0

อ้าว อ้าว อ้าว! ต้นสังกัดร่อนแถลง “ลิซ่า” มาร่วมงานเคานต์ดาวน์ภูเก็ตไม่ได้

อ้าว อ้าว! จากกรณีนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.การท่องเที่ยวยืนยันผ่านรายการเจาะลึกทั่วไทยInside Thailandว่าเตรียมทุ่มงบ 200 ล้านบาทดึง ลิซ่า BLACKPINK ศิลปิน K-pop สัญชาติไทย และ แอนเดรีย โบเชลลี (Andrea Bocelli) นักร้องโอเปร่ามือหนึ่ง ขึ้นงานเคานต์ดาวน์ 2022 ณ เวทีภูเก็ต และ กรุงเทพมหานคร โดยการท่องเที่ยวฯ ทำการติดต่อกับต้นสังกัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว หวังให้ลิซ่าร่วมขึ้นฉลองเคานต์ดาวน์ที่ภูเก็ต และ แอนเดรีย โบเชลลี ร่วมเวทีปีใหม่ที่กทม.

ททท.ยังรอ “ลิซ่า” คอนเฟิร์มมาเคานต์ดาวน์ภูเก็ต ย้ำล็อกคิวไว้แล้ว มั่นใจดีลไม่มีปัญหา
ล่าสุด เพจของนายสรยุทธสุทัศนะจินดาผู้ประกาศข่าวชื่อดังได้รายงานว่า ทางต้นสังกัดของสาวลิซ่า อย่างYG Entertainmentได้ออกแถลงการณ์ ชี้แจงถึงกรณีดังกล่าวยืนยันว่าลิซ่าจะไม่สามารถมาร่วมงานดังกล่าวได้ โดยรายละเอียดระบุว่า

เนื่องจากมีการรายงานข่าวว่า ลิซ่า ลลิษา มโนบาล ซึ่งเป็นศิลปินในสังกัดของทางบริษัท จะเข้าร่วมงานเคานต์ดาวน์ ฉลองปีใหม่ ณ ประเทศไทย ทาง YG Entertainment ขอเรียนชี้แจงดังนี้

ทางเรารู้สึกขอบคุณและเป็นเกียรติอย่างสูงที่ได้รับการติดต่อให้ศิลปินในสังกัดเข้าร่วมงานดังกล่าวแต่ทางบริษัทต้องขอแจ้งให้ทราบว่าลิซ่าไม่สามารถร่วมงานได้ ด้วยตารางงานที่ถูกกำหนดไว้แล้ว ทางบริษัทจึงเรียนแจ้งเพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน ขอขอบคุณที่ติดตามผลงานของศิลปินเป็นอย่างดีมาโดยตลอด ยิงปลา

นายกฯ บอกให้แยกแยะ งบจ้างลิซ่า กับงบฟื้นฟูประเทศ ย้ำต้องเร่งโปรโมทการท่องเที่ยว

นายกฯ ขอแยกแยะการใช้งบฟื้นฟูประเทศ กรณีถูกวิจารณ์ทุ่มเงินจ้าง “ลิซ่า BLACKPINK” ร่วมงานเคานต์ดาวน์ภูเก็ต

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬากล่าวถึงการขออนุมัติงบฯ กลาง วงเงินกว่า 100 ล้านบาทเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างศิลปิน คือ ลิซ่าBLACKPINKศิลปิน K-pop สัญชาติไทย และ แอนเดรีย โบเชลลี (Andrea Bocelli) นักร้องโอเปร่ามือหนึ่ง ร่วมงานเคานต์ดาวน์ 2022 ว่า ยังไม่มีการเสนอเรื่องดังกล่าวเข้าสู่ที่ประชุม ครม.

แต่จะเสนอที่ประชุมคณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดกระบี่ในวันที่15-16พฤศจิกายน โดยยืนยันว่าศิลปินทางกระทรวงท่องเที่ยวได้เชิญมาร่วมงานเป็นทั้ง2รายชื่อที่มีการเปิดเผยออกมาก่อนหน้านี้ส่วนรายละเอียดจะเป็นอย่างไรขอดูสัญญาในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ก่อน

ทั้งนี้นายพิพัฒน์ยังกล่าวถึงกระแสวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการใช้งบประมาณว่ามีความคุ้มค่าหรือไม่นั้นยืนยันว่าจะเกิดความคุ้มค่าทางเศรษฐกิจและสังคม มั่นใจว่าเชิญทั้ง2คนมาในครั้งนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ซึ่งโครงการนี้จะจัดร่วมกับภาคเอกชน โดยให้เอกชนเป็นสปอนเซอร์ ส่วนจะมีการโปรโมทประเทศไทยในรูปแบบอื่นๆหรือไม่นั้นเป็นเรื่องที่ต้องหารือกันต่อไป

ททท.ยังรอ “ลิซ่า” คอนเฟิร์มมาเคานต์ดาวน์ภูเก็ต ย้ำล็อกคิวไว้แล้ว มั่นใจดีลไม่มีปัญหา
ล่าสุด นายธนกร วังบุญคงชนะโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีรัฐบาลเตรียมทุ่มงบประมาณหลายร้อยล้านบาทในการจ้าง“ลิซ่า แบล็กพิงก์”และ”แอนเดรีย บอกเซลลี”มาร่วมงานเคานต์ดาวน์ปีใหม่ทีประเทศไทย จนถูกวิจารณ์ว่าใช้งบประมาณไม่เหมาะสม

ระบุว่า นายกรัฐมนตรีขอให้แยกแยะว่าใช้งบประมาณในการช่วยเหลือฟื้นฟู ด้านอื่นๆไปอย่างไร ซึ่งกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬาชี้แจงว่างบประมาณที่ใช้ได้เพิ่มเติมในช่วงที่ผ่านมาจากการเปิดภูเก็ตแซนด์บ็อกซ์ จนมีผลประกอบการดีขึ้น ดังนั้นต้องเร่งโปรโมทการท่องเที่ยวและยกระดับการท่องเที่ยวทั้งในไทยและนักท่องเที่ยวต่างชาติด้วย

นอกจากนี้นายธนกรยังตอบคำถามกรณี ที่มีพระสงฆ์ ยังคงไปกราบไหว้และรับฟังคำสอนจากนายวินัยละอองสุวรรณหรืออดีตพระยันตระทั้งที่ไม่ใช่พระสงฆ์แล้วว่าได้มอบหมายให้ตรวจสอบว่าเป็นการกระทำที่ถูกต้องตามวินัยสงฆ์หรือไม่ตั้งแต่วันที่ทราบข่าวแล้ว

ส่วนกรณีสำนักข่าวต่างประเทศนำเสนอข่าวว่ามีถุงมือยางใช้แล้วถูกส่งจากไทยไปสหรัฐฯ ว่า เรื่องนี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีชี้แจงว่าได้มอบหมายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์รวมทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปตรวจสอบข้อเท็จจริงแล้ว

นายธนกร ยังได้ กล่าวถึงการเตรียมรับมือการชุมนุมใหญ่ 31 ต.ค. นี้รวมถึงปัจจัยแทรกซ้อนที่จะนำไปสู่ความรุนแรงเช่นกลุ่มทะลุแก๊สนายกรัฐมนตรีชี้แจงว่าต้องขอความร่วมมือจากประชาชนที่เกี่ยวข้องเพราะช่วงเวลานี้มีภารกิจสำคัญอยู่มากมายที่จำเป็นต้องช่วยกันรักษาเสถียรภาพทางการเมืองและความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของทางราชการและประชาชนจึงขอความร่วมมือให้ปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง

เพจร้านคาเฟ่เจอถล่ม เจ้าของยืนยันรักและชื่นชม ลิซ่า BLACKPINK

จากกรณี ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแถวตลาดรถไฟศรีนครินทร์ได้ออกมาโพสต์ข้อความและตอบคอมเมนท์ในเชิงคุกคามทางเพศ”ลิซ่า ลลิษา มโนบาล”สาวไทยสมาชิกวงBLACKPINKเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีใต้ ที่โด่งดังไปทั่วโลก

หลังจากที่ลิซ่าได้ไปเยือนและถ่ายรูปในร้านนี้ จนเกิดแฮชแท็กเพื่อปกป้องลิซ่า เพราะมองว่าไม่ว่าจะเป็นใคร ก็ไม่ควรเจอกับการล่วงละเมิดด้วยคำพูดดังกล่าว

>> เจ้าของร้านโพสต์ล่วงเกิน ลิซ่า BLACKPINK หงายการ์ดขอโทษแล้ว

ล่าสุด (3 ม.ค.) เจ้าของร้านคาเฟ่ดังกล่าวได้โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัวว่า”ผมต้องกราบขอโทษสำหรับโพสต์ในทางที่ไม่ดีจริงๆครับขอโทษทางน้องลิซ่าและคนที่เกี่ยวข้องด้วยนะครับทางผมน้อมรับคำติเตียนทุกอย่าง พวกเราทุกคนรักและชื่นชมในตัวลิซ่าครับ ผมเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ผมต้องกราบขอโทษอีกครั้งครับ”

ขณะเดียวกัน จากการตรวจสอบพบว่า เพจของทางร้านได้หายออกไปจากหน้าเฟซบุ๊กแล้ว โดยก่อนหน้านั้นผู้คนได้เข้ามาคอมเมนท์มากมาย จนกระทั่งทางเฟซบุ๊กขึ้นข้อความว่ากำลังตรวจสอบเพจดังกล่าว เพราะได้รับการแนะนำเป็นจำนวนผิดปกติ

“Full Moon Cafe” แจงแค่ชื่อคล้าย พลิกวิกฤตลดราคาให้แฟนคลับ “ลิซ่า BLACKPINK”

ร้าน Full Moon Cafe โพสต์ชี้แจงแค่ชื่อคล้ายยืนยันไม่เกี่ยวกับร้านคอมเมนท์คุกคาม”ลิซ่า BLACKPINK”เพราะเจ้าของร้านก็เป็นแฟนคลับเหมือนกัน

จากกรณี ร้านคาเฟ่แห่งหนึ่งแถวตลาดรถไฟศรีนครินทร์ได้ออกมาโพสต์ข้อความและตอบคอมเมนท์ในเชิงคุกคามทางเพศ”ลิซ่า ลลิษา มโนบาล”สาวไทยสมาชิกวงBLACKPINKเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังของเกาหลีใต้ที่โด่งดังไปทั่วโลกจนกระทั่งเกิดแฮชแท็กร้อนแรงในโซเชียลและทางร้านต้องมามาขอโทษแล้วนั้น

เฟซบุ๊กFull Moon Cafeได้ออกมาโพสต์ถึงกรณีดังกล่าวเนื่องจากได้รับผลกระทบเพราะถูกเข้าใจผิดว่าเป็นร้านคาเฟ่ที่มีการโพสต์ข้อความล่วงละเมิดลิซ่าถูกกดรีพอร์ตและข้อความคอมเมนท์ไม่ดี

อย่างไรก็ตาม ทางร้านได้ขอบคุณแฟนคลับของลิซ่า ที่เข้ามาช่วยชี้แจงและอธิบายว่าเป็นคนละร้านกัน พร้อมฝากให้คอมเมนท์กันอย่างมาวิจารณญาณ ซึ่งทางร้านยืนยันว่าไม่ได้โกรธหรือต้องการฟ้องร้อง

ทั้งนี้ ทางร้านFull Moon Cafeยังพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสโดยประกาศว่าจะลดสูงสุดในบางเมนูถึง30เปอร์เซ็นต์ให้กับแฟนคลับลิซ่าที่มีรูปลิซ่าเป็นแบ็คกราวในมือถือเพียงแสดงรูปในหน้าจอมือถือ ซึ่งก็ได้รับเสียงตอบรับที่ดีจากแฟนคลับของวง BLACKPINK

ร้านอาหารที่ลิซ่า BLACKPINK ใช้บริการ-ถ่ายรูปลงไอจีส่วนตัว ต้องเสียภาษีอะไรบ้าง?

ร้านอาหารที่ล่วงเกิน ลิซ่า BlackPink ต้องจัดทำภาษีและเสียภาษีอะไรบ้างกับกรมสรรพากร

กลายเป็นกระแสดราม่ารับปีหนูทองเมื่อเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่งโพสต์แซวลิซ่า-ลลิษามโนบาลหนึ่งในสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังBLACKPINKจนเกินงามทำให้เหล่าแฟนคลับ รวมถึงชาวเน็ตแห่คอมเม้นต์ติงเจ้าของร้านว่าไม่เหมาะสม

เจ้าของร้านโพสต์ล่วงเกิน ลิซ่า BLACKPINK หงายการ์ดขอโทษแล้ว

แม้ว่าทางเจ้าของร้านอาหารดังกล่าวจะออกมาขอโทษ และแก้ไขโพสต์ไปแล้วก็ตามแต่ก็ยากที่จะแก้ไขในภายหลัง เพราะล่าสุดเพจเฟซบุ๊กร้านดังกล่าวได้ปลิวไปเสียแล้ว

ร้านอาหารที่ลิซ่าBLACKPINKโพสต์รูปลงไอจีถือเป็นธุรกิจร้านอาหาร-คาเฟ่-บาร์เปิดเมื่อปี2018ให้บริการในช่วงเย็นถึงค่ำแน่นอนว่าการทำธุรกิจใดๆต้องได้รับการจดทะเบียนทุกครั้งกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหากไม่จดทะเบียนก็จะส่งผลต่อการทำธุรกรรมทางการเงินในอนาคตเช่นการขอสินเชื่อต่างๆ เป็นต้น ซึ่งการจดทะเบียนร้านอาหารเป็นการเข้าสู่ระบบภาษีเพื่อรายงานต่อกรมสรรพากร เช่นเดียวกับร้านขายแอลกอฮอล์ก็ต้องดำเนินการด้วย เพราะต้องขออนุญาตจำหน่ายเครื่องดื่มจากกรมสรรพสามิตด้วย แต่รู้มั้ย? ว่าร้านอาหารที่เป็นประเด็นดราม่าจะต้องเสียภาษีอะไรบ้าง Sanook Money มีคำตอบมาฝากกัน

ข้อมูลจาก คลินิกภาษี กระทรวงการคลัง ระบุว่า ธุรกิจร้านขายอาหารเมื่อเริ่มธุรกิจ และจำหน่ายอาหารได้ก็จะต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับภาษี ดังนี้

ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา
ต้องเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา ต้องยื่นแบบชำระภาษีปีละ 2 ครั้ง ได้แก่

ครั้งแรก ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.94 ในเดือนกันยายน สำหรับเงินได้ในเดือนมกราคม-มิถุนายน
ครั้งที่ 2 ยื่นตามแบบ ภ.ง.ด.90 ในเดือนมีนาคมของปีถัดไปสำหรับเงินได้ในเดือนมกราคม-ธันวาคม โดยนำภาษีที่จ่ายครั้งแรกมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้ในครั้งที่ 2

ภาษีเงินได้นิติบุคคล
ผู้ประกอบการที่ต้องเสียภาษีเงินได้นิติบุคคลต้องยื่นแบบชำระภาษีต่อกรมสรรพากร ณ สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในเขตท้องที่ที่สถานประกอบการตั้งอยู่หรือทางอินเทอร์เน็ตปีละ 2 ครั้ง ได้แก่

ภาษีเงินได้สิ้นรอบระยะเวลาบัญชียื่นตามแบบ ภ.ง.ด.50 ภายใน 150 วัน นับตั้งแต่วันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชี โดยนำภาษีที่จ่ายในครึ่งรอบระยะเวลาบัญชีมาหักออกจากภาษีที่คำนวณได้เมื่อสิ้นรอบเวลาบัญชี
ภาษีเงินได้ครึ่งรอบระยะเวลาบัญชียื่นตามแบบภ.ง.ด.51ภายใน2เดือนนับแต่วันครบ6เดือนของรอบระยะเวลาบัญชี
ภาษีมูลค่าเพิ่ม
เราต้องเรียกเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากผู้ซื้อและออกใบกำกับภาษีให้แก่ผู้ซื้อเมื่อส่งมอบสินค้า
เรามีหน้าที่จัดทำรายงานสินค้าและวัตถุดิบ รายงานภาษีขาย และยื่นแบบภาษีมูลค่าเพิ่มตามแบบ ภ.พ.30 ในแต่ละเดือนภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป
สรุปแล้วจากข้อมูลที่พอลัดเลาะหามาได้พบว่าร้านอาหารดังกล่าวที่เป็นประเด็นดราม่าอาจจะต้องเสียภาษี2ตัวได้แก่ภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลส่วนภาษีมูลค่าเพิ่มร้านค้าต้องจัดทำรายงาน และยื่นแบบฟอร์ม