29/01/2022

เล็บครุฑลังกา ต้นไม้มงคลปลูกง่าย ใช้ทำกับข้าวก็ได้ ใช้ใส่อาหารก็ดี

ต้น เล็บครุฑลังกา ต้นไม้มงคล สารพัดประโยชน์ วัสดุธรรมชาติสามารถใช้ทดแทนถ้วยโฟมได้ มีวิธีปลูกและการดูแลอย่างไร ให้ใบมีขนาดใหญ่เป็นทรงสวยงาม ตามไปดูวิธีปลูก และการดูแลเล็บครุฑลังกากัน

เรียกว่ากระแสของไม้ประดับและต้นไม้มงคลมาแรงจริง ๆ วันนี้กระปุกดอทคอมขอพาไปรู้จักกับต้นไม้มงคลอีกหนึ่งชนิดนั่นก็คือ ต้นเล็บครุฑลังกา หนึ่งในสายพันธุ์ต้นเล็บครุฑที่คนนิยมปลูก เพราะมีความหมายดี แถมยังเป็นวัสดุจากธรรมชาติที่สามารถนำมาใช้ใส่อาหารแทนถ้วยโฟมได้อีกด้วย สำหรับใครที่อยากจะปลูกต้นเล็บครุฑลังกา และอยากรู้ว่าเล็บครุฑลังกามีประโยชน์อะไรบ้าง ตามไปดูกันเลย

ลักษณะต้นเล็บครุฑลังกา

เล็บครุฑลังกา (Shield Aralia หรือ Dinner Plate Aralia) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Polyscias scutellaria (Burm.f.) Fosberg เป็นต้นไม้ที่พบได้ทั่วไปในเขตภูมิอากาศแบบร้อนชื้น ทั้งในแอฟริกา เอเชีย ออสเตรเลีย และบางพื้นที่ในอเมริกา จัดอยู่ในวงศ์ Araliaceae ซึ่งเล็บครุฑลังกามีลักษณะเป็นไม้พุ่ม อายุยืนหลายปี ลำต้นสูงประมาณ 1-3 ปี ขึ้นอยู่กับภาชนะที่ใช้ปลูก จุดเด่นอยู่ที่ใบทรงกลม ผิวใบเป็นมัน สีเขียวเข้ม ขอบใบหยักและโค้งขึ้นคล้ายรูปถ้วย มีหลายขนาดประมาณ 2-10 นิ้ว จึงนิยมนำมาใส่อาหารแทนถ้วยโฟมและตกแต่งจาน

ความหมายของต้นเล็บครุฑลังกา

ต้นเล็บครุฑลังกา รวมถึงต้นเล็บครุฑสายพันธุ์อื่น ๆ ยังถือเป็นต้นไม้มงคล มีความเชื่อกันว่าสามารถช่วยปกป้องคุ้มครองคนในบ้านให้ปลอดภัยจากภัยอันตรายต่าง ๆ ได้อีกด้วย

ต้นเล็บครุฑลังกา วิธีปลูก

เล็บครุฑลังกา สามารถขยายพันธุ์ได้ทั้งการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง และปักชำ แต่ส่วนใหญ่นิยมใช้การปักชำกิ่งมากกว่า โดยนำไปปลูกในดินร่วนปนทราย เพราะต้นเล็บครุฑลังกาชอบดินที่ระบายน้ำและเก็บความชื้นได้ดี หากต้องการให้ใบใหญ่ เป็นทรงสวยงามควรปลูกในที่มีแดดรำไร หรือโดนแดดเช้า หากปลูกมีแดดแรงเกินไปจะทำให้ใบเหลืองและมีขนาดเล็ก แต่ถ้าหากไม่โดนแดดเลยจะทำให้ใบแผ่ออกไม่เป็นทรงและใบร่วงได้

วิธีการดูแลเล็บครุฑลังกาให้หมั่นรดน้ำเมื่อหน้าดินเริ่มแห้ง เพื่อรักษาความชื้นในดิน แต่ไม่รดน้ำเยอะจนดินแฉะเพราะจะทำให้รากเน่า ใบเหลือง และต้นหยุดการเจริญเติบโต หมั่นพรวนดิน ตัดแต่งกิ่ง เปลี่ยนกระถางให้เหมาะสมกับขนาดต้น และใส่ปุ๋ยทุก 4 เดือนเน้นสารไนโตรเจน ส่วนแมลงที่ต้องระวัง ได้แก่ เพลี้ยแป้ง ไรแดงหรือไรแมงมุม

ต้นเล็บครุฑลังกา ราคา

ในปัจจุบันต้นเล็บครุฑลังกามีทั้งขายเป็นต้นและตัดเฉพาะใบ ส่วนราคาของเล็บครุฑลังกาขึ้นอยู่กับขนาดและอายุของต้น รวมถึงขนาดของใบ มีตั้งแต่ประมาณ 30-50 บาท ไปจนถึงหลักพันบาท หากเป็นเล็บครุฑลังกาใบด่างราคาก็จะสูงขึ้นกว่าต้นทั่วไปเล็กน้อย

เล็บครุฑลังกา ประโยชน์

นอกจากนิยมนำใบเล็บครุฑลังกาไปใช้เป็นภาชนะแทนถ้วยโฟม ปลูกจัดสวนและทำแนวรั้วแล้ว ใบเล็บครุฑลังกายังสามารถกินได้ โดยนำใช้เป็นส่วนผสมในการทำอาหาร เช่น ใส่ในห่อหมก นำไปทอด หรือกินคู่กับน้ำพริกก็ได้ อีกทั้งยังเล็บครุฑลังกา ยังมีสรรพคุณทางยา สามารถนำไปต้มดื่มเพื่อบรรเทาอาการปวดเมื่อยได้อีกด้วย

ต้นเล็บครุฑลังกา นอกจากจะเป็นต้นไม้มงคล ช่วยป้องกันอันตรายให้กับคนในบ้านได้แล้ว ยังเป็นต้นไม้ที่เหมาะกับอากาศเมืองร้อน ปลูกได้ง่าย แถมยังมีประโยชน์มากมาย จะปลูกจัดสวนก็ได้ ตัดใบไปตกแต่งจาน-ทำอาหารก็ดี แถมยังมีสรรพคุณทางยาช่วยบรรเทาอาการเจ็บปวดได้อีกต่างหาก

ต้นไม้จัดสวน 10 ไม้ประดับทนแดดสำหรับจัดสวนหน้าบ้าน

นับวันอากาศยิ่งร้อนขึ้นทุกปี หากเลือกต้นไม้จัดสวนที่ไม่เหมาะกับอากาศบ้านเรา เหล่าต้นไม้คงตายยกสวนแน่ ๆ มาดูกันดีกว่าว่ามี ต้นไม้จัดสวน ต้นใดบ้างที่สามารถทนแดดของเมืองร้อนได้และไม่ต้องดูแลบ่อย

อากาศบ้านเรามีแต่ร้อนกับร้อนมาก ฝนตกประปราย และลมหนาวพัดมานิดหน่อย จะให้เอาไม้เมืองหนาวมาปลูกก็คงจะโตยากหรืออาจไม่แข็งแรงเท่า จะดีกว่าไหมหากลองหันมาดูไม้ประดับสำหรับจัดสวนเมืองร้อนหรือสามารถเจริญเติบโตได้ดีในสภาพภูมิอากาศของบ้านเรา เพราะความสวยงามของไม้เมืองร้อนก็ไม่ได้น้อยไปกว่าไม้เมืองหนาวเลยจริง ๆ ขนาดไม้ประดับก็ยังมีสีสันให้เชยชมชื่นใจ ด้วยต้นไม้จัดสวน 10 ชนิดที่เหมาะแก่การจัดสวนในบ้านเรามากที่สุด

1. โกสน

โกศลเป็นไม้ประดับมงคลที่อยู่ในตระกูลเดียวกับโป๊ยเซียน ลักษณะเป็นทรงพุ่ม ใบเรียวยาว และมีสีสันแตกต่างกันออกไป คนไทยสมัยก่อนเชื่อว่าหากบ้านไหนปลูกโกสนไว้ก็เท่ากับการสร้างบุญสร้างกุศลจะส่งผลให้อยู่เย็นเป็นสุข นอกจากนี้โกสนยังช่วยดูดซับสารพิษโดยรอบได้เป็นอย่างดี เหมาะแก่การนำมาจัดสวนหน้าบ้านเพราะเป็นพืชที่ชอบแสงแดดจัด ดูแลด้วยการรดน้ำให้เยอะ 1 ครั้งต่อวัน หมั่นเติมปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกในบริเวณโคนต้นเพียงเดือนละ 1 ครั้ง

2. เฟิร์น

หากพูดถึงไม้ประดับที่ช่วยสร้างบรรยากาศให้บ้านดูเขียวขจีเหมือนป่าแล้วละก็ต้องนึกถึง เฟิร์น เป็นอันดับแรก ซึ่งแบ่งออกเป็นหลากหลายสายพันธุ์และยังเป็นไม้มงคลยอดนิยมที่ช่วยเสริมเกียรติยศของครอบครัวได้อีกด้วย จะใส่กระถางแขวนหรือปลูกลงดินก็ควรให้อยู่ในที่ที่มีแดดรำไรและมีความชื้นสูงเล็กน้อย ดูแลด้วยการรดน้ำให้ชุ่มทุกวันแต่อย่ารดน้ำเยอะจนแฉะ จากนั้นนำซากใบไม้มาคลุมหน้าดินป้องกันความชื้นระเหย นอกจากนี้ควรละลายปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกกับน้ำรดลงไปที่โคนต้นเดือนละครั้งพร้อมกับตัดเล็มส่วนที่เน่าทิ้งไปอย่างสม่ำเสมอ

3. หมากผู้หมากเมีย

หมากผู้หมากเมียเป็นไม้ประดับที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับสวนไม้ประดับทั่ว ๆ ไปได้ เนื่องจากเป็นพืชใบที่มีสีสันสวยงาม มีลักษณะทรงพุ่ม ใบเรียวยาว และส่งกลิ่นหอมในตอนกลางคืน หมากผู้หมากเมียปลูกง่าย ดูแลง่ายเพียงแค่ตั้งให้โดนแดดรำไร และรดน้ำแต่พอดีเพื่อป้องกันน้ำขัดในดินจนรากเน่าเสีย นอกจากนี้ควรหมั่นใส่ปุ๋ยบำรุงทุก 3 เดือน

4. บอนสี

ขึ้นชื่อว่าเป็น “ราชินีแห่งใบไม้” ขนาดนี้จะไม่นำมาเสนอก็คงเป็นไปไม่ได้ บอนสีมีด้วยกันหลากหลายสายพันธุ์ เป็นไม้มงคลที่จะช่วยคุ้มครองให้คนในบ้านอยู่อาศัยอย่างมีความสุขและร่มเย็น มีความสูงตั้งแต่ 0.5-1 เมตร ลักษณะใบแผ่กว้างและยาว มีสีสันและลวดลายสวยงาม ส่วนการดูแลจะต้องตั้งในทิศทางที่แดดรำไร รดน้ำมากแต่ต้องไม่แฉะจนเกินไปทั้งเช้าและเย็น เพราะต้องอาศัยความชื้นควบคุมอุณหภูมิขณะสร้างเม็ดสีจากแสงแดด

5. จั๋ง

แม้จั๋งจะเป็นพืชในตระกูลปาล์มแต่ก็ถือว่าเป็นปาล์มแตกกอ ที่นิยมนำมาจัดสวนและปลูกในอาคาร เพราะเป็นไม้ประดับที่ช่วยดูดซับสารพิษได้ดี จั๋งมีถิ่นกำเนิดในแถบบริเวณบ้านเราซึ่งถูกแบ่งออกเป็น 2 ชนิดคือ จั๋งเชียงใหม่และจั๋งลาว ในบ้านเรานั้นนิยมนำจั๋งเชียงใหม่มาจัดสวนกันเป็นส่วนใหญ่ เพราะสูงแค่ 5 เมตรเมื่อโตเต็มที่ นอกจากนี้ยังเลี้ยงง่ายดูแลไม่ยาก แค่ปลูกให้อยู่ในที่ที่แดดรำไร รดน้ำปานกลาง เติมปุ๋ยหมักแค่เดือนละ 1 ครั้งด้วยการละลายน้ำแล้วรดไปตรงโคนต้น แต่สำหรับคนที่ปลูกจั๋งไวในกระถางต้องเปลี่ยนกระถางให้ใหม่ทุกปีด้วยนะคะ

7. สับปะรดสี

เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์แต่งสวนเลยก็ว่าได้นะคะสำหรับ สับปะรดสี ไม้ประดับในสวนที่มีลักษณะใบให้สีสันสวยงาม ควรปลูกในกาบมะพร้าวที่ระบายน้ำและอากาศได้เป็นอย่างดี เนื่องจากสับปะรดสีมีรากแบบอากาศ ควรดูแลตามธรรมชาติไม่จำเป็นต้องใส่ปุ๋ยเพราะจะทำให้ต้นไม่ทนทานต่อสภาพโดยรอบ แนะนำให้ปลูกไว้ในทิศทางที่แดดส่องถึงเล็กน้อยเพื่อให้ใบออกสีสันได้อย่างพอดิบพอดี รดน้ำปานกลาง ถึงแม้จะชอบความชื้นแต่ก็อย่าปล่อยให้ชื้นแฉะจนเกินไป

8. เตยหอม

เตยหอมถือว่าเป็นไม้ประดับและสมุนไพรที่คู่ควรกับคนไทยมากที่สุด เพราะนอกจากใช้ประดับสวนให้สวยงามได้แล้ว มันยังนำมาทำอาหารและใช้เป็นสมุนไพรบำรุงร่างกายได้อีกด้วย มีลักษณะเป็นไม้ทรงพุ่ม ใบเรียวยาว มีร่องตรงกลางใบ และมีกลิ่นหอมเฉพาะตัว วิธีการดูแลรักษาก็ไม่ซับซ้อนอะไรมากนัก แค่หมั่นกำจัดวัชพืชที่คอยแย่งสารอาหารให้หมดไป ปลูกในพื้นที่ที่มีแดดรำไร แต่หากปลูกไว้ริมน้ำก็จะดีกว่าเพราะเตยหอมชอบความชื้น พร้อมกับใส่ปุ๋ยหมักและปุ๋ยคอกเพื่อบำรุงต้นให้งอกงาม

9. เล็บครุฑ

เล็บครุฑเป็นไม้ประดับที่คนนิยมนำมาปลูกประดับบ้านและสวนมากที่สุดต้นหนึ่ง ซึ่งส่วนใหญ่นิยมปลูกไว้ริมรั้ว ลำต้นมีลักษณะใบกลม มีรอยหยักคล้ายขนนก มีหนามคล้ายเล็บครุฑ ขอบใบสีครีม ดูแลรักษาให้ดินอยู่ในสภาพที่ระบายน้ำได้สะดวก ตั้งในทิศทางที่มีแสงแดดส่องถึงและแดดไม่จัดจนเกินไป หมั่นตัดแต่งกิ่งก้านให้สวยงามเมื่อต้นเริ่มมีขนาดใหญ่ รดน้ำให้ชุ่มแต่ไม่แฉะ พรวนดินและใส่ปุ๋ยบ้างเป็นครั้งคราว

10. ศุภโชค

ศุภโชค อีกหนึ่งไม้ประดับมงคลที่เชื่อกันว่าหากปลูกไว้ในบ้านจะช่วยเรียกทรัพย์ให้ไหลมาเทมาอย่างไม่ขาดสาย เป็นไม้ยืนต้นสูงเต็มที่ประมาณ 6-8 เมตร ลักษณะใบเรียวยาวและเรียงติดกันแผ่กิ่งทรงพุ่ม ส่วนการดูแลนั้นก็ไม่ยากเพียงอย่าให้โดนแสงโดยตรง นอกนั้นก็ดูแลตามปกติทั่วไป รดน้ำปานกลาง และใส่ปุ๋ยเพื่อเพิ่มสารอาหารบ้าง

ใครที่กำลังมองหาไอเดียแต่งสวนแต่ไม่อยากสรรหาพรรณไม้เมืองหนาวให้ยุ่งยาก ก็ลองนำไอเดียพรรณไม้เมืองร้อนที่เรานำมาฝากกันในวันนี้ไปแต่งสวนดูสิคะ แล้วจะรู้ว่ามันสวยงามเหมาะกับสภาพอากาศของบ้านเราขนาดไหน

สายพันธุ์ฟิโลเดนดรอน ไม้ประดับใบสวย น่าปลูกจัดสวน

รวมต้นไม้ตระกูลฟิโลเดนดรอน (Philodendron) ไม้ประดับใบสวย ปลูกแต่งบ้านก็ได้ ปลูกขายสร้างรายได้ก็ดี อยากรู้ว่ามีฟิโลเดนดรอน สายพันธุ์ไหนน่าปลูกบ้าง แต่ละต้นมีลักษณะเด่นยังไง ตามไปชมกันเลย

กระแสการปลูกต้นไม้ยังคงเป็นที่นิยมอย่างต่อเนื่อง นอกจากต้นไม้ใบด่างแล้ว ก็มีไม้ประดับใบสวยนี่แหละที่เหล่านักสะสมตามหา วันนี้เราก็จะพาไปชม 10 สายพันธุ์ฟิโลเดนดรอน ที่มาพร้อมกับใบทรงสวยและเป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร นอกจากจะปลูกไว้ช่วยตกแต่งบ้านให้ดูสดชื่นน่ามองขึ้นได้แล้ว ยังช่วยให้สวนของเราสวยงามเป็นเอกลักษณ์อีกด้วย บางสายพันธุ์ยังสามารถปลูกขายได้ด้วย ส่วนจะมีสายพันธุ์ไหนบ้าง และแตกต่างกันอย่างไร ตามไปชมกันเลย

ฟิโลเดนดรอน

ฟิโลเดนดรอน (Philodendron) หลายคนอาจจะเรียกสั้น ๆ ว่า ฟิโล แต่ชื่อเต็มนั้นมาจากการรวมของคำภาษากรีก 2 คำ คือ Phileo (ฟิโล) แปลว่า รัก และ Dendron (เดนดรอน) แปลว่า ต้นไม้ ทำให้มีความหมายว่า พรรณไม้ที่ชอบอยู่กับต้นไม้อื่น นั่นเอง มีต้นกำเนิดมาจากเขตป่าฝนในแถบอเมริกาใต้ เช่น บราซิล เป็นพืชในสกุล Araceae ปัจจุบันมีมากกว่า 480 สายพันธุ์ ทั้งแบบไม้เลื้อย ไม้ล้มลุก และไม้พุ่ม ลักษณะเด่นของต้นไม้สกุลฟิโล คือ ใบขนาดใหญ่และรากอากาศยาว สามารถเจริญเติบโตได้ทั้งในร่มและกลางแจ้งขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ แต่ส่วนใหญ่จะชอบแสงแดดรำไรประมาณ 50-60% และความชื้นสูง

ทั้งนี้ ฟิโลเดนดรอนบางสายพันธุ์อาจจะมีความคล้ายคลึงกับพลูด่าง ซึ่งต้องบอกว่าต้นไม้ทั้ง 2 ชนิดนี้เป็นพืชในสกุลเดียวกันคือ Araceae แต่อยู่คนละวงศ์ มีถิ่นกำเนิดต่างกัน ใบของพลูด่างจะมีขนาดใหญ่กว่า สีเขียวอ่อนค่อนไปทางเหลือง ในขณะที่ใบของฟิโลเดนดรอนจะมีขนาดเล็กกว่า สีเขียวเข้มเป็นมัน

สายพันธุ์ฟิโลเดนดรอน น่าปลูกจัดสวน

1. ฟิโลเดนดรอน ก้านส้ม

ฟิโลเดนดรอน ก้านส้ม (Philodendron Billietiae Croat) หรือฟิโลก้านส้ม ต้นไม้ล้มลุกอายุหลายปี มีถิ่นกำเนิดจากอเมริกาใต้ จุดเด่นอยู่ที่ใบรูปหอกขนาดใหญ่คล้ายหัวลูกศร ขอบใบเป็นคลื่นถี่ ใบหนาคล้ายแผ่นหนัง ด้านบนสีเขียว ด้านล่างสีเขียวอ่อน ตัดกับก้านใบสีส้มทรงกระบอก สามารถยาวได้ถึง 26-28 เซนติเมตร ออกดอกเป็นช่อ ลำต้นความสูงประมาณ 3 ฟุต นิยมขยายพันธุ์ด้วยการตอนและปักชำยอด ควรปลูกในดินร่วนผสมปุ๋ยอินทรีย์ ระบายน้ำและเก็บความชื้นได้ดี ชอบแดดรำไร รดน้ำเพียงวันละครั้ง

2. ฟิโลเดนดรอน หูช้าง

ฟิโลเดนดรอน หูช้าง (Giant Philodendron) ชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Philodendron sp. เป็นต้นไม้ที่มีถิ่นกำเนิดในอเมริกาใต้ เป็นไม้ล้มลุกอายุหลายปี ลำต้นอวบหนา เส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ 3 เซนติเมตร ใบขนาดใหญ่เป็นรูปหัวใจ ความกว้างประมาณ 36-38 เซนติเมตร ยาว 39-40 เซนติเมตร ใบหนาผิวเกลี้ยงเป็นมัน ด้านบนสีเขียวเข้ม ด้านล่างสีเขียวอ่อน เส้นกลางใบนูนเด่นชัด ออกดอกเป็นช่อ นิยมขยายพันธุ์ด้วยการเพาะเมล็ด การตอน และปักชำ เหมาะสำหรับปลูกในดินร่วน ชอบน้ำปานกลางและแสงแดดรำไร ออกแบบบริเวณบ้าน