23/10/2021

“SEO” หรือ “Search Engine Optimization” คือ วิธีการ ปรับแต่งเว็บไซต์

“SEO” หรือ “Search Engine Optimization” คือ วิธีการ ปรับแต่งเว็บไซต์ ซึ่งรวมถึงการปรับปรุงเนื้อหา และการเพิ่ม Backlink ซึ่งเป็นลิงค์ที่มีคุณภาพมายังเว็บไซต์ เพื่อโปรโมทเว็บไซต์ให้ติดอยู่ในอันดับต้นๆ บน Search Result Page (หน้าแสดงผลการค้นหา) เมื่อกรอก Keyword (คำค้นหา) ที่ต้องการผ่าน Search Engine (เครื่องมือค้นหา) อาทิ Google, Yahoo!, Bing เป็นต้น โดยเป็นวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการเพิ่มยอดผู้เข้าชมเว็บไซต์ในระยะยาว

ปรับแต่งเว็บไซต์ เนื่องจากในปัจจุบันมีผู้ค้นหาข้อมูลผ่าน Google มากเป็นอันดันหนึ่งในหลายๆ ประเทศ ทั้งในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา อังกฤษ อินเดีย ญี่ปุ่น เป็นต้น ส่วนใหญ่จึงเน้นการทำ SEO บน Google เป็นหลัก ทั้งนี้ แต่ละ Search Engine ก็มีหลักการที่ไม่ต่างกันนัก นั่นคือ “User Experience (UX)” หรือ “การมอบประสบการณ์การใช้งานที่ดีที่สุด” ดังนั้นการทำ SEO ตามหลักของ Google จะเน้นการทำเว็บไซต์ให้มีคุณภาพ ให้ข้อมูลที่ตรงกับ Keyword ที่ใช้ค้นหา จึงสามารถส่งผลในการทำ SEO ใน Search Engine อื่นๆ อีกด้วย

ในส่วนของกรอบสีแดง คือ ส่วนของ “Organic Search” หรือที่เรียกว่า “Natural Search” ในส่วนนี้เป็นข้อมูลหน้าเว็บไซต์ทั้งหมดที่ทางระบบของ Search Engine อาทิ Google รวบรวมมาโดยใช้ระบบในการจัดอันดับ หรือที่เรียกว่า “Algorithm (อัลกอริทึม)” ซึ่งการให้คะแนนนั้นก็ขึ้นอยู่กับกฎเกณฑ์ที่แต่ละ Search Engine ได้กำหนดขึ้น โดยที่เจ้าของเว็บไม่สามารถเลือกตำแหน่งเองได้ ด้วยเหตุนี้ เราจึงเรียกวิธีการปรับแต่งเว็บไซต์ให้ติดอยู่ในอันดับต้นๆ บนหน้าผลการค้นหานี้ว่า “SEO (Search Engine Optimization)” ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของ “SEM (Search Engine Marketing)” หรือการทำการตลาดบน Search Engine

สำหรับในส่วนข้อความที่อยู่เหนือกรอบสีแดง ที่มีคำว่า “โฆษณา” หรือ “Ad” นั้นคือส่วนของการลงโฆษณากับทาง Search Engine ซึ่งเรียกว่า “PPC (Pay Per Click)” โดยเป็นการประมูล Keyword ที่ต้องการให้แสดงโฆษณา และจะมีการเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อมีการคลิกเข้าไปชม สามารถติดอันดับได้อย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องปรับปรุงเว็บไซต์ ในขณะที่ส่วนของ SEO นั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายเมื่อมีคนคลิกเข้าไปชม แต่ก็ต้องใช้เวลา และเราก็ต้องพัฒนาเว็บไซต์พร้อมสร้างเนื้อหาที่มีคุณภาพ เพื่อให้ Search Engine จัดอันดับให้หน้าเว็บไซต์ไปอยู่ในอันดับที่ดีที่สุด รับทำ SEO

Search Engine Algorithm การ ปรับแต่งเว็บไซต์ คือ?

ระบบการจัดอันดับการแสดงผลใน Search Result Page (หน้าแสดงผลการค้นหา) มีชื่อเรียกว่า “Algorithm (อัลกอริทึม)” แต่ละ Search Engine จะมีระบบ Algorithm ในการให้คะแนนเว็บไซต์ที่แตกต่างกันและจะมีการอัพเดตอยู่เสมอๆ เพื่อคัดกรองเว็บไซต์ที่ไม่มีคุณภาพและเพื่อให้ผลการค้นหานั้นตรงตามที่ผู้ใช้งานต้องการมากที่สุด เราจึงจำเป็นต้องสร้างเว็บไซต์และเนื้อหาให้มีคุณภาพตาม Algorithm เพื่อให้เว็บไซต์สามารถทำอันดับได้ดีที่สุด

Algorithm (อัลกอริทึม) ที่ใช้ในการจัดอันดับเว็บไซต์ของ Google ซึ่งเป็น Search Engine หลักที่นิยมใช้ในประเทศไทยและในหลายประเทศทั่วโลกนั้นมีอยู่มากกว่า 100 ปัจจัย แต่เราสามารถสรุป Algorithm ได้เป็น 2 ปัจจัยหลัก คือ

1. ปัจจัยภายใน (On-page / Micro)

ปัจจัยภายในนั้นมาจากการปรับแต่งตัวโครงสร้างเว็บไซต์และเนื้อหาภายในเว็บไซต์ เป็นส่วนที่สำคัญที่สุดในการทำ SEO ให้ติดอันดับ ได้แก่

  • Crawl Ability : โครงสร้างของเว็บไซต์ที่เอื้อต่อการเก็บข้อมูลของ Search Engine
  • Site Volume : จำนวนหน้าภายในเว็บไซต์ (Index)
  • Site Theme : ลิงค์เชื่อมโยงเนื้อหาภายในเว็บไซต์ (Internal Link)
  • Text Match : การเลือกใช้คำที่เกี่ยวข้องกับ Keyword ตลอดจนคุณภาพและปริมาณของเนื้อหาที่เกี่ยวข้องกับ Keyword
  • ปัจจัยอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการใช้งานของผู้ใช้ (User Experience (UX)) เช่น
    • Mobile friendly : เว็บไซต์ใช้งานได้ง่ายบนโทรศัพท์มือถือและรองรับขนาดหน้าจอที่มีขนาดแตกต่างกัน (Responsive Web Design)
    • Safe Browsing : ความปลอดภัยในการใช้งาน ซึ่งเว็บไซต์ต้องไม่มีการฝัง Malware (มัลแวร์) หรือ Spam (สแปม)
    • HTTPS : การใช้ SSL Certificate ซึ่งช่วยป้องกันการดักข้อมูลต่างๆ ที่ผู้ใช้กรอกในเว็บไซต์ เช่น ข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรเครดิต
    • Intrusive Interstitial : ไม่มีโฆษณาที่แสดงขึ้นมาจนบังเนื้อหาหลักของเว็บไซต์ เช่น Popup Ads (โฆษณาป๊อปอัป)

2. ปัจจัยภายนอก (Off-page / Macro)

ปัจจัยจากภายนอกนั้นคือ Backlink หรือลิงค์จากเว็บไซต์อื่น (External Link) โดยอาจเป็นลิงค์ที่ผู้อื่นสร้างให้เว็บไซต์ของเรา เช่น การอ้างอิงที่มาของข้อมูล หรือลิงค์ที่เราสร้างด้วยตัวเราเอง เช่น การไปลงบทความในเว็บไซต์อื่น การลงทะเบียนเว็บไซต์ในสารบัญเว็บไซต์ ซึ่งปัจจัยภายนอกนี้สามารถแบ่งได้เป็น

  • Link Popularity : ปริมาณ Backlink ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา
  • Site Theme : คุณภาพของเนื้อหาและ Backlink ที่เชื่อมโยงมายังเว็บไซต์ของเรา

วิธีการทำ SEO ให้ติดอันดับ

กลยุทธ์สำหรับการทำ SEO ให้ประสบความสำเร็จมากที่สุดนั้นคือ “การทำ SEO ให้เป็นธรรมชาติที่สุด โดยคำนึงถึง User (ผู้ใช้งาน) เป็นหลัก” จะทำให้ได้เว็บไซต์ที่มีคุณภาพอย่างแท้จริง และติดอันดับอย่างยั่งยืน ไม่ต้องกังวลเรื่องการอัพเดท Algorithm มากนัก ซึ่งหลักๆ ก็มีวิธีการทำดังต่อไปนี้

ปัจจัยอื่นๆ ที่มีผลต่อการทำ SEO

ปัจจัยเหล่านี้ไม่ได้เป็นที่ยืนยันจาก Google ว่ามีผลต่อการจัดอันดับ แต่เป็นสัญญาณที่สามารถบ่งบอกได้ว่าเว็บไซต์นั้นมีคุณภาพดีหรือไม่ ซึ่งจะเป็นแนวทางให้ผู้พัฒนาหรือผู้ดูแลเว็บไซต์ได้ปรับปรุงเพิ่มเติม

สัญญาณจากผู้ใช้เว็บไซต์ (User Signals)

  • ข้อมูลการใช้งานของเว็บไซต์สามารถดูได้จาก Google Analytics ไม่ว่าจะเป็น จำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์ (Users), รายงานข้อความค้นหาของคีย์เวิร์ด (Queries) และ อัตราการคลิกเข้าชมเว็บไซต์ผ่าน Keyword นั้นๆ (CTR) เป็นต้น ข้อมูลเหล่านี้เป็นสัญญาณที่สำคัญที่ใช้วัดคุณภาพของเว็บไซต์ได้
  • ด้วยเหตุนี้เองเว็บไซต์ที่ต้องการทำ SEO จึงควรติด Google Analytics และ Search Console เพื่อให้ Google เข้าถึงข้อมูลดังกล่าวและเราสามารถตรวจสอบประสิทธิภาพเว็บไซต์ของตัวเองได้

สัญญาณจาก Social Media (Social Media Signals)

  • จำนวน Likes และ Shares ของลิงค์หน้าเว็บไซต์ รวมทั้ง Traffic จาก Social Media ต่างๆ ได้แก่ Facebook, Twitter และ Pinterest มีส่วนช่วยในการจัดอันดับเว็บไซต์
  • การสร้างบทความที่มีประโยชน์ซึ่งเกี่ยวข้องกับเนื้อหาหลักในเว็บไซต์และใช้ Social Media เป็นช่องทางในการกระจายบทความไปยังผู้ใช้ เพื่อดึงให้คนเข้ามาอ่านบทความและเพิ่ม Traffic ให้กับเว็บไซต์ จึงเป็นวิธีการที่ช่วยให้ทำอันดับบน Google ได้ดีและติดอันดับเร็วขึ้น

ข้อควรระวังในการทำ SEO

  • การคัดลอกเนื้อหาหรือรูปภาพ
    • ห้ามคัดลอกเนื้อหาจากเว็บไซต์อื่นมาใช้โดยไม่มีการเรียบเรียงใหม่ หรือไม่มีการใส่แหล่งที่มา หรือไม่ได้ขออนุญาตก่อน รวมถึงการใช้รูปภาพที่ติดลิขสิทธิ์ เพราะเจ้าของเนื้อหาหรือรูปภาพสามารถส่งเรื่องให้ Google (Copyright Removal) นำหน้าเว็บไซต์ของเราออกได้ เนื่องจากเป็นการละเมิดลิขสิทธิ์ ซึ่งจะทำให้อันดับของหน้าเว็บไซต์เราหายไปในทันที
  • การใส่โฆษณาจนบังเนื้อหาหลัก
    • ไม่ควรใส่โฆษณา Pop-up ที่เด้งขึ้นเต็มหน้าจอจนบดบังเนื้อหาในหน้าเว็บไซต์ เพราะ Google มองว่าเป็นสิ่งที่รบกวนการใช้งานของ User (Intrusive Interstitials) ซึ่งอาจโดน Google ลงโทษ และส่งผลลบต่อการจัดอันดับเว็บไซต์ได้ หากจำเป็นต้องใส่ Pop-up แนะนำให้แสดงหลังจากที่ User เลื่อนอ่านหน้าเว็บไซต์แล้วระยะหนึ่ง ควรใช้ขนาดประมาณ 20-30% ของหน้าจอ พร้อมปุ่ม X ที่สามารถกดปิดได้ง่าย และไม่ควรแสดงทุกครั้งที่มีการเปิดหน้าใหม่
  • ​การแฮ็กเว็บไซต์
    • เว็บไซต์ที่ถูกแฮ็กมักเป็นการเปลี่ยนหน้าเว็บไซต์แล้วปิดล็อคเว็บไซต์ไม่ให้ใช้งาน แน่นอนว่าย่อมกระทบต่อการจัดดับอย่างแน่นอน เพราะเนื้อหาในเว็บไซต์ได้หายไป นอกจากนี้ก็ยังมีการแฮ็กโดยแอบแก้ไขข้อมูล เช่น การนำเนื้อหาอื่นมาใส่ไว้ หรือฝัง Malware พวกไวรัสในเว็บไซต์ เมื่อ Google พบปัญหานี้ก็จะแสดงข้อความ “ไซต์นี้อาจถูกแฮ็ก” ไว้ใต้เว็บไซต์นั้นบนหน้าผลการค้นหา เพื่อแจ้งเตือนคนที่จะคลิกเข้ามา ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการทำ SEO ได้

ข้อดีของการทำ SEO

  • เพิ่มจำนวนผู้เข้าชมเว็บไซต์
    • ในปัจจุบัน มีผู้ค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ หากเว็บไซต์ติดอันดับด้วย Keyword ที่มีผู้ใช้ค้นหาเป็นจำนวนมาก ก็มีโอกาสที่จะมีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากตามไปด้วย อีกทั้งเมื่อมี Keyword ใดติดอันดับ Keyword ที่ใกล้เคียงกันก็จะติดอันดับไปด้วย จึงจะมีผู้เข้าชมเพิ่มขึ้นจาก Keyword อื่นๆ ที่ไม่ได้เลือกทำ SEO ได้อีกด้วย
  • เพิ่มโอกาสในการขายสินค้าหรือบริการ
    • การทำ SEO เป็นการทำให้เว็บไซต์ถูกค้นเจอด้วย Keyword ที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจง เป็นการทำการตลาดออนไลน์ที่ตรงเป้าหมาย ผู้ที่เข้าชมเว็บไซต์ผ่าน Search Engine ย่อมมีความสนใจใน Keyword นั้นๆ อยู่แล้ว ก็ย่อมมีโอกาสสูงที่จะซื้อสินค้าหรือใช้บริการจากเว็บไซต์ที่เข้าไปชม นอกจากนั้น การที่มีผู้เข้าชมเว็บไซต์มากขึ้น ก็มีโอกาสที่จะขายสินค้าหรือบริการได้เพิ่มขึ้นอีกด้วย
  • โปรโมทเว็บไซต์ให้เป็นที่รู้จักและเพิ่มความน่าเชื่อถือ
    • โดยส่วนใหญ่เวลาที่คนค้นหาข้อมูลผ่าน Search Engine ก็จะเปิดดูเว็บไซต์ที่อยู่ในหน้าแรกหรือหน้าถัดมาในผลการค้นหาเท่านั้น การที่เว็บไซต์ของเราปรากฏอยู่ในหน้าแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอันดับต้นๆ จะทำให้ชื่อของเว็บไซต์ได้เห็นผ่านตาและเป็นที่รู้จัก แม้ว่าจะยังไม่ได้คลิกเข้ามาดูเนื้อหาในเว็บไซต์ก็ตาม และที่สำคัญคือ ผู้คนมักจะให้ความเชื่อถือเว็บไซต์ที่อยู่อันดับแรกๆ ซึ่งอยู่เหนือคู่แข่งอีกมากมาย จึงย่อมตัดสินใจซื้อสินค้าหรือใช้บริการในเว็บไซต์นั้นๆ ได้ง่ายขึ้น
  • ลดค่าใช้จ่ายในการลงโฆษณา
    • เนื่องจากทำ SEO ต้องใช้เวลาระยะหนึ่งกว่าเว็บไซต์จะติดอันดับในหน้าแรก จึงเหมาะเป็นการทำการตลาดในระยะยาว และเนื่องจากการคลิกเว็บไซต์ในส่วนของ SEO นั้นจะไม่มีค่าใช้จ่ายเกิดขึ้นเหมือนกับการลงโฆษณาแบบ PPC กับ Search Engine โดยตรง จึงช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในส่วนนี้ได้ และราคาค่อนข้างถูกกว่าการลงโฆษณากับสื่ออื่นๆ ทั้งนี้หากเลือกทำ SEO ด้วย Keyword ยอดนิยมที่มีคนใช้มากๆ ค่าใช้จ่ายก็อาจสูงตามไปด้วย เพราะมีการแข่งขันที่สูง ดังนั้น เวลาเลือก Keyword จึงควรพิจารณาให้เหมาะสมกับจุดประสงค์ในการทำการตลาดและความคุ้มค่าในการลงทุน

บทความ SEO ที่เกี่ยวข้อง

  • Do! 5 สิ่งที่ควรทำ สำหรับการเพิ่มอับดับเว็บไซต์ด้วย SEO
    • การทำ SEO (Search Engine Optimization) ให้เว็บไซต์ติดอันดับต้นๆ บนหน้าผลการค้นหา (Search Result Page) ของ Google นั้นมีสิ่งที่สำคัญ คือ “การทำเว็บไซต์ที่มอบประสบการณ์ในการใช้งานที่ดี (Good User Experience)”
  • Don’t Do! 5 สิ่งที่ไม่ควรทำ ถ้าไม่อยากให้เว็บไซต์ตกอันดับใน SEO
    • การทำ SEO (Search Engine Optimization) นั้นเป็นเรื่องที่ไม่แน่นอน เพราะมีหลายปัจจัยในการจัดอันดับของ Google ไม่ว่าเว็บไซต์จะติดอันดับไหนในหน้าผลการค้นหา ก็มีโอกาสที่จะโดนคู่แข่งแซงขึ้นมาได้เหมือนกัน
  • 5 ความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดอันดับ
    • บางคนที่เพิ่งเริ่มทำ SEO ก็อาจมีความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนไป ส่วนบางคนอาจจะยึดติดกับความเชื่อเก่าๆ ในการทำ SEO (Search Engine Optimization) ซึ่งเคยใช้ได้ผลในสมัยก่อน แต่ปัจจุบันนั้นไม่ได้ผลแล้ว มิหนำซ้ำยังส่งผลเสียได้อีก
  • ทำไมต้องจ้างทำ SEO? ถ้าทำ SEO ด้วยตัวเองจะทำได้อย่างไร?
    • การทำ SEO เป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการหลายต้องคนทำ แต่บางครั้งการจ้างทำ SEO ก็มีค่าใช้จ่ายที่สูง ทำให้หลายคนเกิดความสงสัยว่าสามารถทำ SEO ด้วยตัวเองได้หรือไม่? แล้วทำไมต้องจ้างทำ SEO? หรือถ้าจะทำด้วยตัวเองจะมีวิธีการอย่างไร?
  • Backlink คืออะไร? ลิงค์แบบไหนที่อาจทำให้โดนแบนจาก Google
    • การทำ Backlink หรือที่เรียกว่า Link Building ถือเป็นกลยุทธ์ส่วนหนึ่งในการทำ SEO (Search Engine Optimization) แบบ Off-page ยิ่งมีเว็บไซต์ที่ส่งลิงค์มายังเว็บไซต์ของเรามากเท่าไหร่ แปลว่าเรามี Backlink มากเท่านั้น
  • Website Traffic คืออะไร? จะเพิ่มยอด Traffic ได้อย่างไร?
    • นอกจากการทำเว็บไซต์ให้สวยงามและเป็นมิตรกับผู้ใช้แล้ว การหาคนเข้าเว็บไซต์หรือที่เรียกว่า Website Traffic ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพราะไม่อย่างนั้นเว็บไซต์ที่ทำมา ต่อให้ลงทุนหรือใช้เงินไปเท่าไหร่ แต่ไม่มีคนเข้ามาดู ก็ย่อมไม่มีความหมายอะไร

บริการ SEO ของเรา

ที่บริษัท อาอุน ไทย เรามีบริการ SEO ที่จะช่วยวิเคราะห์และนำเสนอการปรับปรุงโครงสร้างและเนื้อหาของเว็บไซต์ให้ถูกต้อง เพื่อให้เว็บไซต์ติดอันดับที่ดีขึ้น รวมถึงบริการ SEO แบบการันตีอันดับติดหน้าแรกของ Search Engine เช่น Google.co.th ลูกค้าจะได้รับความรู้จากเราอย่างเต็มที่ และสามารถนำไปต่อยอดกับ Keyword อื่นๆ ได้