0

แบบ Walk in Closet ไอเดียห้องเก็บเสื้อผ้าขนาดใหญ่จุใจ ดีไซน์เก๋

เอาใจสายแฟชั่นนิสต้าทั้งหลาย กับไอเดีย Walk in Closet ดีไซน์เก๋ เพื่อจัดระเบียบพื้นที่ให้มากกว่าที่เก็บเสื้อผ้า ของเยอะแค่ไหนก็มีเก็บ

สาว ๆ หนุ่ม ๆ ที่เป็นสายแฟชั่น รักการเอฟเสื้อผ้าเครื่องประดับหรือสินค้าออนไลน์ทั้งหลาย คงต้องเคยปวดหัวกับปัญหาเสื้อผ้าล้นตู้ เครื่องประดับ กระเป๋า รองเท้า และแอคเซสซอรี่ต่าง ๆ กองสุมพะเนิน จะใส่อะไรแต่ละทีก็ต้องมาคุ้ยให้เสียเวลา จะดีกว่าไหมถ้าคุณมี Walk in Closet หรือพื้นที่สวรรค์สำหรับคนชอบแต่งตัว เพื่อจัดระเบียบเสื้อผ้าและของแต่งตัวของคุณให้เป็นหมวดหมู่ เรียบร้อย และสวยงาม หยิบจับได้สะดวก ไม่ต้องปวดหัวเวลาจะเลือกมิกซ์แอนด์แมทช์ชุดในโอกาสต่าง ๆ อีกต่อไป ใครที่กำลังมองหาไอเดียสร้างหรือตกแต่งพื้นที่ Walk in Closet วันนี้เรามีทางออกมาให้แล้วค่ะ

Walk in Closet คืออะไร

Walk in Closet คือ พื้นที่หรือห้องสำหรับเก็บเสื้อผ้า เครื่องประดับ และของแต่งตัวต่าง ๆ มีหลากรูปแบบ หลายขนาด โดยทั่วไปมักเป็นห้องขนาดเล็กที่มีตู้ติดผนัง ชั้นวางของ และลิ้นชัก โดยอาจมีหรือไม่มีประตูก็ได้ ส่วนใหญ่มักจะไม่มีประตูหน้าบาน เพื่อให้ผู้ใช้ได้มองเห็นเสื้อผ้าได้เลยทันที ไม่ต้องไล่เปิดบานตู้ทีละบาน แต่ก็เป็นสาเหตุทำให้เกิดฝุ่นได้ง่าย และถ้าจัดเก็บไม่เป็นระเบียบก็จะทำให้ตู้ไม่เรียบร้อย ไม่สวยงาม

สำหรับ Walk in Closet ที่มีขนาดใหญ่จะมีพื้นที่สำหรับแต่งตัว และมักจะติดตั้งกระจกเงาอย่างน้อยหนึ่งบาน บางครั้งอาจจะจัดวางโต๊ะเครื่องแป้งไว้ในพื้นที่ เพื่อการใช้งานที่สมบูรณ์ครบในที่เดียว ซึ่งจะช่วยลดความแออัดในการใช้งานของห้องอื่น ๆ เช่น ห้องน้ำและห้องนอนได้ ยิ่งถ้าหากพื้นที่ถูกออกแบบให้ต่อเนื่องเชื่อมกับด้านหน้าห้องน้ำ และจัดวางฟังก์ชันให้เหมาะสมก็จะยิ่งทำให้มีความสมบูรณ์แบบมากยิ่งขึ้น พร้อมสำหรับความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าเครื่องประดับตามสไตล์ของตัวเอง

Walk in Closet จำเป็นหรือไม่

นอกจากความสวยงามที่ทำให้คุณสามารถจัดเก็บเสื้อผ้าส่วนใหญ่ไว้ในห้องเดียวได้อย่างมีระเบียบแล้ว Walk in Closet ยังช่วยลดพื้นที่ในห้องอื่น ๆ ในบ้านได้ ทำให้ใช้ประโยชน์จากพื้นที่ต่าง ๆ ในบ้านได้อย่างเต็มรูปแบบและคุ้มค่า อีกทั้งยังเพิ่มความเรียบร้อย เป็นสัดส่วน และสวยงามสบายตาให้กับบ้าน ด้วย เพราะมีพื้นที่สำหรับจัดเก็บเสื้อผ้าและเครื่องประดับ ไม่แขวนหรือวางให้เกะกะรกบ้าน มีลิ้นชักสำหรับเก็บเครื่องประดับ ชั้นวางกระเป๋าสะพาย ตู้สำหรับเก็บรองเท้า หรือมุมเครื่องประดับที่จัดให้อยู่ในหมวดหมู่เดียวกันด้วย

หลายคนอาจจะมองว่า Walk in Closet เป็นห้องที่มีความหรูหรา ต้องอยู่ในบ้านหลังใหญ่เท่านั้น ถึงจะมีห้องแบบนี้ได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว พื้นที่หรือห้องลักษณะนี้สามารถมีได้ในทุกบ้านเลยทีเดียว ซึ่งขั้นตอนในการวางแผน ออกแบบ และสร้าง Walk in Closet นั้นแตกต่างตู้เสื้อผ้าแบบแยกชิ้นอย่างสิ้นเชิง เพราะคุณต้องพิจารณาถึงโครงสร้างของห้องจากลักษณะห้องเหลี่ยม ๆ และทำให้รองรับพอดีกับความต้องการของผู้ใช้งาน และต้องอาศัยความแม่นยำของการออกแบบเป็นอย่างมาก รวมถึงการเลือกใช้เฟอร์นิเจอร์ที่ได้รับการออกแบบมาอย่างเหมาะสมด้วย

ประเภทของ Walk in Closet ดีไซน์เก๋

ก่อนจะไปดูไอเดียในการแต่งพื้นที่สำหรับแต่งตัวกัน เรามาดูประเภทของ Walk in Closet กันก่อนดีกว่าว่ามีแบบไหนบ้าง และควรเลือกแบบไหนให้เหมาะกับตัวเอง

  • Single-Sided Walk in Closet : เป็นพื้นที่เก็บเสื้อผ้าที่มีขนาดเล็กที่สุดและเรียบง่ายมากที่สุด มีพื้นที่สำหรับเก็บของจัดวางไว้อยู่บนผนังฝั่งตรงข้ามของทางเข้า และมีพื้นที่ว่างเล็กน้อยสำหรับการเข้าถึง
  • Double-Sided Walk in Closet : เป็นพื้นที่จัดเก็บที่มีขนาดเล็กถึงขนาดกลาง สามารถจัดเก็บเสื้อผ้าได้ทั้ง 2 ด้านซ้าย-ขวา และมีทางเดินที่ชัดเจนตรงกลาง
  • Island Walk in Closet : เป็นตู้เสื้อผ้าแบบวอล์กอินสองด้านโดยมีเคาน์เตอร์หรือพื้นที่ว่างอยู่ตรงกลาง เก็บของได้ทั้ง 3 ผนัง หรือด้านใดด้านหนึ่งมีไว้สำหรับวางหรือทำเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งได้ Walk in Closet ลักษณะนี้จะมีพื้นที่กว้างขวางและให้ความรู้สึกหรูหรา

วิธีออกแบบ Walk in Closet ดีไซน์เก๋

ปัจจุบัน การทำ Walk in Closet ในบ้านแต่ละหลังสามารถทำได้ง่ายมากขึ้น เพียงแค่เลือกใช้ตู้เสื้อผ้าหรือเฟอร์นิเจอร์แบบบิลต์อินให้มีความหลากหลาย และมีฟังก์ชันการใช้งานครบครันทั้งราวแขวนเสื้อผ้า ลิ้นชักสำหรับเก็บของ หรือชั้นวาง สำหรับคนที่มีทักษะงานช่างหรือการออกแบบ อาจจะ DIY ตู้เสื้อผ้าของเดิม และเลือกจัดวางกับ เฟอร์นิเจอร์ ที่มีอยู่ เพื่อให้ตอบโจทย์และพฤติกรรมการใช้งานของตัวเองได้ดีที่สุด และยังเข้ากับสไตล์ของตัวเองด้วย โดยมีหลักการง่าย ๆ ในการออกแบบ Walk in Closet ดังนี้

1. ประเมินความต้องการของตัวเอง

ก่อนจะเริ่มร่างตัวเลือกการออกแบบสำหรับ Walk in Closet ควรพิจารณาถึงเสื้อผ้าหรือข้าวของที่ต้องการจัดเก็บในตู้เสื้อผ้าและวิธีการจัดเก็บสิ่งของเหล่านั้น เช่น ต้องการลิ้นชักหรือที่เก็บของแบบแขวนเพิ่มหรือไม่ พื้นที่เก็บของแบบแขวนต้องยาวแค่ไหน มีการจัดเก็บชุดเดรส ชุดสูท หรือเสื้อโค้ทกันหนาวตัวยาวหรือไม่ จะจัดเก็บกางเกงแบบพับหรือแบบพาดกับไม้แขวน ชอบชั้นวางของแบบเปิดหรือชอบลิ้นชักมากกว่ากัน ต้องการพื้นที่สำหรับแขวนเข็มขัดหรือเนคไท หรือลิ้นชักเครื่องประดับที่มีตัวแบ่งแบบกำหนดเองหรือไม่ รวมถึงพื้นที่สำหรับจัดวางรองเท้า

2. วัดห้องของคุณ

เมื่อได้แบบร่างคร่าว ๆ แล้ว ก็ต้องเริ่มวัดขนาดห้องและวาดแผนผังชั้น กำหนดตำแหน่งประตูและหน้าต่าง ราวแขวนต่าง ๆ ให้พอเหมาะกับการใช้งาน เช่น การติดตั้งราวแขวน ควรมีความสูงที่อยู่ในระยะที่เอื้อมถึง หรือประมาณ 1.5 เมตร ด้านบนอาจทำชั้นสำหรับจัดเก็บสิ่งของอื่น ๆ เช่น หมอน ผ้าปูที่นอน ผ้านอนที่จำเป็นต้องหยิบใช้ โดยควรมีความสูงไม่เกิน 1.8-1.9 เมตร ส่วนลิ้นชักจัดเก็บชุดชั้นใน ควรติดตั้งให้อยู่บริเวณด้านล่าง ระยะความสูงของลิ้นชักควรอยู่ที่ประมาณ 40 เซนติเมตร นอกจากนี้ยังควรพิจารณาถึงตำแหน่งของเต้าเสียบ สวิตช์ไฟ ช่องระบายอากาศ และอุปกรณ์อื่น ๆ ในการแต่งตัวด้วย

3. จัดสรรพื้นที่เก็บของให้เหมาะสมและใช้ประโยชน์ได้สูงสุด

แบ่งพื้นที่ในส่วน Walk in Closet ให้เหมาะสมและเพียงพอกับการใช้งาน โดยเริ่มตั้งแต่การแบ่งจำนวนพื้นที่แขวนเสื้อผ้า เช่น เสื้อเชิ้ต กระโปรง กางเกง หรือเดรส ชุดราตรี หรือเสื้อโค้ทตัวยาว กำหนดชั้นวางหรือลิ้นชักสำหรับเก็บของหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ เช่น เข็มขัด เนคไท หมวก เครื่องประดับ กระเป๋าถือ หรือกระเป๋าเดินทาง รวมไปถึงช่องว่างสำหรับวางรองเท้า นอกจากนี้ยังควรคำนึงถึงพื้นที่ส่วนเกาะกลาง ซึ่งเป็นพื้นที่สำหรับลองชุดหรือจัดเก็บเครื่องประดับชิ้นเล็กชิ้นน้อยให้เป็นระเบียบมากขึ้น

4. ออกแบบให้แสงธรรมชาติเข้าถึง ให้มีความโปร่ง ป้องกันความชื้น

ในการออกแบบ Walk in Closet ควรเลือกพื้นที่ห้องที่มีช่องแสงธรรมชาติส่องเข้ามาถึง หรือเว้นพื้นที่ให้มีแสงสว่างจากธรรมชาติเข้ามาได้ เพื่อช่วยให้ผู้ใช้สามารถได้มองเห็นข้าวของต่าง ๆ ในแสงธรรมชาติ ตรงกับสีจริง ไม่เพี้ยน นอกจากนี้ยังควรออกแบบให้ Walk in Closet มีหน้าต่างหรือช่องลมที่สามารถระบายความอับชื้นภายในห้องได้

ไอเดียตกแต่ง Walk in Closet ในแบบที่ใช่ ดีไซน์เก๋

1. Walk in Closet แบบ Single-Sided ในโทนสีขาว

เป็นพื้นที่จัดเก็บเสื้อผ้าแบบฝั่งเดียว โดยใช้ตู้เสื้อผ้ามีหน้าบานกระจกเปิด-ปิดได้ ทำให้สะดวกในการมองดูเสื้อผ้าโดยไม่ต้องเปิดตู้ ฝั่งตรงข้ามติดตั้งกระจกยาวสำหรับส่องดูความเรียบร้อยของเสื้อผ้า พิเศษกับหุ่นโชว์สำหรับลองเสื้อเพื่อความสนุกในการมิกซ์แอนด์แมตช์เสื้อผ้าและเครื่องประดับต่าง ๆ ก่อนการใช้งานจริง

2. Walk in Closet แบบ Double-Sided ในโทนสีขาว

พื้นที่จัดเก็บเสื้อผ้าแบบสองฝั่ง โดยฝั่งเก็บเสื้อผ้าจะเป็นตู้เสื้อผ้ามีหน้าบานเปิด-ปิดได้ และมีกระจกบานใหญ่ อีกฝั่งหนึ่งเป็นตู้ลิ้นชักสำหรับเก็บข้าวของหรืออุปกรณ์ต่าง ๆ ในโทนสีขาวเข้าชุดกันได้อย่างลงตัว เมื่อเดินลึกเข้าไปจะพบกับชั้นวางรองเท้าขนาดใหญ่สูงจรดเพดาน มีเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ไว้สำหรับนั่งลองรองเท้าแสนสวยด้วย

3. Walk in Closet แบบ Double-Sided ในโทนเอิร์ธโทน

สบายตามาก ๆ สำหรับ Walk in Closet 2 ฝั่งที่เชื่อมต่อกันคล้ายตัวแอล (L) เป็นตู้เสื้อผ้าแบบบิลต์อินมีหน้าบานกระจกเลื่อนปิด-เปิด ทำให้มองเห็นเสื้อผ้าภายในได้โดยไม่ต้องเปิดตู้ ด้านในตู้แบ่งสัดส่วนในการเก็บเสื้อผ้าเป็นระเบียบ มีราวสำหรับแขวนเสื้อเชิ้ต เดรส ชุดสูท หรือเสื้อโค้ท ด้านล่างเป็นลิ้นชักเก็บของ และชั้นวางรองเท้าแยกเป็นหมวดหมู่ ส่วนด้านบนเป็นพื้นที่สำหรับเก็บของหรือเสื้อผ้าที่ไม่ค่อยได้ใส่

4. Walk in Closet แบบ Single-Sided ในโทนสีดำ

ตู้เก็บเสื้อผ้าบิลต์อินแบบฝั่งเดียว มีฝาบานประตูเปิด-ปิดเพื่อป้องกันฝุ่นและความอับชื้นต่าง ๆ อีกด้านหนึ่งทำเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้ง พร้อมกระจกบานใหญ่ และพื้นที่สำหรับวางเมคอัพหรืออุปกรณ์แต่งหน้าทำผม คุมโทนสีดำสร้างความหรูหราดูดีมีสไตล์มาก ๆ เลย

5. Walk in Closet แบบ Island ในโทนสีครีมคลาสสิก

พื้นที่เก็บเสื้อผ้าสำหรับคนมีของเยอะ เพราะจัดสรรพื้นที่ได้อย่างลงตัว เป็นตู้ 2 ฝั่งสูงใหญ่จรดเพดานตั้งตรงข้ามกัน มีประตูบานเปิด-ปิด และติดตั้งกระจกบานใหญ่สำหรับส่องดูความเรียบร้อย เมื่อเดินลึกเข้าไปข้างในจะเป็นมุมโต๊ะเครื่องแป้งและตู้ชั้นวางสำหรับวางกระเป๋าเป็นสัดส่วน สำหรับพื้นที่ตรงกลางเป็นเกาะสำหรับวางเครื่องประดับหรือไอเทมในการแต่งตัวชิ้นเล็ก ๆ เช่น เข็มขัด หรือเนคไท เป็นต้น

6. Walk in Closet แบบ Island ในโทนสีเอิร์ธโทน

เรียบหรูดีดี มีสไตล์ไฮคลาสมาก ๆ สำหรับการตกแต่ง Walk in Closet ในโทนสีเอิร์ธโทน กับตู้เก็บเสื้อผ้าแบบไม่มีประตูบาน ทำให้มองเห็นและเลือกสรรเสื้อผ้าแบบที่ชอบได้ง่าย ๆ พร้อมลิ้นชักเก็บของในโทนสีเดียวกันที่แบ่งสัดส่วนอย่างเป็นระเบียบ เพิ่มความโดดเด่นด้วยลิ้นชักสีดำด้านในไว้เก็บเครื่องประดับชิ้นโปรด มีที่นั่งเป็นเกาะตรงกลางสำหรับใช้เวลานั่งลองเลือกเสื้อผ้า

7. Walk in Closet แบบ Island สไตล์กระจกล้อมรอบ

ถูกใจสายแฟชั่นทั้งหลายแน่ ๆ สำหรับ Walk in Closet สไตล์นี้ กับพื้นที่เก็บเสื้อผ้า เครื่องประดับ และแอคเซสซอรี่ต่าง ๆ มีประตูบานกระจกใหญ่เปิด-ปิดได้ เพื่อป้องกันฝุ่นและใช้ส่องดูความเรียบร้อยได้ในตัว ด้านในเป็นชั้นวางหมวกและรองเท้า จัดวางอย่างเป็นระเบียบ พร้อมเคาน์เตอร์ตรงกลางสำหรับนั่งแต่งตัวและเก็บไอเทมเครื่องประดับชิ้นเล็ก ๆ

8. Walk in Closet แบบ Island กับเฟอร์นิเจอร์ลายไม้

เพิ่มความคลาสสิกให้กับ Walk in Closet ของคุณผู้ชายผู้รักการแต่งตัว กับการเลือกเฟอร์นิเจอร์ลายไม้เข้าชุด ตั้งแต่ตู้เสื้อผ้าบิลต์อิน มีประตูกระจกใสมองเห็นเสื้อผ้าด้านในได้สะดวก มีชั้นวางรองเท้าและกล่องเก็บของอุปกรณ์เสริมความหล่อต่าง ๆ ตรงกลางเป็นเคาน์เตอร์หรือพื้นที่สำหรับจัดเก็บเนคไท เข็มขัด หรือแอคเซสซอรี่ชิ้นโปรด

9. Walk in Closet แบบ Double-Sided สไตล์คลาสสิก

แบ่งสรรพื้นที่ในห้องนอนทำเป็นมุมแต่งตัวง่าย ๆ ด้วยการทำ Walk in Closet 2 ฝั่ง โดยฝั่งหนึ่งทำเป็นตู้เสื้อผ้ามีบานประตูปิดป้องกันฝุ่นและเพิ่มความเป็นระเบียบเรียบร้อย และอีกฝั่งทำเป็นโต๊ะเครื่องแป้ง ติดตั้งบานกระจกขนาดใหญ่ไว้แต่งตัว พื้นที่ที่เหลือก็บิลต์อินทำเป็นราวแขวนเสื้อที่ใส่บ่อย ลิ้นชักเก็บของ และชั้นวางอุปกรณ์กระจุกกระจิกได้เลย

10. Walk in Closet แบบ Island สไตล์โมเดิร์น

ไม่ต้องมีข้าวของอะไรให้วุ่นวาย แค่ตู้เสื้อผ้าบิลต์อินขนาดใหญ่สูงจรดเพดาน ไม่มีประตูกั้น สามารถเลือกและหยิบจับเสื้อผ้าได้สะดวก แบ่งซอยเป็นช่องสำหรับใช้งาน ทั้งราวแขวนเสื้อ 2 ชั้นสำหรับแขวนทั้งเสื้อเชิ้ตและกางเกง ชั้นวางของ ลิ้นชักเก็บของ และมุมกระจกบานใหญ่สำหรับแต่งหน้าทำผม หรือส่องดูความเรียบร้อยก่อนออกไปเฉิดฉาย ตรงกลางห้องมีเก้าอี้สตูลตัวใหญ่ไว้ให้นั่งชิลตอนเลือกเสื้อผ้าด้วย ออกแบบภายใน