0

“แอ๋ม” อ้างถูกตำรวจเตะขา ขู่ให้ยอมรับผิดคดี “น้องชมพู่” แถมทำโทรศัพท์จอแตก

ตำรวจเชิญตัว “แอ๋ม” ไปเคลียร์ใจ หลังออกมาให้ข่าวว่าชุดสืบสวนขู่ให้ยอมรับผิดคดีน้องชมพู่ ยึดมือถือไปแล้วทำหน้าจอแตก

(24 มิถุนายน 63) จากกรณี น้องชมพู่ อายุ 3 ปี สูญหายจากบ้านพัก หมู่ 2 บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง ตั้งแต่วันที่ 11 พฤษภาคม 63 ที่ผ่านมา ซึ่งครอบครัวเร่งออกค้นหา จนกระทั่งพบน้องอยู่กลางป่าบนภูเขา ห่างจากบ้านราว 5 กม. ซึ่งตอนนี้เป็นเวลา 43 วันแล้ว แต่ยังไม่สามารถจับตัวผู้ก่อเหตุได้

ล่าสุด ที่บ้านกกกอก ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โดยในเวลาประมาณ 16.30 น. ( 23 มิถุนายน 63) ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กกตูม ได้เดินทางมาหานายพิษณุพร หรือ แอ๋ม ชาวบ้านที่บ้านอยู่ข้างบ้านน้องชมพู่ หลังจากที่นายพิษณุพร ให้ข่าวว่าถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจทำโทรศัพท์มือถือแตก และลบข้อมูลมือถือในวันที่ 11 พฤษภาคม 63 และขณะสอบสวนตำรวจในช่วงแรกๆ ตำรวจใช้เท้าเตะขา ตบหลังข่มขู่ในทำนองให้ตนรับสารภาพความผิดเรื่องน้องชมพู่

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.กกตูม ได้นำหมายเรียกให้นายพิษณุพรฯ เพื่อจะรับตัวนายพิษณุพร เดินทางไปพูดคุยกับพนักงานสอบสวนที่สภ.กกตูม จะได้รับทราบว่าเกิดอะไรขึ้น ซึ่งขณะเจ้าหน้าที่ตำรวจเดินทางมาบ้านนายพิษณุพร ไม่อยู่บ้านไปทำนาอยู่ จึงได้ให้นายพูนศรี ชัยมะโย พ่อของนายพิษณุพร ไปรับนายพิษณุพรกลับมาที่บ้าน และได้มาเซ็นรับหมายเรียกและเดินทางไปพร้อมกับตำรวจ

โดยก่อนไปกับตำรวจ นายพิษณุพร ได้เปิดใจกับสื่อว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง เพราะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจนายหนึ่ง ตนไม่ทราบชื่อหรือสังกัด สอบสวนตนในช่วงแรกๆ ที่โรงเรียนบ้านกกตูม ซึ่งตนจำวันที่ไม่ได้แล้ว โดยตำรวจได้ใช้เท้าเตะที่ขาของตนไม่ได้แรงมาก แต่ตนรับรู้ได้ว่าเป็นการข่มขู่ เพราะตำรวจได้บอกให้ตนรับสารภาพและรับผิดคดีชมพู่ ซึ่งตนเองไม่ได้เป็นคนทำ ตนไม่สามารถรับผิดได้ และการทำแบบนี้ตนก็รู้สึกไม่ดี ในช่วงแรกๆ ตนยอมรับเครียดมากเหมือนกัน นอกจากนี้ ยังมีตำรวจ นำโทรศัพท์มือถือของตนไป พร้อมกับทำหน้าจอมือถือแตก เมื่อตำรวจนำมาส่งคืนตนถามว่าเกิดอะไรขึ้น เจ้าหน้าที่ตำรวจก็ไม่ยอมบอก อีกทั้งคนที่นำมาคืนก็เป็นตำรวจคนละคน ซึ่งตำรวจยังมีการลบข้อมูลโทรศัพท์ในวันที่ 11 พฤษภาคม 63 ของตนออกไปด้วย

จากกรณีนี้ตนไม่ได้ต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจชดใช้ แต่เพียงอยากรู้ว่าใครเป็นคนทำโทรศัพท์ตนแตก เพราะตำรวจไม่บอกตน โดยตนก็เป็นเพียงชาวบ้านธรรมดาคนหนึ่ง อยากได้รับความเป็นธรรม เพราะการที่ตนไม่ได้ผิดแต่มาถูกข่มขู่ ตนก็รู้สึกไม่ดี

โดยทางด้านตำรวจ ยืนยันว่าไม่มีการใช้กำลังบังคับขู่เข็ญทั้งร่างกายและจิตใจ เพื่อให้ได้มาซึ่งข้อมูลหรือพยานหลักฐานจาก นายพิศนุพร หรือให้รับสารภาพแต่อย่างใด โดย เหตุดังกล่าว เกิดจากการสื่อสารและความไม่เข้าใจกันระหว่างตำรวจ กับนายพิษนุพร และขอยืนยันว่าตำรวจชุดสืบสวน คลี่คลายคดีได้ทำการสืบสวนสอบสวน ตามกรอบของกฎหมาย

สนับสนุนโดย แทงบอล