่วโมงครั้งของเรื่อง แต่มันกลับเป็นบทพูดที่ไม่น่าเบื่อ และมันส์ราวกับหนังแอคชั่น จนทำให้คอหนังทั่วโลก ล้วนแต่จดจำลายเซ็นของ ทารันทิโน ที่หนังของเขาจะมาพร้อมบทสุดเดือด พร้อมฉากฆ่ากันเลือดสาดแบบหนังเรท R อย่างแน่นอน

The Good, the Bad and the Ugly (1966)

หนังว่าด้วยเรื่องราวของสามคาวบอย ที่ประกอบไปด้วย The Good นักแม่นปืน ที่มำอาชีพเป็นนักล่าค่าหัว ,The Bad นักฆ่ารับจ้าง ผู้โหดเหี้ยม และ The Ugly หัวขโมย และอาชญากรนอกกฏหมาย ที่ถูกทางการหมายหัว ซึ่งทั้งสามต้องมาโคจรเจอกัน โดยมีเงินของสมาพันธรัฐอเมริกา ที่มีจำนวนมากกว่า 200,000 เหรียญ ที่สูญหายไปในช่วงสงครามกลางเมืองมาข้องเกี่ยว

ผลงานการกำกับของ เซอร์จิโอ เลโอเน ซึ่งหนังเรื่องนี้ถือว่าเป็นภาคสุดท้ายของไตรภาค Dollars Trilogy ที่ได้เจ้าพ่อหนังคาวบอยหนังยุคนั้นอย่าง คลินท์ อีสต์วู้ด มารับบทเป็น The Good หรือคาวบอยไร้นาม ซึ่งหนีงเรื่องนี้ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งบทพิสูจน์ถึงยุคเฟื่องฟูของหนังประเภท Spaghetti Western แต่ในเรื่องนี้ได้นำเอาสูตรสำเร็จของหนังแนวนี้ มาถ่ายทอดให้ออกมามีชั้นเชิง และเปี่ยมไปด้วยเนื้อหาที่สนุก เข้มข้น และน่าติดตาม รวมทั้งดนตรีประกอบของ เอนนิโอ มอร์ริคอนเน ที่ยังคงติดหูมาจนถึงทุกวันนี้ ที่ฟังทีไรก็ต้องนึกถึงฉากดวลปืนในช่วงท้ายของหนังเรื่องนี้ขึ้นมาทันที

The Lord of the Rings: The Fellowship of the Ring (2001)

เรื่องราวของ มิดเดิ้ลเอิร์ธ โลกแฟนตาซีที่เต็มไปด้วยเผ่าพันธ์ และเรื่องมหัศจรรย์มากมาย จุดเริ่มต้นของเรื่องทั้งหมดเริ่มขึ้นเมื่อเซารอน วายร้ายแห่งดินแดนมอร์ดอร์ ได้ทำการสร้างแหวนครองพิภพขึ้นมา ซึ่งมันจะครอบงำจิตใจใครก็ตามที่ได้ครอบครอง จนกระทั่งมนุษย์ คนแคระ และเอลฟ์ ได้สร้างกองทัพเพื่อปราบเซารอน

จนสำเร็จ แต่ทว่าแหวนกลับไม่ได้ถูกทำลาย และคอยครอบงำจิตใจใครก็ตามที่ครอบครอง จนกระทั่งมันได้ตกมาอยู่ในมือของ โฟรโด ชาวฮอบบิทที่ได้รับมรดกจากปู่ของเขา โดยเขาหารู้ไม่ว่ากำลังจะเป็นคนที่เปลี่+ยนแปลงมิดเดิลเอิร์ธไปตลอดกาล

หนังภาคแรกของไตรภาค The Lord of the Rings ซึ่งกำกับโดย ปีเตอร์ แจ็คสัน ที่ดัดแปลงมาจากวรรณกรรมของ เจ อาร์ อาร์ โทลคีน ความน่าสนใจของหนังชุดนี้ คือการถ่ายทอดความยิ่งใหญ่ของ มิดเดิลเอิร์ธออกมาได้อย่างน่าสนใจ รวมทั้งเรื่องราวการผจญภัยที่น่าติดตาม พร้อมทั้งหนังยังได้สะท้อนจิตใจอันดำมืดจากความโลภของมนุษย์ได้เป็นอย่างดี ถือว่าเป็นหนังเปิดไตรภาคที่ทำออกมาได้น่าสนใจ ก่อนที่จะพาผู้ชมไปพบกับความยิ่งใหญ่แบบคูณ 2 ในสองภาคที่เหลือ

Fight Club (1999)

หนังว่าด้วยเรื่องราวของชายหนุ่มคนหนึ่งที่เขาป่วยเป็นโรคนอนไม่หลับ จนทำให้เขาทรมานกับชีวิตทั้งการทำงาน และการเข้าสังคม และต้องใช้วิธีการรักษาด้วยการเข้าไปตามกลุ่มบำบัดต่าง ๆ เพื่อเยียวยาจิตใจ จนกระทั่งเขาได้พบกับ ไทเลอร์ ชายอายุไล่ ๆ กันกับเขา ซึ่งไทเลอร์ ได้แนะนำวิธีการบำบัดอาการทางจิตของเขา ด้วยการชกต่อยกัน

แต่การชกต่อยของทั้งคู่กลับได้รับความสนใจจากผู้คนกว่าที่คิด จนทำให้ไทเลอร์ตั้งเป็นกลุ่มลับนาม ไฟต์คลับ เพื่อให้ทุกคนมาชกต่อย และเรียนรู้มิตรภาพพร้อมตั้งกฏของกลุ่ม แต่ทว่ายิ่งนานวัน ไฟต์คลับยิ่งใหญ่โตขึ้น จนกลายเป็นแก๊งที่คอยก่อกวนสังคม โดยมีไทเลอร์เป็นคนสั่งการ

หนังดราม่า จิตวิทยา ผลงานสุดโด่งดังของ เดวิด ฟินเชอร์ ที่ดัดแปลงมาจากนิยายของ ชัค พอลาห์นิก ซึ่งหนังได้ถ่ายทอดเรื่องราวจิตวิทยา และความตลกร้ายออกมาได้อย่างน่าติดตาม โดยเฉพาะการโคจรมาแสดงร่วมกันของสองนักแสดงระดับเอลิสต์อย่าง แบรท พิตต์ และ เอดเวิร์ด นอร์ตัน ที่ถ่ายทอดบทบาทออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม

จนกลายเป็นลายเซ็นสำคัญของหนังเรื่องนี้ที่ทุกคนต้องจดจำ พร้อมฉากจบชวนเหวอที่ ฟินเชอร์ ได้ถ่ายทอดออกมาได้อย่างเหนือชั้น จนทุกคนต่างยกย่องให้เขาเป็นเจ้าพ่อหนังหักมุมแห่งยุค

Forrest Gump (1994)

เรื่องราวชีวิตของชายหนุ่มนาม ฟอเรสต์ กัมป์ ที่เขามี IQ เพียง 75 ทำให้เขาเป็นคนที่เหมือนตัวตลกในสายตาเพื่อน ๆ ที่ชอบทำอะไรซื่อ ๆ และอยู่ในกรอบมาเสมอ ก่อนที่ความคิดในกรอบของเขา จะนำมาให้ชีวิตมาพบเจอกับเรื่องดี ๆ มากมาย ตั้งแต่การได้รับโอกาสเป็นหนึ่งในนักกีฬาเบสบอล จากฝีมือการวิ่งอันโดดเด่น ,การประกอบปืนที่รวดเร็วกว่าเพื่อน ๆ

ในกองทัพ ,ฝีมือตีปิงปองระดับเทพ ไปจนถึงการทำธุรกิจเรือกุ้ง จนทำให้เขาประสบความสำเร็จในชีวิต เพียงเพราะการใช้ชีวิตแบบขนนก ที่ล่องลอยไปตามกระแสลม

หนังดราม่า ฟีลกู้ด ผลงานการกำกับของ โรเบิร์ต เซเมคิส ที่ดัดแปลงมาจากนิยายขิง วินสตัน กรูม ซึ่งได้เข้าไปอยู่ในใจใครหลาย ๆ คนที่ได้ดู หนังได้ ทอม แฮงค์ มารับบทเป็น กัมป์ ที่ถ่ายทอดบทบาทของชายหนุ่มใสซื่อออกมาได้อย่างยอดเยี่ยม จนทำให้บทบาทนี้เป็นหนึ่งในการแสดงที่ดีที่สุดของเขา

นอกจากนี้หนังยังเต็มไปด้วยฉากประทับใจมากมาย ทั้งการนำบุคคลที่เคยมีตัวตนจริง ๆ มาใส่ในหนังได้อย่างสมจริง พร้อมประเด็นเรื่องการใช้ชีวิต ที่หนังเรื่องนี้ได้ทำให้ กัมป์เป็นหนึ่งในแบบอย่าง กรณีศึกษา และแรงบันดาลใจให้ทุกคนมาจนถึงทุกวันนี้

Inception (2010)

เรื่องราวของกลุ่มนักจารกรรมที่นำทีมโดย คอบบ์ โดยการจารกรรมของพวกเขานั้นไม่ใช่เป็นการขโมยเงิน หรือสิ่งของมีค่าแต่อย่างใด แต่งานของพวกเขาคือการขโมยความคิด ด้วยการเข้าไปในความฝันของเป้าหมาย เมื่อวันหนึ่ง คอบบ์และทีมได้รับมอบหมายจาก ไซโตะ ที่ต้องการให้เขาเข้าไปฝังความคิดให้กับ ลูกชายของเจ้าของบริษัทคู่แข่ง ให้ล้มเลิกการรับช่วงต่อธุรกิจของพ่อ ซึ่งวิธีการที่จะบรรลุภารกิจครั้งนี้ได้ พวกเขาจะต้องแฝงเข้าไปในความฝัน ซ้อนความฝัน 3 ชั้นด้วยกัน หรือที่เรียกว่า อินเซปชั่น ภารกิจนี้ คอบบ์ จึงต้องรวบรวมมือดีในแต่ละด้าน เพื่อทำงานให้สำเร็จลุล่วง

หลังจากที่ โนแลน ได้ประสบความสำเร็จอย่างถล่มทลาย ทั้งรายได้และคำวิจารณ์จาก The Dark Knight ในผลงานถัดมาอย่าง Inception ก็ได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ให้กับวงการภาพยนตร์อีกครั้ง โดยหนังเรื่องนี้ได้เป็นการผสมผสานระหว่างหนังอาชญากรรม และหนังไซไฟสุดล้ำ ที่ โนแลน ได้สร้างสรรค์ฉากแอคชั่นในความฝันออกมาได้ตระการตา พร้อมความเหนือชั้นด้วยการเล่าเรื่องที่ซับซ้อนสไตล์ โนแลน จนทำให้หนังเรื่องนี้กลายเป็นหนังแอคชั่น ไซไฟ ที่แปลกตากว่าเรื่องอื่น ๆ

ด้วยความโดดเด่นนี้เองทำให้ Inception สามารถคว้าไปได้ถึง 4 รางวัลออสการ์ ได้แก่ กำกับภาพยอดเยี่ยม ,ผสมเสียงยอดเยี่ยม ,ตัดต่อเสียงยอดเยี่ยม และเทคนิคพิเศษยอดเยี่ยม

Star Wars: Episode V – The Empire Strikes Back (1980)

อันดับหนัง เรื่องราวหลังจาก 3 ปี ของStar Wars: Episode IV เมื่อกองทัพจักรวรรดิกาแลกติก ที่นำทีมโดย ดาร์ธ เวเดอร์ ได้พยายามตามล่า ลุค สกายวอล์คเกอร์ และกองทัพกบฎที่นำทีมโดย เจ้าหญิงเลอา โดย ลุค ได้แอบไปซุ้มฝึกวิชาเจไดกับอาจารย์โยดา เพื่อที่เขาจะกลับไปล้างแค้นกับ ดาร์ธ เวเดอร์ แต่ทว่าลุ้ค ก็ได้พบกับความจริงสุดช็อคในภายหลัง

หนังภาคที่ 5 ของชุด Star Wars และสร้างเป็นภาคที่ 2 ของหนังชุดนี้ โดยสาเหตุที่หนังเรื่องนี้เป็นที่พูดถึง และยกย่องว่าเป็นภาคที่ดีที่สุดมาจนถึงทุกวันนี้ คือการเป็นภาคที่เป็นตัวแปรสำคัญของหนังชุดนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนจบ และประโยคชวนจำอย่าง “I am your father.” ที่ได้ช็อคคนดูอย่างมากในยุคนั้น ซึ่งแม้ว่าตอนนี้หลาย ๆ

คนที่ต่อให้เคยดู หรือไม่เคยดู Star Wars น่าจะทราบตอนจบหนังภาคนี้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่ทำให้คุณค่าของหนังภาคนี้ไม่เสื่อมคลาย คือมันเป็นหนังแอคชั่นอวกาศที่ดูสนุก เนื้อหาเข้มข้น และเต็มไปด้วยความ Epic พร้อมทั้งการเล่าเรื่องที่มีชั้นเชิงเกินคาดเดา ทำให้ไตรภาคชุดนี้กลายเป็นอีกหนึ่งในหนังชุดที่ยอดเยี่ยมที่สุดมาจนทุกวันนี้

The Lord of the Rings: The Two Towers (2002)

อันดับหนัง หลังจากที่คณะเดินทางเพื่อไปทำลายแหวนครองพิภพ ที่นำทีมโดย อารากอน ได้แตกแยกกันไปหลายทิศทาง ทำให้ โฟรโด และแซม ต้องเดินทางไปยังมอร์ดอนเพียงสองคน ก่อนที่พวกเขาจะพบกับ กอลลัม ที่ได้คอยสะกดรอยตามพวกเขามาตลอด ได้อาสาพาทั้งสองเดินทางไปยังมอร์ดอร์

เพื่อทำลายแหวน ในขณะที่ อารากอน กิมลี และเลโกลัส ได้เดินทางไปยังโรฮาน เพื่อช่วยกษัตริย์ และรวบรวมกองทัพเพื่อไปรบกับ ซารูมาน พ่อมดขาวที่ย้ายไปร่วมมือกับซอร์รอน สงครามครั้งสำคัญ ก่อนนำมาสู่บทสรุปของสงครามแหวนครองพิภพ ในภาคต่อไปก็ได้เริ่มขึ้น

ภาคที่สองของไตรภาค The Lord of the Rings ที่ในภาคนี้หนังได้อัพสกิลความยิ่งใหญ่ จากภาคแรกออกมาหลายเท่า โดยในภาคนี้หนังได้แบ่งเส้นเรื่องออกเป็นหลายเส้นเรื่อง พร้อมพาคนดูไปพบกับความยิ่งใหญ่ของ มิดเดิลเอิร์ธ เราจะได้เห็นความสัมพันธ์ต่าง ๆ ของเหล่าตัวละครที่ชวนประทับใจ ประเด็นเรื่องการเมืองสุดเข้มข้น

รวมทั้งฉากสงครามสุดยิ่งใหญ่ ที่ถ่ายทอดออกมาเป็นซีเควนซ์ที่ยาวกว่าครึ่งชั่วโมง หากพูดถึงหนังที่มีฉากสงครามอลังการที่สุด เรื่องนี้ต้องอยู่ในลิสต์อย่างแน่นอน

The Matrix (1999)

อันดับหนัง เรื่องราวในโลกอนาคต เมื่อโลกได้อยู่ภายใต้การครอบครองของเครื่องจักร ทำให้มนุษย์ ได้ทำการสร้างแคปซูล เพื่อไว้เก็บร่างกายของแต่ละคนเอาไว้ให้ปลอดภัยจากเครื่องจักร ในขณะที่เครื่องจักรก็ได้สร้างโลกที่มีชื่อว่า Matrix เพื่อเป็นโลกจำลอง และคอยหลอกมนุษย์ให้หลงอยู่ในที่แห่งนี้ จนกระทั่งวันหนึ่ง มอร์เฟียส หนึ่งในผู้นำของมนุษย์ในการต่อสู้เครื่องจักรได้ปลุก นีโอ ให้ตื่นขึ้นมา พร้อมเตรียมฝึกฝนให้เขาเป็นผู้นำคนใหม่ที่จะช่วยปลดแอกมนุษยชาติให้พ้นจากการครอบงำของเครื่องจักร

หนังภาคแรกของชุด The Matrix ที่ได้กลายเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญอีกครั้งของวงการภาพยนตร์แอคชั่น ไซไฟ เพราะหนังไม่ได้แค่มาพร้อมกับฉากยิงกันสุดรำห่ำเท่านั้น แต่หนังยังสอดแทรกไปด้วยปรัชญา รวมทั้งวิธีการเล่าเรื่องที่ต่างจากหนังเรื่องอื่น ๆ โดยเฉพาะฉากหลบกระสุนในตำนาน ที่กลายเป็นฉากจำของโลกภาพยนตร์มาจนทุกวันนี้ พร้อมทั้งหนังยังได้ คีอานู รีฟ ที่ตอนนั้นเขาพึ่งโด่งดังจาก Speed มาร่วมแสดงนำ จนทำให้หลาย ๆ คนต่างจำภาพของเขาในลุ้คชายแว่นดำที่ดูดีที่สุดในยุคนั้น

สนับสนุนโดย ดูหนังใหม่ออนไลน์

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *