Overlord: ดิบ ๆ อย่างโหด กับเราแบบมันๆ moviefree8k

Overlord: ดิบ ๆ อย่างโหด เพียงไม่กี่ชั่วโมงก่อนจะถึงช่วงเวลายกพลขึ้นบก ทีมทหารพลร่มอเมริกัน กระโดดร่มลงสู่พื้นในฝรั่งเศสที่อยู่ในพื้นที่ยึดครองของนาซี เพื่อปฏิบัติภารกิจที่สำคัญต่อความสำเร็จในการรุกเข้าสู่เขตศัตรู กับภารกิจการทำลายเครื่องส่งคลื่นวิทยุที่อยู่เหนือโบสถ์ที่แข็งแกร่งดั่งป้อมปราการ กลุ่มทหารที่สิ้นหวังผนึกกำลังกับชาวบ้านชาวฝรั่งเศสคนหนึ่ง เพื่อเจาะผ่านกำแพงและทลายหอคอย

แต่ในห้องทดลองลับของพวกนาซีที่อยู่ใต้โบสถ์แห่งนี้ ทหารจีไอที่มีจำนวนเพียงน้อยนิดต้องเผชิญหน้ากับศัตรูที่โลกไม่เคยพบเห็นมาก่อน จากการดูแลงานผลิตโดยผู้อำนวยการสร้าง เจเจ อับรามส์ Overlord คืองานแอ็กชั่นผจญภัยที่ทำให้หัวใจเต้นตึกตัก และมาพร้อมจุดหักมุม

หนังเคยถูกเข้าใจว่าเป็นภาคหนึ่งในตระกูล Coverfield เพราะด้วยความที่เป็นหนังของ Bad Robot ค่ายหนังของ เจ.เจ. อับรามส์ ยิ่งตัวโปรเจ็กต์ผุดขึ้นมาแบบไม่มีเค้าใดบอกมาก่อน ยิ่งความลับเยอะก็ยิ่งทำให้แฟนคิดคาดไปว่าหนังน่าจะเกี่ยวกับมนุษย์ต่างดาวใน Coverfield ไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง แล้วเวลาก็ผ่านไปแล้วเปรี้ยงลงมาเป็นหนังซอมบี้ยุคสงครามโลกที่แยกเป็นเอกเทศของตัวเองในชื่อ Overlord นี่เอง ดูหนังออนไลน์ฟรี

ว่ากันตามตรงความน่าสนใจของหนังก็คงเป็น

  1. เป็นหนังในค่าย เจ.เจ. ที่ไม่เคยคาดเดาง่ายและทำเราผิดหวังยาก จริง ๆ แค่ข้อนี้ผมก็อยากดูแล้วนะ แต่สำหรับหลายคนก็คงบอกว่าธรรมดากว่าหนังเรื่องอื่น ๆ ที่ปะชื่อ เจ.เจ. ซึ่งก็ธรรมดาจริง ไม่ได้มีพล็อตเว่อวัง เหวอแตก หรือหักมุมอะไรทั้งสิ้น หลายฉากหลายช่วงออกจะไร้ตรรกะด้วยซ้ำ ยิ่งพวกสายสงครามโลกอาจดูไปด่าไปได้เลยล่ะ ตั้งแต่เรื่องคนดำเป็นพลร่มแล้ว แต่ถ้าไม่ซีเรียสหนังก็ให้บรรยากาศสงครามโลกที่ดิบดุดันดีเหมือนกันนะ
  2. พล็อตซอมบี้สงครามโลกครั้งที่ 2 อาจเก่าในสื่ออื่นเช่นเกม และอีกหลายต่อหลายเรื่อง และกับหนังมันก็มีหนังหลายเรื่องที่ให้อารมณ์ใกล้เคียง แต่ไอเดียของ บิลลี่ เรย์ ที่เคยเขียนบท The Hunger Games และ Captain Phillips ก็ทำให้ เจ.เจ. ที่จริง ๆ ก็คงผ่านหูผ่านตากับพล็อตแนวนี้ในสื่อใด ๆ มาเยอะยังเอ่ยปากว่า สนุก! แถมสมทบไปอีกว่าเหมือนได้ ร็อด เซอร์ลิ่ง ผู้ให้กำเนิดซีรีส์สยองสุดคลาสสิกอย่าง The Twilight Zone มาคิดอีกต่างหาก ซึ่งส่วนตัวมองว่าหนังก็พยายามหาที่ทางของตัวเองนะ เพราะแทนที่จะแฟนซีจ๋าแบบซอมบี้ หนังดันหนักเรื่องภารกิจเสี่ยงตายมากกว่า เรื่องซอมบี้เหมือนเป็นอุปสรรคสำคัญเท่านั้น มากกว่าที่จะบอกได้ว่ามันคือหนังซอมบี้ ใครชอบสายสงครามน่าจะชอบกว่าคนชอบสายซอมบี้เพียว ๆ
  3. หนังเป็นฝีมือการกำกับของ ผู้กำกับที่โด่งดังในออสเตรเลียอย่าง จูเลียส แอฟเวอรี่ จาก Son of a Gun ซึ่งชำนาญในการเล่าเรื่องให้คนดูผูกพันกับตัวละคร ซึ่งจำเป็นกับตัวหนัง Overlord มาก ที่จะค่อย ๆ พาเราติดตามภารกิจของกลุ่มทหารอเมริกันแบบใน Saving Private Ryan แล้วค่อย ๆ บิดไปสู่ความเป็นหนังแฟนตาซีธริลเลอร์อย่าง ซอมบี้ ซึ่งหนังหลายเรื่องพล็อตมาแบบนี้ก็มักพลาดตกม้าตายกับการยัดฉากแอ๊กชั่นจนลืมไปว่าคนดูยังไม่ได้อินกับตัวละครเลยเฟร้ยไป แต่กับเรื่องนี้แม้เริ่มเรื่องจะตัวละครยุ่บยั่บ แต่เอาจริงก็มีตัวหลัก ๆ แค่ 4-5 คนเท่านั้น ก็ตามได้สบาย ๆ ล่ะนะ แล้วด้วยความอ่อนด๋อยของตัวเอกอย่างทหารผิวดำ หลายครั้งเราก็อดเอาใจช่วย และบางครั้งก็หงุดหงิดโคตร ๆ ในความโลกสวยของนางเหมือนกัน ยังดีว่ามีตัวเอกหลายตัวให้เราเอาใจช่วยด้วย 55
  4. ภาพความสยดสยองของซอมบี้ในเรื่องที่โคตรโหด แบบโหดเว่อ นี่ล่ะสะใจสายสยองแอ๊กชั่นดิบ ๆ เรียล ๆ เพราะงานนี้ใช้ซีจีน้อยมาก แล้วใช้พวกอวัยวะเทียมทำกันแบบสมจริง นึกถึงหนังสัตว์ประหลาดแบบร่างกายแหลกเละ บิดเบี้ยว เนื้อสด ๆ เลือดสาด ๆ กระดูกทิ่มทะลุผิว ประมาณหนังยุคเก่า ๆ หน่อยที่โหดมากกกก เตือนเลยว่าภาพหนังโหดจริงจัง และความดิบมันก็ไม่จำกัดแค่ช่วงซอมบี้มานะ เพราะฉากสงครามต่าง ๆ ก็กระหน่ำหนักอย่างไม่ทันตั้งตัวหลายรอบเลย โดยเฉพาะฉากเปิดเรื่องที่เป็นการยกพลขึ้นบกของหน่วยพลร่มที่ระอุมาก ไม่เคยเห็นในหนังเรื่องอื่นเลยในแนวสงครามที่ผ่านมา เป็นประสบการณ์ใหม่เลยล่ะ
  5. นักแสดงที่ไม่ดังมากทำให้เราอินกับเนื้อหาใหม่ได้ง่าย ทั้ง โจแวน อะดีโป ที่ช่ำชองมาจากซีรีส์หลายต่อหลายเรื่องแต่ยังสดสำหรับหนังจอใหญ่ เขาต้องเล่นเป็นทหารผิวสีคนเดียวในกลุ่ม และเป็นตัวแทนผู้ชมในหนังด้วย นับว่าน่าสนใจ ยังไม่นับ ไวแอ็ตต์ รัสเซลล์ ลูกชายของ เคิร์ต รัสเซลล์ ที่มาแสดงสมทบด้วยอีกคนนะ

The main disadvantage of the film is that it can be caught. It has a slightly B-grade way of telling it, emphasizing its oiliness and overlooking the realism in many points. Sometimes we get annoyed by actions that don’t make much sense. The plot is straight, almost straight, not complicated. The zombie apocalypse doesn’t stand out with the intention of making war movie elements more important. It might disappoint anyone who expects to go to a movie to run and kill hundreds and thousands of zombies, and it’s not really a zombie at all. Because the person who gets bitten is not a zombie. It was more like a monster from human trials. So it’s more of a sci-fi war and sci-fi horror movie, which is fine, it’s fun.

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *