แต่งห้องนอน สไตล์ติ่ง พร้อมทริกจัดห้องนอนให้ดูกว้าง ไม่รก แม้ของเยอะ

สไตล์ติ่ง ของสะสมเยอะ ไม่รู้จะเก็บยังไงดี ไม่ให้ห้องดูรก มาดู ไอเดียแต่งห้องนอนสไตล์ติ่ง และวิธีจัดห้องนอนเล็ก ๆ ให้ดูกว้าง ต่อให้ของเยอะแค่ไหนก็ยังมีที่เก็บ แถมยังดูเป็นระเบียบ น่าอยู่ คุมโทนด้วยสีขาว-ดำ สวย เท่ ทันสมัย

เมื่อศิลปินที่ชอบมีผลงานใหม่ ๆ ออกมา ไม่ว่าจะเป็นอัลบั้ม โฟโต้บุ๊ก ตุ๊กตา หรือนิตยสาร เหล่าแฟนคลับก็อยากจะซื้อสะสมไว้เป็นธรรมดา แต่จะทำอย่างไรล่ะหากของเหล่านั้นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนแทบไม่มีที่เก็บ แถมห้องนอนเล็ก ๆ

มีพื้นที่จำกัด ขยายก็ยาก ต่อเติมเพิ่มก็ไม่ได้ วันนี้กระปุกดอทคอมขอนำไอเดียแต่งห้องนอนติ่งของคุณ Prapaporn Nangpang มาฝาก ไม่ว่าจะอยู่ด้อมจีน เกาหลี ญี่ปุ่น ไทย หรือด้อมไหน ๆ ก็นำไปประยุกต์ใช้ได้ แบบครบ จบ ในห้องเดียว

สไตล์ติ่ง ก่อนตกแต่งเป็นห้องนอนสีขาวธรรมดา ปูพื้นด้วยกระเบื้องลายอิฐ หลังจากปรับใหม่ก็ยังคงใช้ผนังสีขาวเหมือนเดิม แต่เปลี่ยนของตกแต่งใหม่ทั้งหมด เริ่มจากปูพื้นด้วยกระเบื้องสีอ่อน ในขณะที่ส่วนอื่น ๆ ก็คุมโทนด้วยสีขาว-ดำ

ไม่ว่าจะเป็นโครงเตียง ชุดผ้าปูที่นอน โต๊ะข้างเตียง รวมไปถึงโต๊ะ-เก้าอี้สำหรับทำงาน รวมถึงการเน้นใช้พื้นที่แนวตั้งให้เกิดประโยชน์ ด้วยการนำชั้นวางของมาติดเพิ่มพื้นที่เก็บ ซึ่งนอกจากจะทำให้ห้องนอนเล็ก ๆ ดูกว้างขึ้นแล้ว ยังช่วยให้บรรยากาศโปร่ง โล่ง สบาย เหมาะกับการพักผ่อนมาก ๆ

และแม้จะเป็นห้องนอนเล็ก ของเยอะ แต่ก็มีความระเบียบ ด้วยวิธีการจัดห้องนอนสุดเจ๋ง เริ่มจากเปลี่ยนหลังประตูเป็นที่แขวนกระเป๋า ส่วนด้านข้างก็มีโต๊ะ 2 ตัวสำหรับวางของกระจุกกระจิก เช่น ตุ๊กตา โคมไฟ และรูปภาพศิลปิน ออกแบบภายใน ในขณะที่อีกฝั่งของห้องก็เพิ่มชั้นวางหนังสือและตู้เก็บของแบบมีบานเปิด-ปิด ไว้สำหรับเก็บอัลบั้ม โฟโต้บุ๊ก หนังสือ สำหรับของใช้ส่วนตัวอย่างเครื่องสำอางก็วางไว้ในรถเข็นเก็บของ

ที่นอกจากจะช่วยให้ห้องนอนดูเป็นระเบียบแล้ว ยังช่วยประหยัดพื้นที่ แถมยังสามารถเคลื่อนย้ายได้ง่าย สะดวกต่อการทำความสะอาด ที่สำคัญยังเพิ่มความสดใสด้วยต้นไม้สีเขียวเล็ก ๆ ตามมุมห้องและบนชั้นวางของ เรียกได้ว่าเป็นห้องนอนติ่งที่น่าอยู่มากจริง ๆ ว่าแล้วก็ตามไปชมภาพสวย ๆ ของเธอกันเลย

รีโนเวทห้องเก็บของสุดรก สู่ห้องนอนอบอุ่นด้วยงบหมื่นห้า

สำหรับคนที่อยากจะรีโนเวทห้องรก ๆ ในบ้าน เช่น ห้องเก็บของที่ไม่ได้ใช้งานมานาน แต่ยังไม่รู้ว่าจะจัดการยังไงดี วันนี้มีงานรีโนเวทสวย ๆ จาก เฟซบุ๊ก บ้านเรา มาฝาก กับการเปลี่ยนห้องเก็บของสุดรก ให้กลายเป็นห้องนอนบรรยากาศอบอุ่น สำหรับลูกตัวน้อย ในสไตล์มินิมอล ที่บอกเลยว่าน่าทิ้งตัวสุด

คุณแม่คนนี้ได้เนรมิตห้องใหม่ขนาด 20 ตารางเมตร ด้วยตัวเองทั้งหมด กับงบ 15,000 บาท ที่ได้แรงบันดาลใจมาจากลูกชายตัวน้อย และเป็นคนคิดเองทำเองทุกขั้นตอน คอนเซ็ปต์การตกแต่งก็คือ เน้นโทนสีเรียบ ๆ ให้มีความมินิมอลมากที่สุด เพราะหากมีข้าวของลูกน้อยเข้ามา ห้องจะได้ไม่ดูรก และง่ายต่อการหยิบใช้งาน

รีโนเวทห้องนอนบ้านไม้เก่า ชุบชีวิตให้สวย สะอาด น่าพักผ่อน ด้วยงบ 12,000 บาท

ห้องนอนบ้านไม้เก่า ๆ เล็ก ๆ ธรรมดา ๆ ก็แปลงโฉมให้ดูดี มีราคา น่านอนขึ้นมาได้ เหมือนอย่างเช่นผลงานการรีโนเวทห้องนอนของ คุณ winkawee สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม ที่แม้จะมีงบประมาณไม่มาก แต่ก็ชุบชีวิตห้องเก่าได้น่าสนใจ เปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ จนกลายเป็นห้องนอนสีขาว สะอาดตา ซ่อนความมินิมอลไว้เล็กน้อย แถมความทรงจำเดิมยังอยู่ครบ ด้วยงบประมาณ 12,000 บาท

ที่สำคัญงานนี้เธอไม่จ้างช่างเลยสักนิด เพราะจูงมือคุณพ่อมาทำกันเองแค่สองคน ซึ่งผลลัพธ์ก็ออกมาสวยแจ่ม เลอค่า น่าปรบมือให้มาก ๆ ใครมองหาไอเดียรีโนเวทห้องนอนตัวเองอยู่ ต้องห้ามพลาดเด็ดขาดเลยล่ะ

[CR] รีโนเวทห้องนอนบ้านไม้เก่า ให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง ด้วยตัวเองและพ่อ
โดย คุณ winkawee สมาชิกเว็บไซต์พันทิปดอทคอม

หลังจากที่ห่างหายการตั้งกระทู้ไปซะนาน วันนี้เรากลับมาแล้วค่ะ คราวนี้มาแปลกเราจะไม่ได้มารีวิวเรื่องของการท่องเที่ยวแต่จะมารีวิวการรีโนเวทห้องนอนบ้านไม้ที่สุดแสนจะเก่า ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง งบในการรีโนเวทในครั้งนี้ที่เราตั้งเอาไว้ในใจก็คือ ไม่มีเลยค่ะ ไม่มีเงิน (หยอก หยอก) ใจกลางความสำคัญในการรีโนเวทครั้งนี้ สารตั้งต้นก็ต้องเป็น “เงิน” นี่แหละค่ะ

โดยจุดเริ่มต้นในการรีโนเวทครั้งนี้เริ่มจากวัดขนาดของห้องเพื่อจะซื้อเสื่อน้ำมัน ห้องเรากว้างประมาณ 15 ตารางเมตรค่ะ หลังจากที่ได้เสื่อน้ำมันสีตามที่ใจต้องการแล้ว ก็มาเลือกชนิดของสีที่จะใช้ทาห้อง ด้วยความที่ห้องไม้ของเราเก่ามากมาก ทางเดียวที่จะทำให้มันดูใหม่ก็คือต้องทาสีขาว เราเลยเลือกเป็นสี Super Shield Timbershield รหัส T-001 ซึ่งเป็นสีขาวไป แต่ของที่ได้กลับมาเป็น สีเบจ A ก็เลยตามเลยค่ะ ใช้สีนี้ทาไปเลย (ใช้ไป 2 แกลลอนครึ่ง)

ซึ่งหัวแรงใหญ่ในการทาสีครั้งนี้คือพ่อของเรา โดยมีเราเป็นลูกมือในการช่วยทา แต่ก่อนที่จะทาสีได้สิ่งที่เราต้องทำให้เสร็จก่อนคือการทำความสะอาดไม้ที่มีฝุ่นเกราะ และทำการอุดโป๊วรูรั่วที่มีทั้งหมดก่อนด้วยอะคริลิคอุดโป๊ว TOA302 (ใช้ไป 3 กระป๋อง) เราว่าสิ่งที่น่าจะยากที่สุดแล้วในการทำห้องนี้ก็คือการอุดรูบริเวณผนังไม้ในห้องนี่แหละค่ะ และที่สำคัญพ่อเราอุดโป๊วเก่งมาก เรียกได้ว่าอุดจนไม่มีลมเข้ากันเลยทีเดียว บางคนอาจจะถามว่าทำไมไม่ใช้พวกแผ่นสมาร์ทบอร์ดมาติด ที่เราไม่ติดแผ่นบอร์ดที่ผนังห้องเพราะยังอยากคงลายไม้และคงความเป็นไม้ให้ยังอยู่ค่ะ เราชอบนอนมองชั้นของแผ่นไม้ข้างฝาที่ซ้อนทับกันอยู่

พอเราทาสีพร้อมอุดโป๊วเสร็จ ขั้นตอนต่อไปก็คือ นำชั้นวางของ 3 ช่องอันเก่าและโต๊ะมาทาสีขาวเพื่อให้เข้ากับของ หลังจากนั้นก็ทยอยจัดของที่สั่งซื้อมากันเลยค่ะ (ขั้นตอนจากเริ่มจนถึงจัดห้อง ใช้เวลาร่วมเดือนเหมือนกันค่ะ เพราะมีเวลาแค่เสาร์อาทิตย์)

สไตล์ติ่ง ของที่ซื้อเข้ามามีดังต่อไปนี้ค่ะ

1. สี TOA SuperShield TimberShield สีเบจ A ราคาแกลลอนละ 700 บาท ซื้อมา 4 แกลลอน ราคา 2800 บาท (สียังเหลืออีก 1 แกลลอนครึ่ง) ซื้อจากร้านลี่ชวน มหาชัย

2. อุปกรณ์ทาสีและอะคริลิคอุดโป๊ว TOA 302 ขนาด 1 กิโลกรัม ราคา 759 บาท (อุปกรณ์ทาสีที่ซื้อมาบางอันก็ไม่จำเป็นค่ะ หลักหลักที่ใช้จะมี แปรงทาสีขนาด 1″ ขนาด 2″ และ 4″) ซื้อจาก HomePro มหาชัย

3. อะคริลิคอุดโป๊ว TOA302 ขนาด 1กิโลกรัม (ซื้อรอบ 2) ซื้อมา 2 กระปุก ราคากระปุกละ 259 บาท โดยคราวนี้ซื้อมาพร้อมกับหลอดไฟ LED EVE 22W ราคาหลอดละ 175 บาท เลือกเป็นหลอดแบบ WarmWhite ค่ะ ต้องการให้สีของห้องออกมาโทนอบอุ่น รวมเป็น 693 บาท ซื้อจาก DoHome ปากทางบ้านแพ้ว

4. เสื่อน้ำมันลายไม้ รหัสลาย Y7030 ขนาด 15 ตารางเมตร จริง ๆ อยากได้เป็นพวกกระเบื้องยางนะคะ แต่เนื่องจากพื้นบ้านของเราไม่สม่ำเสมอ และเนื่องจากงบประมาณจำกัดเลยเลือกใช้เป็นเสื่อน้ำมัน ราคา 1080 บาท ซื้อจากร้าน Jnui4957 (Shopee)

5. โต๊ะทำงานสีไม้ขาเหล็ก ขนาด 120 ซม. รหัส YF-1230 ที่เลือกโต๊ะรุ่นนี้เพราะเห็นว่าเข้ากับสีของเสื่อน้ำมัน ราคา 929 บาท (รวมค่าส่ง ต้องประกอบเอง) ซื้อจากร้าน Yifeng 001 (Shopee)

6. เก้าอี้พลาสติกสีขาว ขาไม้สีบีช ที่เลือกเก้าอี้รุ่นนี้เพราะเห็นว่าเข้ากับโต๊ะและสีของห้อง ราคา 442 บาท (รวมค่าส่ง ต้องประกอบเอง) ซื้อจากร้าน in_myhome (Shopee)

7. ที่นอน รุ่น Gagla ขนาด 5 ฟุต แถมหมอน 2 ใบ (อย่าคาดหวังกับหมอน) ที่เลือกที่นอนรุ่นนี้เพราะราคาไม่สูงมาก สำหรับราคาเท่านี้เราว่าใช้ได้เลย แต่กับหมอนที่แถมมาหนุนแล้วไม่สบายหัวเท่าไหร่ แต่ขอดีคือขนส่งของทางร้านส่งถึงบนห้องนอนเลย ราคา 3,984 บาท (รวมส่ง) ซื้อจากร้าน popolord (Shopee)

8. ผ้าปูกับผ้านวม พร้อมปลอกหมอนสีขาว เนื่องจากโทนห้องมาขาวแล้วก็เลยต้องไปให้สุดทาง เลยสั่งผ้าปูกับผ้านวมเป็นสีขาวไปซะเลย ตัวผ้าปูค่อนข้างบางนิดนึงแต่เนื้อผ้าดีอยู่ ตัวผ้านวมเองก็เป็นแบบบางห่มสบายอยู่ แต่ถ้าอากาศเย็น ๆ น่าจะเอาไม่อยู่

แต่ด้วยความที่ว่าบ้านเราอยู่กาญจนบุรีไม่ต้องกลัวเรื่องความเย็นอยู่ กลัวเรื่องความร้อนจะดีกว่า ราคา 755 บาท (รวมส่ง) ซื้อจากร้าน teenonpeenang (Shopee)

9. พรมปูพื้น ขนาด 80×120 เซนติเมตร สีน้ำตาลอ่อน ที่เราเลือกสีนี้เพราะต้องการเอามาใช้กับ Bean Bag สีน้ำตาลที่มีอยู่แล้ว

เอาไว้มาทำมุมนั่งเล่นอ่านหนังสือ ราคา 109 บาท (รวมส่ง) ซื้อจากร้าน tpsixth (Shopee)

10. พัดลม Sharp PJ-SL163 สีเทา ขนาดใบพัด 16 นิ้ว ที่เราเลือกซื้อพัดลมเนื่องจากพัดลมตัวที่มีอยู่เป็นสีเหลือง เราว่ามันไปด้วยกันกับโทนสีของห้องไม่ได้ และที่สำคัญตัวเก่าก็คือเก่ามากแล้ว ก็ควรได้เวลาไปพักปล่อยหน้าที่ให้เจ้าตัวนี้ทำหน้าที่แทน เห็นตัวเล็ก ๆ แบบนี้เราว่าแรงลมก็ออกมาเย็นใช้ได้เหมือนกันนะ ราคา 828 บาท ซื้อจาก Tesco Lotus บ้านโป่ง

11. ผ้าม่านตาไก่โปร่งแสงติดบริเวณหน้าต่าง ขนาด 1.00×1.30 เซนติเมตร ที่เลือกผ้าม่านแบบนี้จุดประสงค์เดียวก็คือเพราะเป็นสีขาวที่เข้ากับห้องค่ะ ราคา 130 บาท (รวมส่ง) ซื้อจากร้าน st.shop_ (Shopee)

12. ราวแขวนผ้าม่าน ไม้เท้ายืดหดปรับระดับได้ ขนาด 60-110 เซนติเมตร ที่เลือกเพราะเป็นสีขาวเข้ากับม่านและราคาไม่แพง และเนื่องจากตัวผ้าม่านเบาอยู่แล้ว ก็เลยไม่ต้องกลัวเรื่องน้ำหนัก ราคา 81 บาท (รวมส่ง) ซื้อจากร้าน tukdi (Shopee)

13. ฟิล์มติดกระจกสุญญากาศ กว้าง 90 เซนติเมตร รหัส C058-D ฝ้าดำ ที่ต้องใช้ฟิล์มติดกระจกเนื่องจากประตูห้องเป็นกระจก และอยากได้ความเป็นส่วนตัวโดยไม่ใช้ม่าน ราคา 106 บาท (รวมส่ง) ซื้อจากร้าน jnui4957 (Shopee)

รวมทั้งสิ้นซื้อของไปทั้งหมด 12,696 บาท

สำหรับเราแล้วเงินหมื่นกว่าบาทก็นับว่าเป็นยอดเงินที่สูง แต่ในทางกลับกันมันก็ได้ชุบชีวิตห้องนอนบ้านไม้เก่า ๆ หนึ่งห้องให้กลับมามีชีวิตชีวาอีกครั้ง

นอกเหนือจากที่เรา List ไว้ด้านบน ของแต่งห้องที่เหลือ ก็จะเป็นของที่เรามีอยู่แล้วเป็นส่วนใหญ่ เป็นของที่ทำให้เราระลึกถึงความทรงจำในวัยเด็ก รวมไปถึงความสุขที่ได้จากการท่องเที่ยว ไม่ว่าจะเป็นถังตวงข้าว กระบุงใส่ข้าวของย่า

ป้ายทะเบียนของพ่อ ผ้าคลุมเตียงของแม่ ของที่ระลีกจากต่างประเทศและในประเทศ นิตยสารเล่มโปรด เพลงที่ชอบฟัง รวมไปถึงของขวัญวันเกิดที่มีคนให้มา เรียกได้ว่าได้กลับไปนอนที่ห้องนี้ทีไร ก็ลืมความเหน็ดเหนื่อยจากการทำงาน ลืม “ความไม่สุข” ไปได้ชั่วขณะ

สุดท้ายนี้เราหวังว่ากระทู้ของเราจะเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อย และเราอยากจะบอกว่า บ้านเล็ก บ้านเก่า ไม่สำคัญ แค่เราปรับเปลี่ยนมันในกำลังที่เราพอไหว ใช้สิ่งที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด หรือถ้าไม่มีงบจะทำจริงจริงเราว่า แค่ทำความสะอาด จัดให้เป็นระเบียบแค่นี้ก็น่าอยู่ขึ้นมาแล้วค่ะ

เพราะแท้จริงแล้ว ความสวยของห้องของบ้านเป็นเพียงส่วนหนึ่ง ส่วนที่สำคัญจริงจริงคือ คนที่อยู่มี “ความสุข” รึเปล่าแค่นั้นเองค่ะ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *